Home Trending Story Trend ในประเทศ วงการ ‘วาย’ กับกระแสที่แรงขึ้นเรื่อยๆ และกลุ่มนักแสดงวายที่เราไม่ควรมองข้าม

วงการ ‘วาย’ กับกระแสที่แรงขึ้นเรื่อยๆ และกลุ่มนักแสดงวายที่เราไม่ควรมองข้าม

มองไปทางไหนในยุคนี้เราก็จะเห็นนักแสดงหน้าใหม่ ไอดอลที่มีกระแสมาจากการแสดงซีรีส์วาย หรือเป็นนักแสดงที่เขาเรียกว่า มีคู่จิ้น เป็นของตัวเองกันทั้งนั้น จนบางทีคนทั่วไปอาจจะงงๆ ว่า เอ้ย นี่คืออะไร มาจากไหน ทำไมถึงมีแฟนคลับเยอะ ทำไมถึงมีคู่จิ้น?

YAOI มาจากภาษาญี่ปุ่น เริ่มใช้มาจากการที่แฟนคลับการ์ตูนญี่ปุ่นนำคาแรคเตอร์การ์ตูนที่มีอยู่แล้วมาแต่งใหม่ และมีเนื้อหาไปในทางชายรักชาย (ถ้าเป็นหญิงรักหญิงจะเรียกว่า YURI) แต่เมื่อเวลาผ่านไป YAOI มีความหมายที่กว้างขึ้น นั่นคือนิยาย การ์ตูน แอนิเมชั่น หนัง ซีรีส์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์ของชาย-ชาย และใช้เรียกกันอย่างแพร่หลายในคำว่า วาย (ในที่นี้รวมทั้ง YAOI และ YURI) แต่บ้างก็เรียกว่า Boy’s love ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องรักของผู้ชายกับผู้ชาย

วิวัฒนาการของวงการวายถือว่าน่าสนใจมาก เพราะมันเคยอยู่ในยุคที่ไม่ได้รับการยอมรับขนาดที่ว่าต้องแอบขายหนังสือการ์ตูน นิยายในร้านขายหนังสือ ไม่สามารถเอาขึ้นไปวางไว้บนชั้นได้ จนมาถึงยุคที่เริ่มมีคาแรคเตอร์ชาย-ชายแทรกอยู่ในละครไทย อย่างเรื่อง รักแปดพันเก้า (2547) ที่มีคู่จอน-ที ให้คนดูได้ลุ้นไปกับความสัมพันธ์ว่าจะสมหวังกันหรือเปล่า หรือจะเรื่อง พรุ่งนี้ก็รักเธอ (2552) กับความน่ารักของ พี-ก้อง คู่รองของเรื่องที่มีเนื้อหาไม่หวือหวาแต่เป็นที่ฮือฮาเพราะคอนเท้นท์วายที่ชัดเจนยังหายากในตอนนั้น จนกลายเป็นตำนานวายไทยที่ใครๆ ก็ต้องพูดถึง หรือจะ Hormones The Series ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น (2556-2558) ซีรีส์วัยรุ่นที่มี ภู-ธีร์ กับความสัมพันธ์คลุมเครือที่ทำให้เราลุ้นว่าสุดท้ายจะลงเอยยังไง

จอน-ที จาก รักแปดพันเก้า (2547)
พี-ก้อง จาก พรุ่งนี้ก็รักเธอ (2552)
ภู-ธีร์ จาก ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น (2557)

มีละครไทยอีกไม่น้อยที่มีเนื้อหาชายรักชายอยู่ในเรื่องที่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้นำเสนอความสวยงามของความรักเพศเดียวกัน แต่จะเน้นประเด็นดราม่าและจบไม่ค่อยสมหวังเท่าไร

ยุคที่พัฒนาไปอีกขั้น คือการมีซีรีส์วายฉายทางฟรีทีวีเต็มรูปแบบครั้งแรก นั่นคือ Love Sick The Series (2557) ฉายทางโมเดิร์นไนน์ (ช่อง 9) ที่เป็นกระแสโด่งดังทั้งในไทยและต่างประเทศ เป็นจุดเริ่มต้นของซีรีส์วายไทยและทำให้เกิดซีรีส์เรื่องใหม่ๆ มากมายมาจนถึงปัจจุบัน หรือจะสังเกตได้จากทุกร้านหนังสือจะต้องมีโซนสำหรับหนังสือนิยายวายโดยเฉพาะ แทบจะใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้

พล็อตซีรีส์วายมาจากไหน ?

