คำเตือนจาก ดาร์ธ เวเดอร์ “ระวังจะสำลักความทะเยอทะยาน”!!

คำเตือนจาก ดาร์ธ เวเดอร์ “ระวังจะสำลักความทะเยอทะยาน”!!

มีหนังในดวงใจกันไหมคะ เชื่อว่าแต่ละท่านคงมีความทรงจำและเหตุผลของในการชื่นชอบภาพยนตร์แต่ละเรื่องแตกต่างกันไป สำหรับผู้เขียนเองมีหนังในดวงใจที่หยิบมาดูเมื่อไรก็ไม่เคยเบื่ออย่างสตาร์วอร์ส แม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการดูภาค6 (Return of the Jedi) กับคุณพ่อในวัยเด็ก แต่เมื่อออกจากโรงภาพยนตร์ก็เดินออกมาพร้อมกับความประทับใจในสงครามอวกาศแบบจอร์จ ลูคัสสไตล์ จนทำให้ไปตามเก็บภาคก่อนหน้ามาดูจนครบทั้งNew Hope และ Empire Strike Back

จนกระทั่งปี 1999 จอร์จ ลูคัส ได้ปัดฝุ่นเอาภาคที่เหลือของสตาร์วอร์ส เคยเขียนบทภาพยนตร์เอาไว้มาสร้างต่อ อันได้แก่ The Phantom Menace Attack of the Clone และ Revenge of the Sith และล่าสุด The Force Awaken เมื่อปี 2015 ผู้เขียนเรียกว่าตามเก็บตามดูจนครบเพราะทุกครั้งที่ได้เจอกับสตาร์วอร์ส เหมือนเจอเพื่อนเก่า ที่เราคุ้นเคยตั้งแต่ยังเด็ก

โปรยเรื่องมาด้วยสตาร์วอร์ส ทั้ง7 ภาคแต่ภาคที่จะชวนคุณผู้อ่านคุยในวันนี้กลับเป็น ภาคติ่ง ของสตาร์วอร์ส อย่าง Rogue One ภาคที่เล่าถึงวีรบุรุษไร้นาม ความหวังของกลุ่มคนที่หมดหวัง ด้านมืดของคนที่ต้องการไปให้ถึงจุดสูงสุดในชีวิตโดยไม่สนใจในวิธีการ เป็นการดำเนินเรื่องโดยไม่มีพลังของเจได เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นการดำเนินเรื่องของคนปกติที่ เต็มไปด้วยพลังใจ และต้องการสร้างสิ่งที่ดีให้กับคนที่ยังมีหวัง

เป็นภาคที่ผู้เขียน ออกปากกับคุณธีรพัฒน์ อัครเศรณี เจ้าของคอลัมน์โซโหซอย 8 ว่าให้ไปหาดูเถอะเพราะเวลานี้เรื่องราวของสตาร์วอร์สไม่ใช่แค่สงครามระหว่างดวงดาวอีกต่อไปแล้วแต่มันได้กลายเป็นเรื่องของใจคนที่จะต้องต่อสู้กับกิเลส ว่าจะเข้ามาครอบงำใจได้มากน้อยขนาดไหน ส่วนคุณผู้อ่านที่เจอกับเรื่องเลวร้ายจนต้องออกปากว่า “โลกนี้อยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ” ยิ่งอยากให้ไปดูเรื่องนี้กัน

เพราะ Rogue One ทำให้เห็นถึงด้านมืดและด้านสว่างของคนที่มาจากพื้นฐานแตกต่างกันเป็นชีวิตของคนสามัญที่ต้องต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด แม้จะมีพื้นหลังอันเป็นอดีตอันเจ็บปวด เช่นเดียวกับคนในโลกของความเป็นจริงที่เราจะได้เห็นผู้คนสามารถเหยียบย่ำกันเองเพื่อให้ได้เป็นที่หนึ่ง กดหัวคนอื่นให้จมน้ำเพื่อเอาตัวรอด ในขณะที่บางคนพยายามต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องกลับถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าเย้ยหยัน บางคนยืนอยู่เฉยไม่ลงมือทำอะไรได้แต่เกาะกับกระแสแล้วตักตวงเอาผลประโยชน์เข้าตนเอง

เนื้อหาใน Rogue Oneกระแทกใจคนดูเยอะนะคะ ยิ่ง Quoteคำพูดของดาร์ธ เวเดอร์ “Be careful not to choke on your aspirations, Director” (ระวังหน่อยผู้อำนวยการระวังจะสำลักความทะเยอทะยานของตนเอง) ในฉากที่สนทนากับ ผู้อำนวยการโครงการ Death Star ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทยาน ผู้ทำทุกวิถีทางเพื่อไปสู่จุดสูงสุด แม้จะขโมยโครงการของคนอื่นเอามาเป็นของตนเอง เรียกว่าเป็นการตบหน้าแรงๆกับคนในโลกแห่งความจริง จากหมายเลขหนึ่งของพลังด้านมืด

นับเป็นข้อคิดจากหนังแม้ว่าจะออกโรงไปแล้วแต่ Rogue One นับว่าเป็นอีกหนึ่งภาคย่อยที่ถูกใจแฟนสตาร์วอร์สทั่วโลก และ ถูกจัดให้เป็นภาค 3.1 ก่อนจะถึง สตาร์วอร์สภาค 4 อย่าง New Hope และนับเป็นการเรียกน้ำย่อยที่ดีก่อนที่แฟนสตาร์วอร์สทั่วโลกจะได้ชมภาค 8 The Last Jedi ที่กำลังจะเข้าฉายในช่วงปลายปีนี้เหมือนภาษิตโบราณว่าไว้ค่ะ “ดูหนังดูละครแล้วย้อนมาดูตัวเอง”