
โลกในยุคโลกาภิวัฒน์ สื่อโซเชียลมีเดียมีบทบาทมากมายในชีวิตของมนุษย์ ทำให้โลกทัศน์ของเราเปิดกว้างได้แม้อยู่บ้าน ในสังคมออนไลน์เราต่างเคยชินกับการบอกเล่าเรื่องราวของเรา แลกเปลี่ยนกับการติดตามหรือรับรู้เรื่องคาวชีวิตของคนอื่น ๆ
เคยเห็นเหมือนกันไหม สำหรับบางคนที่แชร์เรื่องราวต่าง ๆ บนโลกที่มีแต่เรื่องสวยหรู จนอดสงสัยไม่ได้ว่า ชีวิตดีขนาดนั้นจริงหรือ มันก็จริงอยู่ที่ไม่มีใครจะอยากเอาด้านลำบากของตัวเองมาเผยแพร่ให้ใครเห็นหรอก ใคร ๆ ก็เอาแต่เรื่องดี ๆ มาอวดทั้งนั้น แต่กับบางคนเรื่องราวที่แชร์มันดูเวอร์วังอลังการเกินไป ซึ่งคนแบบนี้มีไม่น้อยแถมยังเพิ่มขึ้นทุกวัน หลายต่อหลายคนโดนแหกจนใครต่อใครก็รู้ความจริงว่าชีวิตไม่ได้ดีดังที่โฆษณาเอาไว้
ด้วยความเป็นสังคมที่ทำให้เรากลายเป็นคนขี้อวดแบบไม่รู้ตัว กลายเป็นว่าการมีมากกว่าคนอื่น ๆ นั้นจะทำให้คน ๆ นั้นมีตัวตนและจุดยืนในสังคม ผู้คนต่างให้ความสนใจ จึงอาจส่งผลให้คนบางคนเลือกที่จะหลอกตัวเองให้กระทำการหลอกลวงคนอื่นโดยการสร้างตัวตนปลอม ๆ ของตัวเองขึ้นมาเรียกร้องความสนใจเพื่อ เพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง และเมื่อการกระทำเหล่านี้เกิดการยอมรับจากผู้อื่นก็อาจทำให้เสียตัวตนจริง ๆ ไปและยึดติดกับภาพมโนนั้นแทน
การหลอกตัวเอง
จริง ๆ แล้วอาการนี้มีชื่อเรียกด้วยนะว่า Pathological Liar หรือโรคหลอกตัวเอง เป็นความผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่ง มีที่มาจากการสร้างโลกขึ้นมาหลอกตัวเองเพื่อหลีกหนีจากความจริงที่ไม่ต้องการ และนำพาตัวเองไปอยู่ในโลกที่สร้างซึ่งทำให้สบายใจมากกว่า กระทั่งเข้าใจว่าความมโนนั้นคือความจริง กลายเป็นพฤติกรรมเสพติดไปโดยปริยาย
มโนโซเชียลในปัจจุบันเกิดจากอะไร
อย่างที่กล่าวไปตอนต้น ว่าคนเราในยุคที่แข่งขันอวดดีชิงเด่น โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ ที่ดูเหมือนจะให้คุณค่ากับคนที่มีมากกว่าคนอื่น จึงเป็นที่มาของการหลอกเพื่อให้ได้รับการยอมรับบ้าง ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมนี้มีด้วยกันหลายสาเหตุแตกต่างกันออกไป
- เติมเต็มความฝัน : คนบางคนอาจมีต้นทุนหรือชีวิตที่จืดจาง ใฝ่ฝันที่จะมีหลาย ๆ อย่างหรือท่องเที่ยวในหลายที่ แต่ไม่มีโอกาส จึงสร้างโอกาสขึ้นมาเองด้วยการสร้างตัวตนปลอม ๆ ขึ้นมาให้เป็นที่เตะตา สนองความต้องการลึก ๆ ของตัวเองชดเชยความไม่มี และได้รับการยอมรับจากคนอื่นเป็นกำไร
- มีความผิดปกติทางประสาท : เป็นผู้ป่วยประเภทที่ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคนโดยรวมได้
- ลักษณะพฤติกรรมเลียนแบบ : ซึ่งเกิดจากการเห็นคนอื่นได้ความดีความชอบจากสังคม จึงเริ่มทำตามและติดเป็นนิสัย
พฤติกรรมเหล่านี้อาจยังไม่ถูกมองเป็นเรื่องเลวร้าย ตราบใดที่ยังไม่มีใครเดือดร้อนทางกายหรือทรัพย์สิน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยปละละเลย หากใครมีคนใกล้ตัวที่เข้าข่ายลักษณะแบบนี้ควรตักเตือนหรือแนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์ เพราะในระยะยาวการกระทำเช่นนี้จะเป็นนิสัยติดตัวและส่งผลต่อจิตใจได้

