ส่วนใหญ่เนื้อหาที่เอามาทำก็มาจากนิยายออนไลน์ที่โด่งดังคนติดตามเยอะหรือเป็นกระแสอยู่แล้ว ไม่ต่างอะไรจากละครช่องใหญ่ๆ ที่นิยมนำเรื่องมาจากหนังสือนวนิยาย อย่างเรื่อง Love Sick The Series (2557) ที่นำนิยายเรื่อง ‘ชุลมุนหนุ่มกางเกงน้ำเงิน’ ที่โด่งดังมากๆ ในเด็กดีเมื่อปี 2551 มาทำเป็นซีรีส์ หรือจะ SOTUS The Series (2559) ที่เริ่มมาจากแฮชแทก #พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง ในยุคที่การรับน้องเป็นที่ถกเถียงกัน เล่นกันอย่างสนุกสนานในทวิตเตอร์ลามไปถึงเฟสบุ๊ค จนกลายเป็นพล็อตแต่งนิยายสำหรับนักเขียนหลายคน และกลายมาเป็นซีรีส์ กระแสดีจนต้องทำภาค 2 ในที่สุด

ก้องภพ-อาทิตย์ จาก SOTUS The Series

มีซีรีส์อีกหลายเรื่องที่นำมาจากนิยายออนไลน์กระแสดีและเป็นกระแสต่อมาในซีรีส์ อย่าง Make It Right The Series รักออกเดิน , 2Moons The Series เดือนเกี้ยวเดือน , Together With Me อกหักมารักกับผม , บังเอิญรัก Love By Chance The Series , เขามาเชงเม้งข้างๆ หลุมผมครับ , ทฤษฎีจีบเธอ

สังเกตได้ว่าเกือบทุกเรื่องมีต้นทุนที่ดีมาอยู่แล้วนั่นคือนิยายออนไลน์ที่มีกระแส คนอ่านเยอะ เมื่อมาเริ่มทำเป็นซีรีส์ก็ไม่แปลกที่คนจะจับตาดู ถึงแม้จะมีดราม่าบ้างแต่สุดท้ายเกือบทุกเรื่องก็มีกระแสที่ดีตั้งแต่เริ่มออกตัวยันจบเรื่อง แถมตัวนักแสดงเองยังสามารถต่อยอดไปสร้างผลงานอื่นๆ ได้อีกมากมาย ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ พรีเซนเตอร์ และเพลง คือจะเรียกได้ว่าซีรีส์วายเป็นอีกทางที่สร้างนักแสดงหน้าใหม่ได้รวดเร็วมากทางหนึ่ง แถมสามารถดึงแฟนคลับทั้งไทยและต่างชาติที่มีกำลังสนับสนุนมากได้อย่างที่นักแสดงช่องใหญ่ๆ หลายคนยังทำไม่ได้

อย่างคริสสิงโตที่ถึงแม้ซีรีส์ SOTUS จะจบไปหลายปีแต่แฟนคลับของทั้งคู่ยังคงเหนียวแน่น ยังคงมีแฟนมีตติ้งทั้งไทยและทั่วเอเชีย แถมยังได้เป็นพรีเซนเตอร์คู่กันใน Baby Bright และเป็นพรีเซนเตอร์กลุ่มให้ โออิชิ ร่วมกับนักแสดง GMM ที่หลายคนก็มีชื่อเสียงจากซีรีส์วาย

หรือจะกลุ่มอื่นๆอย่าง SBFIVE บอยแบนด์ที่เป็นที่รู้จักจากเรื่อง 2Moons The Series เดือนเกี้ยวเดือน และสามารถกวาดพรีเซนเตอร์ได้หลายตัวในรอบปีที่ผ่านมา (เช่น AIS ซี๊ดซิม, ธนาคารออมสิน, เถ้าแก่น้อย ฯลฯ)  ออฟกัน ที่มีผลงานร่วมกันจากการเป็นคู่รองในเรื่องซีรีส์รุ่นพี่ Secret Love ตอน Puppy Honey แล้วได้รับกระแสตอบรับดีมากๆ จนมีเรื่องใหม่ของตัวเองอย่างทฤษฎีจีบเธอ

ปัจจัยหลักที่ทำให้ต่างชาติหันมาสนใจ เพราะซีรีส์วายไม่ใช่คอนเท้นท์ที่หาได้ทั่วไปขนาดนั้น

