“ผมคิดว่าวงการทีวี จะยังคงพอให้ทำงานกันได้แบบนี้อีกประมาณ 5 ปี
หลังจากนี้น่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ภาพและเสียงยังคงอยู่ต่อไป”
ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท. ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับ Tonkit360 – ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ กับทางรอดของทีวีดิจิทัล
เป็นการให้สัมภาษณ์ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของทีวีดิจิทัลในเมืองไทย ที่เวลานี้ หลายเจ้าต้องพยายามประคับประคองตัวเองให้อยู่รอด และ ในเวลาเดียวกันกับที่ ทีวีดิจิทัล ถูกท้าทายจากการเวลาและพฤติกรรมผู้บริโภคนั้น เทรนด์ในการรับชมความบันเทิงของคนรุ่นใหม่ ก็เกิดขึ้นพร้อมกับสิ่งที่เรียกว่า OTT TV

OTT TV คืออะไร
ถึงเวลานี้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า OTT TV คือการรับชมโทรทัศน์แห่งอนาคต ซึ่งในความเป็นจริงไม่ต้องรอนานเพราะหลายคนก็ได้สัมผัสกันมาแล้ว เพราะนี่คือการให้บริการสื่อวิดีโอ โทรทัศน์ผ่านทางอินเตอร์เนต ถ้าเอาให้ชัดเจนและหลายคนคุ้นเคยคือ Youtube, Line TV, Netflix, Iflix, foxplus, Huluplus, HBO Go, VIU และที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดอย่าง WeTV
Content องค์ประกอบลำดับ 1 ของ OTT TV
ทั้งนี้การรับชม Content หรือ เนื้อหาภาพและเสียงในรูปแบบวิดีโอ หรือ โทรทัศน์ผ่านทางอินเตอร์เนต นั้นมีองค์ประกอบด้วยกัน 5 ส่วน ส่วนสำคัญส่วนแรกคือ เจ้าของเนื้อหา หรือ เจ้าของ Content ตัวอย่างเช่นเจ้าของลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก เอ็นบีเอ เจ้าของช่องโทรทัศน์ที่เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์เอง ผุ้ผลิตรายการ หรือ ค่ายหนังที่ผลิตหนังป้อนให้กับเจ้าของเครือข่าย
เจ้าของ แพลทฟอร์ม องค์ประกอบลำดับ 2 OTT TV
เมื่อมีเนื้อหาปัจจัยต่อมาที่มีส่วนสำคัญคือ แพลทฟอร์มของการนำเสนอเนื้อหา คือผู้ที่จะเข้ามาซื้อเนื้อหา ให้ไปอยู่ใน แพลทฟอร์มของตนเอง ดังเช่น Netflix ที่่ต้องซื้อหนังจากค่ายยักษ์เพื่อให้ แพลทฟอร์มของตนเองมีความน่าสนใจ (ในที่นี้จะเรียกผู้ให้บริการเหล่านี้ว่า แอพฯ ก็ได้) ทั้งนี้เจ้าของแพลทฟอร์ม ต่างก็ต้องกำหนด Identity เป็นของตนเองว่าจะนำเสนอเนื้อทางด้านไหน เพื่อดึงดูผู้เข้ามาใช้บริการ
ดังเช่น Netflix กำหนดสถานะของตนเองว่าเป็นผู้ให้บริการสื่อวิดีโอ ทั้งภาพยนตร์และซีรี่ย์ นอกจากนี้ยังมี Original movie ภายใต้แบรนด์ของ Netflix หรือถ้าเอาระดับ Local ที่ทำความเข้าใจง่ายขึ้นคือ Line TV ที่แพลทฟอร์ม นอกจากจะทำ Content Agreegator กับช่องโทรทัศน์เพื่อนำเอา ละคร หรือ รายการมาออกอากาศซ้ำแล้ว ยังมีการทำซีรีส์เป็นของตนเองและฉายเฉพาะใน Line TV
ผู้ให้บริการ Device องค์ประกอบลำดับ 3 OTT TV
