
Malta หรือ “มอลตา” ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยุโรป โดยอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา และอยู่ใกล้กับเกาะซิซิลีประเทศอิตาลีระยะบินประมาณ 30 นาที หรือจะนั่งเรือก็ประมาณ 2 ชั่วโมงไม่เกินนี้
โดย “มอลตา” นั้น นับเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานอีกประเทศหนึ่งของโลก “มอลตา” เป็นประเทศลักษณะเกาะ ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็กจำนวน 3 เกาะ คือ มอลต้า โกโซ และคามิโน ท่ามกลางท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียน น่านน้ำสุดดังแห่งยุโรปใต้นั่นเอง
แต่เดิม “มอลตา” นั้นถือเป็นประเทศในอาณานิคมของ “เครือจักรภพอังกฤษ” คือสหราชอาณาจักร หรือจักรวรรดิอังกฤษ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2344 และได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 21 กันยายน ปี พ.ศ.2507 โดย “มอลตา” ได้เข้าเป็นสมาชิกถาวรของสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ปี พ.ศ.2507 ทว่า ก็ยังคงอยู่ใน “เครือจักรภพอังกฤษ”
ต่อมา “มอลตา” ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก “สหภาพยุโรป” เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ปี พ.ศ.2547 โดย “มอลตา” ได้เพิ่มบทบาทของตนเองในนโยบาย EU-Mediterranean ซึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้าน การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และกลุ่มประเทศอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ “มอลตา”
เมืองหลวงของ “มอลตา” คือ Valletta โดย “มอลตา” ถือเป็น “ประเทศที่มีอากาศดีที่สุดในโลก” มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง และมี “ค่าครองชีพที่ถูกมาก” เมื่อเทียบกับ “ประเทศอื่นๆ ในยุโรป” ครับผม
นอกจากสถานะของการเป็น “ประเทศที่มีอากาศดีที่สุดในโลก” แล้ว ความรู้ และความรู้สึก ที่คนทั่วไปมีต่อ “มอลตา” ก็คือ ความโด่งดังของฉากหลัง หรือภูมิประเทศสำคัญในซีรีย์สชื่อดังคือ Game of Thrones เป็นหลัก นอกจากนั้นก็เห็นจะเป็นทีมฟุตบอลที่เป็นประเทศแจกแต้มในรอบคัดเลือกบอลยูโรและบอลโลกเสมอมานั่นเองครับ
ดังที่กล่าวไป ว่า “มอลตา” เป็น “ประเทศที่มีอากาศดีที่สุดในโลก” เหตุผลหลักมาจาก “สภาพอากาศ” นั่นเองครับ เพราะอากาศที่ “มอลตา” นั้น “ถือว่าดีมาก” เมื่อเทียบกับประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป กล่าวคือ มีอุณหภูมิเฉลี่ย 20 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน มีแสงแดดเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง
โดยเฉพาะช่วง Winter ที่หลายประเทศในยุโรปมีหิมะตก แต่ที่ “มอลตา” ลมทะเลยังพัดเอื่อยให้ชื่นใจได้เสมอ แม้ว่า อาจมีฝนตกหนักบ้างเป็นบางช่วงก็ตาม ทว่า ก็เป็นเหมือนฝนเส้นศูนย์สูตร หรือจะตกลงมาวูบวาบเพียงสั้นๆ เท่านั้นครับ
“มอลตา” จึงเป็นประเทศที่ “น่าคบ” และน่าไปเยี่ยมเยือนที่สุด จากสถานะของการเป็น “เมืองตากอากาศ” อันดับหนึ่งหรืออันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้
โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชมการดำน้ำ และการเล่นเรือ ล้วนเอ่ยปากออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า “มอลตา” คือ “สวรรค์ราคาย่อมเยา”
หากแต่ ท่านที่ไม่พิสมัยกีฬาทางน้ำ ทว่า ก็นอนเล่นอาบแดดริมหาดนานวันเข้าก็อาจจะเบื่อ ยังครับ ยังไม่หมด เพราะ “มอลตา” ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้เลือกทำอีกมากมาย เก้า ล. เก้า (ฯลฯ)
ไม่ว่าจะเป็น การออกรอบ ไดร์ฟกอล์ฟ หรือหวดวงสวิง 18 หลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขี่ม้าบนภูมิประเทศสุดโรแมนติก
หรือหากชอบกิจกรรมในร่ม ก็มีโรงหนังแจ่มๆ และโรงละคร รวมถึงคอนเสิร์ตฮอลล์ระดับโลกให้เลือกมากมายครับ
เพราะรัฐบาล “มอลตา” ได้อนุรักษ์บรรยากาศเก่าๆ ย้อนยุคในแบบฉบับยุโรปใต้สมัยอาณานิคมเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบมาก
โดยเฉพาะโรงภาพยนตร์ที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของยุโรป ซึ่งที่นั่นจะมีโรงละครที่จัดการแสดงโอเปร่า ละครเวที และฉายภาพยนตร์ ทั้งหนังท้องถิ่น หนังอาร์ตยุโรป หรือหนังฮอลลีวูด ก็มีให้เลือกสรร
รวมถึงการแสดงดนตรี ทั้งดนตรีคลาสสิก และดนตรีร่วมสมัย มีคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ให้ดูกันตลอดปี นอกจากนี้ยังมีบัลเล่ต์ให้ชมกันอย่างจุใจตลอดช่วงเดือนตุลาคมที่กำลังจะมาถึงนี้อีกด้วยครับ
ในตอนหน้า เราจะมาเจาะลึกถึงสถานท่องเที่ยวสำคัญของ “มอลตา” เป็นตอนจบครับ

































