เรตติ้ง (Rating) คือตัวเลขแทนความนิยมของคนดูโทรทัศน์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการขายและตั้งราคาโฆษณา โดยในประเทศไทยจัดทำโดย บริษัท เอจีบี นีลเส็น (ประเทศไทย) เป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับ และมีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก วิธีการก็คือจะมีการเก็บข้อมูลตามกลุ่มตัวอย่าง ที่เป็นการติดกล่องบันทึกข้อมูลไว้ตามบ้าน และข้อมูลจากด้านอื่นๆ ที่บริษัทนำมาประกอบ โดยอาศัยหลักการทางด้านสถิติ ซึ่งเมื่อนำไปคำนวณด้วยวิธีทางสถิติ ก็จะได้ตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์ออกมานั่นเอง

แม้ปัจจุบันจะมีสื่อทางเลือกใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย นอกจากฟรีทีวีที่ครองตลาดเดิมมาอย่างยาวนาน ก็ยังมีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลทีวี และทีวีดิจิตอลอีก แต่สื่อเหล่านี้ก็ยังคงต้องอาศัยเรตติ้ง เป็นเครื่องมือชี้วัดความสำเร็จ และนำทางไปสู่การสร้างรายได้ ซึ่งภายหลังตัวเลขเรตติ้งที่ออกมานั้น อาจไม่สามารถการันตีถึงความนิยมจริงๆ ของแต่รายการได้ เพราะเนื่องจากตัวเลขเรตติ้งค่อนข้างที่จะสวนทางกับกระแสที่เกิดขึ้น และวิธีการรับชมของคนไทยในปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า หรือแท้จริง “การวัดเรตติ้ง” ควรเปลี่ยนไปได้แล้ว?
อย่างที่ได้กล่าวไปว่าปัจจุบันพฤติกรรมการรับชมของคนไทย ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมก็คือ คนไทยไม่ค่อยดูรายการจากโทรทัศน์กันแล้ว แถมทุกวันนี้การถ่ายทอดสดรายการ ก็มีให้รับชมหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นจาก Facebook หรือ Youtube ที่มีการไลฟ์สด และเผยแพร่ให้ได้รับชมแบบเรียลไทม์เช่นเดียวกัน ซึ่งยอดวิวตรงนี้ไม่ได้ถูกนับ เพื่อไปคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ในการวัดเรตติ้งด้วย
ไม่เพียงเท่านี้ นอกจากคนไทยจะไม่นิยมดูรายการจากโทรทัศน์แล้ว แต่หันมาดูในโทรศัพท์มือถือแทน เพราะสะดวกสบายมากกว่า ในยุคนี้คนไทยยังนิยมดูรายการแบบย้อนหลัง ตามที่มีให้รับชมได้ในแพลตฟอร์มต่างๆ อีกด้วย ยกตัวอย่าง ละครเรื่องรักฉุดใจนายฉุกเฉิน ที่มีให้รับชมย้อนหลังได้ใน LINE TV ก็มียอดวิวทะลุหลักล้านในทุกตอน บวกกับกระแสตอบรับในโลกออนไลน์ ที่มาแรงมากตั้งแต่ยังไม่ได้ออนแอร์ ส่งผลให้ #รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ทุกครั้งในวันที่ละครออนแอร์ แต่ตัวเลขเรตติ้งเฉลี่ย 2 ตอนแรกของละครเรื่องนี้กลับอยู่ที่ 1.154 เท่านั้น
นั่นจึงทำให้รู้สึกว่าในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีแพลตฟอร์มอื่นๆ มากมายให้เลือกชมมากกว่าโทรทัศน์นั้น ถือเป็นความท้าทายในการวัดเรตติ้งของบริษัทผู้จัดอันดับวัดเรตติ้ง ให้มีความครอบคลุม แม่นยำ ดังนั้นบริษัทผู้จัดอันดับวัดเรตติ้ง จึงควรที่จะปรับเปลี่ยนการวัดเรตติ้ง เพื่อให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม การที่บริการวัดเรตติ้งให้ครอบคลุมสื่อบนโลกออนไลน์ถือเป็นก้าวสำคัญ สำหรับการวัดความนิยมของคอนเทนต์ที่น่าจับตามอง
เพราะเมื่อการวัดเรตติ้งได้ครอบคลุมโลกออนไลน์ จะทำให้ทั้งผู้ผลิตรายการต่างๆ ผู้ขายโฆษณา และผู้ซื้อโฆษณา สามารถมองเห็นความนิยมของคอนเทนต์ได้อย่างชัดเจน และแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในยุคที่ผู้ชมรุ่นใหม่ๆ ดูโทรทัศน์ลดลง แต่หันไปดูรายการต่างๆ ผ่านเว็บมากขึ้น ตัวเลขความนิยมบนโทรทัศน์ จึงไม่ใช่ตัวเลขที่ตอบโจทย์ในภาพรวมของกลุ่มผู้ชมทั้งหมดอีกต่อไป…
อ้างอิง: thumbsup.in.th / prd.go.th






