จากเจ้าของ Content มาถึงผู้ซือลิขสิทธิ์เพื่อให้ Content มาอยู่ใน แพลทฟอร์มของตัวเอง ต่อมาก็คือ เจ้าของกล่อง หรือ เจ้าของบ้านที่จะเลือกเอาว่าจะ มีแพลทฟอร์ม หรือ แอพฯ ตัวใดบ้างไปอยู่ในกล่องของตนเอง ที่นิยมใช้ก่อนหน้านี้คือ Android TV Apple TV หรือ Smart TV ที่สามารถใช้ดาวน์โหลดแอพฯ เพื่อรับชมเนื้อหาผ่านทางความเร็วของอินเทอร์เนต และในปัจจุบันที่กำลังจะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญ สองเจ้าในเมืองไทยคือ AIS Play และ True ID อันเป็นการให้บริการที่มีค่าบริการรายเดือน จากการรับชม เนื้อหาแบบเหมาแพค และเป็นการจัดสรรเนื้อหาตามความสนใจของคนในเมืองไทย
อย่างใน AIS PLAY นั้นรองรับ NETFLIX และ HBOGO ขณะที่ TRUE ID นั้นนำเสนอช่องหนังของตัวเอง มีซีรีส์ในช่องต่างประเทศ ไม่รองรับ NETFLIX แต่ที่คาดการณ์กันว่าContent ที่จะทำให้ TRUE ID ได้รับความนิยมขึ้นมา คือการได้ลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ลีก ที่ผู้ชมสามารถจ่ายเพื่อรับชมตามความต้องการได้ หรือ จ่าย ON TOP จากแพคเกจเดิม
พฤติกรรมผู้บริโภคไม่เหมือนเดิมโลกของการดูทีวีแบบเก่าจะหมดไป
พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป กับการรับชมความบันเทิง ที่สามารถรับชมได้ทุกที่ ทุกเวลา หรือ ชมย้อนหลังได้ตามต้องการ ทั้งหมดนี้ทำให้การดูทีวีในอนาคตเปลี่ยนไป ถามว่าสถานีโทรทัศน์ยังอยู่ไหม คำตอบคือยังอยู่แต่อยู่ในฐานะผู้ผลิตเนื้อหา และ เนื้อหาเหล่านั้น อาจต้องถูกส่งมายังแพลทฟอร์มการรับชมที่ไม่ใช่ช่องทางเดียวคือเปิดโทรทัศน์รับสัญญาน แต่เป็นแพลทฟอร์มที่อยู่ในหลายช่องทาง
คนทำทีวีต้องปรับตัวอย่างไรกับความเปลี่ยนแปลง
ส่วนคนทำงานทีวี จะตกงานไหม คำตอบคือไม่ เพราะอย่างไรเสียการผลิตเนื้อหาเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบก็ยังคงต้องการความคิดสร้างสรรค์ ในการนำเสนอ เพียงแต่ขนาดของกลุ่มคนที่ทำงานจะเล็กลง และ มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แล้วความเปลี่ยนแปลงในการรับชมจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ไหมคำตอบคือ ยังก่อนไม่ใช่ภายในปีนี้ หรือ ปีหน้า และความเปลี่ยนแปลงจะไม่ได้เป็นแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน หากจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป พฤติกรรมผู้บริโภคจะค่อยๆปรับตามกระแสความนิยม ถ้าโครงข่ายอินเทอร์เนตความเร็วสูง กระจายพื้นที่ได้ครอบคลุมมากขึ้น ผู้ใช้บริการก็จะมากขึ้นตาม
ส่วน Pay TV ก็จะต้องปรับตัว มาเป็นเจ้าของหน้าร้านที่ต้องคอยสรรหาเนื้อหา ให้ถูกตามจริตของผู้บริโภค เมื่อเป็นเช่นนี้โลกแห่งการรับชมที่เราเคยคุ้นเคยก็จะเปลี่ยนไป และ แน่นอนว่าคนที่จะเดินต่อใน ธุรกิจนี้ต้องปรับตัวตาม






