ถึงแม้จะทำออกมาเยอะขึ้น แต่ซีรีส์วายก็ไม่ใช่คอนเท้นท์ที่หาง่ายเท่าละครทั่วไป เพราะฉะนั้นเมื่อมีเรื่องใหม่ๆ ออกมาไม่ว่าจะเป็นของประเทศไหน กลุ่มคนที่ชื่นชอบซีรีส์แบบนี้ก็จะให้ความสนใจเป็นธรรมดา คนไทยเองก็ยังเสพซีรีส์วายจากจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น หรือตะวันตกเหมือนกัน เช่นเดียวกันประเทศไทยเองก็มีคอนเท้นท์เกี่ยวกับความรักแบบชายรักชาย หญิงรักหญิงต่อปีเยอะมากถ้าเทียบกับประเทศอื่น ทำให้แฟนคลับต่างชาติหลายประเทศติดตามซีรีส์วายจากไทย และตามต่อไปถึงตัวนักแสดงด้วย โดยเฉพาะแฟนคลับจีน ประเทศที่แบนเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์เพศเดียวกัน  ทำให้คอนเท้นท์วายจากต่างประเทศเป็นอีกทางที่แฟนคลับจีนหันมาติดตาม

ด้วยความที่มีต่างชาติให้ความสนใจนี้เองทำให้นักแสดงซีรีส์วายถึงจะเป็นมือใหม่ก็ได้รับโอกาสสานต่อ อย่างการจัดงานมีตติ้งในต่างประเทศ ไปงานอีเว้น เป็นพรีเซนเตอร์ ไปจนถึงมีผลงานแสดงที่ประเทศจีน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดีในต่างชาติ และแฟนคลับต่างชาติเองก็บินมาตามกันถึงที่ไทย

ข้อนี้น่าจะเป็นเครดิตของทั้งตัวนิยาย ซีรีส์ นักแสดง และทีมเบื้องหลังด้วยที่สามารถผลักดันนักแสดงให้ไปได้ไกลกว่าในซีรีส์ ไม่ใช่เพียงแค่ทีมนักแสดงที่ได้ประโยชน์ แต่ให้ลองคิดในมุมกว้างขึ้นอย่างการเผยแพร่วัฒนธรรม ภาษา อาหาร การท่องเที่ยวให้ชาวต่างชาติได้สัมผัสทางอ้อมผ่านตัวนักแสดงและศิลปิน เป็นประเด็นใหญ่ๆ ที่เราไม่ควรมองข้าม และควรเอาไปต่อยอด

ซีรีส์ขายคู่จิ้นมากกว่าขายเนื้อเรื่อง ?

ซีรีส์วายมันเป็นเหมือนคอนเท้นท์ที่สานฝันสำหรับคนที่มีรสนิยมชอบความสัมพันธ์แบบชายชายหรือหญิงหญิง ส่วนใหญ่แฟนคลับวายยุคแรกๆ ก็เริ่มมาจากการอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นที่เป็น 2 มิติ อ่านนิยายที่มีแต่ตัวอักษร หรือชอบคู่จิ้นในวงไอดอลเกาหลี ญี่ปุ่น จีน รวมถึงไทย จะไม่ค่อยมีเรื่องไหนทำความรักของเพศเดียวกันแบบเต็มขั้น เมื่อเริ่มมีซีรีส์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แฟนคลับจะชอบในความสัมพันธ์ของคนที่เล่นซีรีส์ด้วยกัน (หรือ จิ้น อย่างที่เขาเรียกกัน) แต่ก็น่าจะอยู่ที่วิจารณญาณและความชอบของแต่ละคนด้วยว่าจะชอบแบบไหน คนที่ดูซีรีส์อย่างเดียวเพราะชอบเนื้อเรื่องแต่ไม่ได้ตามคู่จิ้นต่อก็มี

แต่หากมองความรักแบบชายรักชายหรือหญิงรักหญิงเท่าความรักแบบชายหญิงทั่วไปเราจะมองว่าการจับคู่นี้ยังแปลกอยู่หรือเปล่า? ประเด็นคู่จิ้นนี่เลยถือเป็นอีกสีสันที่มาคู่กับการสร้างซีรีส์วาย ชนิดที่ว่าแฟนคลับอินกันมากกว่าคู่จริงในวงการเสียอีก

คอนเท้นท์วายมีแต่โลกสวยขายฝัน ?

