
ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมามีรายงานว่าเงินบาทไทยมีแนวโน้มจะแข็งค่าขึ้นมากที่สุดในภูมิภาค และเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาททำสถิติแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 6 ปีด้วยตัวเลข 30.96 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์นั้นตกอยู่ที่ 38.67 บาทต่อหนึ่งปอนด์ ขณะที่ราคาทองคำก็ขึ้นไปอีก โดยทองรูปพรรณ ณ วันที่ 25 มิถุนายน นั้นน้ำหนักหนึ่งบาทขายออกอยู่ที่ 21,150 ขณะที่ราคารับซื้ออยู่ที่ 20,177
เมื่อเงินบาทแข็งค่า และมีการคาดการณ์เอาไว้ว่าจะไม่มีที่ท่าจะอ่อนตัวลงได้ง่ายๆ ทำให้หลายคนคิดไปว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ปัจจัยที่เงินบาทแข็งค่านั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจในประเทศอย่างเดียว แต่เป็นปัจจัยภายนอกทั้งเรื่องของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยอยู่ในระดับสูง ขณะที่ไทยยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยในตลาดโลกนั้นมีแนวโน้มปรับลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องสงครามการค้า หรือ เทรดวอร์ ที่เข้ามาเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นเพราะมีการไล่บ่าเข้ามาในตลาดทุนของนักลงทุนต่างชาติ
ที่โปรยไปข้างต้นหลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว เพราะถึงค่าเงินบาทจะเป็นอย่างไร ก็ยังต้องทำมาหากินอยู่ดี …เดี๋ยวซิ มันไม่ใช่เช่นนั้น!! ค่าเงินบาทที่แข็งตัวนั้นทำให้เกิดผลกระทบต่อเราท่านอย่างแน่นอน ส่วนจะช้าหรือเร็วก็แล้วแต่สภาพของแต่ละบริษัที่ดำเนินการ
บริษัทหรือโรงงานที่ผลิตสินค้าส่งออกจะได้ผลกำไรลดลง
เรื่องนี้ส่งผลต่อผู้ส่งออกแบบไม่ต้องสืบ ยกตัวอย่างจากที่เมื่อก่อนเคยส่งออกสินค้าราคาหนึ่งเหรียญสหรัฐ ได้ในราคา 32 บาท ตอนนี้ ลงไปเหลือ 30.96 บาท ขาดทุนไปหนึ่งบาทกว่าๆ แน่นอนว่าส่งผลต่อการคาดการผลกำไรประจำปี ถ้าเงินบาทยังแข็งตัวแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จากที่เคยได้โบนัสกันสามสี่เดือน มันจะลดลงแบบไม่มีกันเอา
นักท่องเที่ยวหาจุดหมายอื่นที่ใกล้เคียงกว่าและถูกกว่า
เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันนั้น เกือบครึ่งดำเนินอยู่ได้ด้วยธุรกิจท่องเที่ยว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก เพราะ ค่าเงินบาทที่ถูก และ คุ้มต่อการเดินทาง คิดง่ายๆค่าอาหาร ริมทาง ต่อให้จานละ 60 บาทนักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามา ก็คิดเป็นเงินแค่ 1 ยูโรกว่าๆ ซึ่งไม่สามารถทำแบบนี้ได้ในประเทศของเขา เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้น ค่าเงินที่เขาแลกได้ก็น้อยลง เปิดโอกาสให้ นักท่องเที่ยวหลายกลุ่มมองหาจุดหมายใหม่ในละแวกใกล้เคียงอย่าง เวียดนาม หรือ ลาว ที่มีบรรยากาศ คล้ายกับเมืองไทย แต่มีค่าเงินที่อ่อนกว่า และถ้าเป็นเช่นนั้น จะส่งผลกระทบระยะยาวต่อ ธุรกิจท่องเที่ยวอย่างแน่นอน
แล้วถ้าค่าเงินบาทแข็งเบอร์นี้ คนธรรดาเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างเราควรทำอย่างไรกันดีเพื่อสร้างความได้เปรียบจากโอกาส
แลกเงินเก็บไว้ถ้าคุณมีแผนจะท่องเที่ยวต่างประเทศ
หลายคนมักจะคิดถึงการแลกเงินสกุลต่างประเทศก็ต่อเมื่อต้องเดินทาง แต่ถ้าคุณมีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่แล้วนี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะแลกเงินเก็บเอาไว้ เพราะอัตราแลกเปลี่ยนนั้นปรับขึ้นลงได้ทุกวันเราไม่สามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ แต่เรารู้ข้อมูลแล้วว่านี่คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 6 ปี แลกเงินเก็บเอาไว้ อย่างไรเสียก็ไม่ขาดทุนถ้าคุณต้องเดินทาง
ไปเรียนต่อต่างประเทศ
แนวโน้มของค่าเงินบาทนั้นมีนักวิเคราะห์ทางด้านการเงินระบุไว้แล้วว่า จะยังคงอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ไปจนถึงช่วงปลายปี ด้วยปัจจัยของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงควบคุมอยู่ และ สงครามการค้าสหรัฐฯ – จีน ที่ไม่มีท่าทีจะจบลงง่ายๆ เมื่อค่าเงินบาทแข็งแบบนี้ การหาความรู้ให้กับตัวเอง เช่นไปเรียนภาษาเพิ่มเติมในต่างประเทศ หรือไปเรียนเอาใบประกาศนียบัตรเฉพาะโดยใช้ระยะเวลา สั้นๆ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
เงินบาทแข็งสวรรค์นักช้อปแบรนด์เนม
เมื่อเงินบาทแข็งตัว น้กช้อปทั้งหลายแทบจะบุกร้านแบรนด์เนม ในต่างประเทศกันเลยทีเดียว เพราะเมื่อคูณเป็นเงินไทยในปัจจุบันแล้ว จะได้ราคาที่ต่ำกว่าปกติที่เคยซื้อ ดังนั้นถ้าคิดจะซื้อของแบรนด์เนม นี่คือจังหวะเหมาะที่สุดแล้วสำหรับขาช้อป
และทั้งหมดนี้คือ ข้อเสีย และ ข้อดี ที่จะส่งผลกระทบต่อตัวเรา ต่อสถานการณ์ที่เงินบาทแข็งค่า ส่วนคุณผู้อ่านจะอยู่ตรงฝั่งไหน ทางเราก็ขอให้วางแผนการใช้เงินให้ดี เพราะเงินทองสมัยนี้หายากยิ่ง






























