
ช่างมาได้ผิดที่ผิดเวลามากๆสำหรับ Shazam ที่ฉายเดือนเดียวกับ Hell Boy ที่รีเมคมาใหม่ และ Infinity War : Endgame ที่ฉายช่วงหลังสงกรานต์แต่ประโคมข่าวไม่หยุดหย่อนจนบดบัง Shazam เลือนหายไป แต่ก็มีแฟนคลับฝั่ง DC จำนวนไม่น้อยได้ยอมรับและเข้าใจจึงต้องติดตามหนังทางค่ายนี้เพื่ออุดหนุนไม่ให้หนังเลือนหายไป และสนับสนุนให้มีโปรเจคใหญ่รวมกันบ้างอย่างกับ Avenger ทางค่าย Marvel ดังนั้น Tonkit360 จึงไปดูมาแล้วมารีวิวให้ฟังว่าหนังสนุกและน่าตื่นเต้นขนาดไหน
เปิดตัวมาด้วยความเกรียนแต่แฝงไว้ด้วยแง่คิด

เราจะเห็นกันตั้งแต่ตอนตัวอย่างหนังแล้วว่า Shazam ต้องออกมาเป็นหนังที่เกรียนสุดในฝั่ง DC อย่างแน่นอน และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เนื่องจากเราจะรู้แล้วว่าเด็กผู้ชายอายุไม่ถึง 15 ปีคนนี้ได้รับพลังเหนือมนุษย์มาเพื่อต่อกรกับวายร้าย ซึ่งเขาก็คือเด็กที่ยังใช้ชีวิตไม่เต็มที่ มีเพียงแค่การเอาตัวรอดของเขา จะให้มาแบกรับเรื่องฮีโร่มันก็คงเกินไปสำหรับเด็กวัยนี้ หนังเลยเล่าถึงความทะเล้นและความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก บวกกับการที่ต้องคอยปราบเหล่าวายร้ายที่ล้มลุกคลุกคลานหัดสู้ไปในสไตล์เด็กๆ

โดยที่ฉากบู๊ระห่ำนั้นมีน้อยซะเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะหนังต้องการที่จะเล่าถึงตัวละครนี้ให้มาก ปูทางให้เขาหน่อยเพื่อที่อนาคตคนจะได้ทำความเข้าใจกับมันได้ แต่ก็อยากให้คนดูจดจำไว้สุดท้ายแล้วเขาก็คือเด็กเพราะฉะนั้นฮีโร่ไม่จำเป็นต้องอายุเท่าไหร่ ต่อสู้เท่มากขนาดไหน ปกป้องคนได้มากน้อยเพียงใด ขอเพียงแค่มีความกล้าพอที่จะปกป้องใครสักคน ก็จะเป็นฮีโร่ได้แล้ว
สร้างปมตัวละครได้อย่างสมเหตุสมผล
เราจะเห็นฮีโร่หลายตัวเลยที่บางครั้งก็เออจับพลัดจับผลูมาเป็นซะงั้น หรือคนรู้จักตัวละครนี้แล้วไม่จำเป็นเล่าเบื้องลึกเบื้องหลังก็ได้มั้ง สิ่งนี้เลยเป็นปัจจัยให้หนังฮีโร่บางเรื่องนักแสดงไม่อินกับมันหรือทำให้คนดูไม่อินไปกับมัน แต่ Shazam นั้นถูกปูทางมามีปัญหาครอบครัว ไม่ไว้ใจใคร ไม่ยกยอปอปั้นตัวเอง และคิดว่าตัวเองไม่ได้ดีเลิศอะไร แต่เขามีสิ่งหนึ่งคือไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบและคอยปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าอยู่เสมอ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่นั่นเอง

ตัวละครที่ยัดมาเยอะมากจนจำชื่อไม่ได้ แต่กลับมีบทบาททุกคน

ใครจะไปคิดว่าพ่อแม่วายร้าย ครอบครัวของพระเอก ที่บทบาทไม่ได้โดดเด่นแต่กลับทรงพลังมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เขานั้นเติบโตมาในแบบที่เขาเป็น แม้แต่พ่อมดที่มีแต่ละฉากน้อยซะเหลือเกินแต่เขาก็ยังเป็นจุดสำคัญไม่ได้ หนังที่ดีนอกจากบทดีแล้วที่สำคัญต้องไม่ทิ้งตัวละคร หนังเรื่องนี้จึงวางตัวละครออกมาได้ดีมาก และนักแสดงทุกคนมีบทบาทที่สำคัญกันทั้งหมดเลย
มุกตลกที่ไม่ตลก

หนังเกรียนๆ มักจะแฝงไว้ด้วยความตลก Shazam ถือได้ว่ามาถูกทางแล้ว แต่มุกตลกของเขานั้นค่อนข้างฝืดไปหน่อย ถ้าปรับมุกตลกได้หนังน่าจะสนุกกว่านี้ แต่โดยรวมก็สนุกอยู่แล้วนะ
ทั้งหมดที่ดูมาขอบอกได้เลยว่ามีฉากที่เซอร์ไพร์สอย่างมาก ถ้าใครยังไม่รู้จัก Shazam มาก่อนแนะนำให้ไปศึกษาประวัติมาคร่าวๆ แล้วไปดู ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่าผมไม่เคยอ่าน Shazam มาก่อนแต่ได้ดูประวัตินิดหน่อยก่อนไปดูหนัง พอเห็นฉากเซอร์ไพร์สก็ทำให้กริ๊ดแตกได้เหมือนกัน หวังว่าท่านผู้อ่านจะรู้สึกเหมือนกันกับผมถ้าได้ดูฉากเซอร์ไพร์สนี้






