จุดนี้อาจจะมองแคบไป เพราะคอนเท้นท์วายทุกรูปแบบไม่ว่าจะนิยาย การ์ตูน ซีรีส์ หรือภาพยนตร์มีให้เลือกเสพทุกประเด็น มีทั้งเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ของเพื่อน ครอบครัว สืบสวนสอบสวน วงการแพทย์ ผี สยองขวัญ ย้อนยุค แฟนตาซี ดิสโทเปีย ไปจนถึงประเด็นการเมือง  ของแบบนี้อยู่ที่รสนิยมคนจะเลือกเสพ ซึ่งเรื่องความรักมันย่อยง่ายและเข้าใจง่ายกว่า ทำให้แมส (เข้าถึงคนจำนวนมาก) กว่าประเด็นอื่นๆ

ซีรีส์วายของไทยส่วนมากก็จะนำเรื่องที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงคนได้มากกว่าเหล่านั้นมาทำ เรื่องเกี่ยวกับความรักวัยมัธยม มหาวิทยาลัยจึงเป็นที่นิยม และส่วนมากจะเป็นรักใสๆ ในมุมบวก เน้นดูเพื่อผ่อนคลายมากกว่า

แต่ซีรีส์วายประเด็นอื่นๆ ก็มี อย่างเช่น เขามาเชงเม้งข้างๆ หลุมผมครับ ซีรีส์วายที่ครบรส ทั้งผี แฟนตาซี สืบสวนสอบสวน เรื่องครอบครัว เรื่องเพื่อน มีปมให้ติดตามและต้องลุ้นยันตอนสุดท้าย เป็น Coming of age ที่ดีมากเรื่องหนึ่ง แถมยังใช้เทคนิค CG เข้ามาประกอบด้วย

หรือจะเป็นสายเรียลไปเลยอย่างเรื่อง Gay OK Bangkok ที่ตีแผ่เรื่องราวของเกย์จริงๆ แบบไม่โลกสวย , หลายคู่ใน Club Friday The Series ที่เน้นประเด็นดราม่าจากชีวิตจริง , Friend Zone เอาให้ชัด ที่นำเสนอคอนเท้นท์ชายชายแบบสมจริง มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีประเด็นเรื่องอาชีพ การแบ่งเวลาให้กัน การปรับตัวเข้าหากัน รวมถึงปัญหาการนอกใจ

แต่ไม่ใช่แค่ในวงการซีรีส์เท่านั้นที่น่าจับตามอง ในวงการภาพยนตร์เอง เนื้อหาชายรักชาย จะเรียกว่าเป็นคอนเท้นท์ล่ารางวัลที่ดีอย่างหนึ่งก็ว่าได้

ต้องขอบอกก่อนว่าไม่ใช่ภาพยนตร์วายทุกเรื่องจะไปถึงจุดนั้นได้ แต่จุดสังเกตของเราคือภาพยนตร์ชายรักชายหลายเรื่องสามารถฝ่าฟันสู้กับหนังเรื่องอื่นๆ ในปีเดียวกันจนเป็นตัวแทนหนังไทยไปชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมได้ (แต่ยังไม่เคยมีหนังไทยเรื่องไหนหลุดไปเป็น 5 เรื่องสุดท้าย) และอีกไม่น้อยที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ในปีที่เข้าฉาย

รักแห่งสยาม (2550)

เป็นหนังที่นำเสนอทั้งเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัว มิตรภาพระหว่างเพื่อน ความรักของวัยรุ่น รวมถึงความรักแบบชาย-ชายอย่างเข้มข้นทุกความสัมพันธ์ และเป็นเรื่องที่ตัวอย่างภาพยนตร์หลอกคนดูได้ซะสนิท คือไม่ได้มีใครเอะใจเลยว่าจะมีความสัมพันธ์แบบชาย-ชายอยู่ในเรื่อง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องฮือฮาสำหรับสมัยนั้น (12 ปีที่แล้ว) อยู่เหมือนกันนะ เนื่องจากไม่ได้มีคู่จิ้นชายชายให้เราเห็นจนชินตาขนาดนี้ และกระแสสังคมเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศก็ยังไม่ได้เป็นที่ถกเถียงมากนัก แต่กระแสของคนดูก็ถือว่าดีมากๆ เพราะความกลมกล่อมที่ทำถึงทุกพาร์ท ใครไม่อินความเป็นชาย-ชายก็อาจจะไปอินการแอบรักเพื่อน หรือใครไม่อินสองอย่างก็อาจจะไปอินความสัมพันธ์ของครอบครัวแทน

