มิสแกรนด์ไทยแลนด์ (Miss Grand Thailand) เป็นชื่อของการประกวดนางงามในประเทศไทย ที่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2556 และมี ณวัฒน์ อิสรไกรศีล เป็นผู้อำนวยการประกวด เพื่อส่งผู้ชนะเลิศเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าประกวดมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล โดยในปี 2559 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ให้เหมือนกับ
การประกวดนางงามในสหรัฐอเมริกา และเวเนซูเอล่า โดยการให้ทั้ง 77 จังหวัด จัดการประกวดมิสแกรนด์ขึ้น เพื่อหาสาวงามที่จะมาเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัด โดยให้ใช้ชื่อ “มิสแกรนด์” แล้วตามด้วยจังหวัด ซึ่งสิ่งที่ทำให้น่าจับตามองมากขึ้น ก็เพราะความสำเร็จที่สาวงามจากเวทีนี้ ได้ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับนานาชาตินั่นเอง
1. การแนะนำตัวที่กลายเป็นไวรัล
ถือเป็นธรรมเนียมที่คอนางงาม โดยเฉพาะเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ จะทราบกันดีว่าแต่ละปีสาวงามจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย จะมีการแนะนำตัวที่ลงท้ายด้วยจังหวัดที่ตนเองเป็นตัวแทน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการประกวดเวทีนี้เลยก็ว่าได้ และนอกจากนี้หากการแนะนำตัวของใคร มีความครีเอทมากๆ ก็จะกลายเป็นไวรัล ที่ถูกพูดถึงทันทีในโลกโซเชียล ซึ่งก็สร้างรอยยิ้มให้กับคนดูได้อย่างมากเลยทีเดียว
2. ชุดประจำจังหวัดสุดอลังการ

จัดเต็มทุกปีสำหรับการประกวดชุดประจำจังหวัด ซึ่งสามารถคงกระแสทำให้กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ได้เสมอ โดยหากชุดของจังหวัดใดเข้าตากรรมการที่สุด ก็จะถูกคัดเลือกให้ไปเป็นชุดประจำชาติ และต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า แต่ละปีนั้นจะมีชุดที่ชูเอกลักษณ์ ความเป็นมาของแต่ละจังหวัด ออกมาได้อย่างดีและงดงามทีเดียว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้แฟนนางงามต่างเฝ้ารอว่าดีไซน์ชุดของแต่ละจังหวัด จะจัดหนักอลังการดาวล้านดวงขนาดไหน
3. มงจะลงที่ใคร ?

แน่นอนว่าไม่เพียงแต่เวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์เท่านั้น ที่จะต้องมาลุ้นกันว่าท้ายที่สุดใครจะคว้ามงกุฎไปครอง แต่อย่างที่ได้บอกไปว่า เวทีนี้พิเศษกว่าเนื่องจากว่าผู้เข้าประกวดทุกคน มาจากการชนะเลิศแต่ละจังหวัดแล้ว ซึ่งล้วนแต่มีมงกุฎเป็นของตัวเองแล้วทั้งนั้น จึงทำให้นี่เป็นอีกสิ่งที่น่าจับตามองอย่างมากว่า มงจะไปลงที่ใคร อันดับ 1 จะสวยเผ็ดหรือสวยหวานแค่ไหน และอันดับรองลงมาจะแซ่บหรือไม่อย่างไร อย่าลืมรอติดตามชมไปพร้อมกัน กับการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2019