การันตีผลงานด้วยการเข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ถึง 14 สาขา และคว้ามาได้ 3 รางวัลนั่นคือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล) และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (พลอย-เฌอมาลย์) ถูกเสนอเชื่อเข้าชิงรางวัลเอเชียนฟิล์ม (ที่เรียกได้ว่าเป็นออสการ์แห่งเอเชีย) 2 รางวัล รักแห่งสยามยังถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยไปชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมในปีนั้นอีกด้วย

พี่ชาย My Hero – How To Win At Checkers (Every Time) (2558)

เป็นหนังที่เล่นประเด็นละเอียดอ่อนอย่างการ เกณฑ์ทหาร ซึ่งเป็นหน้าที่ชายไทยทุกคนที่ต้องผ่านมันไป จุดเด่นของมันไม่ใช่ความเป็นชาย-ชาย แต่น่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างพี่ชายกับน้องชายมากกว่า เมื่อเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้ฐานะดี แถมยังต้องมีอุปสรรคในการเป็นหัวหน้าครอบครัวอย่างการเกณฑ์ทหารเข้ามาอีก ทำให้ เอก ตัวหลักของเรื่องต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว รวมถึงการหาทางซิกแซกตอนจับใบดำใบแดงเพื่อจะไม่ต้องไปเป็นทหาร เนื้อหาความเป็นชายรักชายถือเป็นส่วนประกอบในเรื่องนี้ แต่ช่วยทำให้ความสัมพันธ์และเนื้อเรื่องมันกลมกล่อมขึ้น ยากขึ้น น่าสนใจขึ้น และเห็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมชัดขึ้น

พี่ชาย My Hero ก็เป็นอีกเรื่องที่เป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยไปชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมในปี 2558 อีกด้วย

มะลิลา : The Farewell Flower (2561)

หนังล่ารางวัลที่ไม่สามารถนับนิ้วได้ครบว่ามีกี่รางวัลแล้วในตอนนี้ เป็นอีกเรื่องที่มีกระแสต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2560 และเป็นภาพยนตร์ที่ไม่มีใครค้านสายตาหรือรางวัลที่ควรจะได้ ทั้งองค์ประกอบ เนื้อหา และความสามารถของนักแสดง

มะลิลาเหมือนเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการของคอนเท้นท์ชายรักชาย นำเสนอความสัมพันธ์ของชายสองคนที่กลับมารักกันอีกครั้ง แต่ก้าวข้ามประเด็นถกเถียงอย่างเรื่องเพศไปสู่สัจธรรมของชีวิตอย่างเรื่องความเป็นความตาย มะลิลาใช้บายศรีเป็นตัวเปรียบเทียบกับชีวิตของคน ใช้เวลาใช้ความประณีตเพื่อสร้างมันมาอย่างสวยงาม แต่เมื่อถึงวันหนึ่งก็ต้องเหี่ยวเฉาไป

มะลิลาได้เป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยไปชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมในปี 2562 รวมถึงรางวัลที่ไปกวาดมาจากต่างประเทศจนนับไม่ไหว

ถึงแม้ในทางภาพยนตร์แต่ละเรื่องจะไม่ได้เล่นประเด็นคู่จิ้นและสานต่อได้เท่าซีรีส์ แต่ก็มีคุณค่าของตัวเองในด้านเนื้อหาและมีรางวัลการันตี

ด้วยความที่มันมีประเด็นความรักที่สามารถนำมาเล่นได้ลึกกว่า อย่างความรักของชายรักชายหรือหญิงรักหญิงที่ยังคงคลุมเครือ มันอาจจะได้รับการยอมรับจากสังคมในมุมกว้าง แต่ประเด็นครอบครัวล่ะยอมรับได้ไหม หรือกฎหมายล่ะมีรองรับหรือเปล่า นี่เป็นอีกประเด็นที่ทำให้คอนเท้นท์ความรักของเพศเดียวกันสามารถนำมาเล่นได้ลึกกว่า กลมกว่า และมีประเด็นสะเทือนใจคนดูมากกว่า

มาถึงขนาดนี้แล้วทำให้เราเห็นว่านักแสดงที่มีชื่อมาจากซีรีส์วายเป็นกลุ่มที่น่าจับตามองมากๆ ทั้งความสามารถที่พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ในทุกด้าน สามารถต่อยอดได้เยอะในวงการบันเทิง มีกลุ่มแฟนคลับที่พร้อมจะสนับสนุนไม่น้อยทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงคอนเท้นท์วายเองที่กำลังพัฒนามาจนแมสสุดๆ เพราะฉะนั้นเราจะมองข้ามกระแสนี้ไปไม่ได้เลย