Home Trending Story Trend ในประเทศ หรือเราไม่เคยเรียนรู้อะไรจากบทเรียนที่ผ่านมา

หรือเราไม่เคยเรียนรู้อะไรจากบทเรียนที่ผ่านมา

ผ่านพ้นช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2562 ไป แต่สำหรับบางคนก็หยุดยาวจนถึง 21 เมษาเลยด้วยซ้ำ และในบางพื้นที่ก็ยังมีเทศกาลต่อเนื่องต่อยอดจากสงกรานต์ไปอีก คือ เทศกาลวันไหล

ไม่ว่าจะวันไหลที่เริ่มตั้งแต่ บางแสน ตั้งแต่วันที่ 16 – 17 เมษายน ไหลไปต่อที่ นาเกลือ ในวันที่ 18 เมษายน แล้วจบด้วยวันไหล พัทยา ในวันที่ 19 เมษายน รวมถึงประเพณีวันไหลที่ พระประแดง จังหวัดสมุทปราการที่จัดตั้งแต่ 19 – 21 เมษายน

เรียกว่าเป็นช่วงเทศกาลที่ยาวนานแทบทะลุลิมิตกันไปแล้ว ซึ่งหากมองถึงแง่มุมในด้านดีนั้นมีไม่น้อย เพราะเป็นช่วงวันหยุดที่หลายคนออกมาอยู่ไกลบ้านได้มีโอกาสกลับบ้านไปหาครอบครัวที่รัก ช่วงของครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาไปเที่ยวหรือทานอาหารร่วมกัน ต่าง ๆ นา ๆ นี้ล้วนเป็นเรื่องเติมความอบอุ่นให้แก่ใจใครหลาย ๆ คน

แต่หากมองในมุมกลับ อีกด้านหนึ่งนั้น ช่วงเทศกาล (ทั้งส่งท้ายปีเก่าและสงกรานต์) เป็นช่วงหนึ่งที่เกิดการสูญเสียมากที่สุด ทั้งอุบัติเหตุและอาชญากรรม ไม่เว้นในทุกจังหวัด ราวกับว่าแข่งกันทำแต้มสูงสุดในแต่ละปี

สถิติอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตช่วงเทศกาล

ด้วยการเปรียบเทียบสถิติของ 2 ปีล่าสุดจากเทศกาลปีใหม่ ระหว่างปี 2561 และ 2562 นั้น พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตของปี 2562 มีมากกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสถิติแบบนี้ควรลดลงด้วยซ้ำ ซึ่งเมื่อวัดกับปีอื่น ๆ ตัวเลขผู้เสียชีวิตและอุบัติเหตุก็ไม่ต่างกันมาก

และสาเหตุหลักของทุกการสูญเสียคือ เมาแล้วขับ – เมาแล้วขาดสติทะเลาะวิวาท

ทั้งที่แต่ละปีหรือเมื่อใกล้ช่วงเทศกาล หรือแม้แต่ช่วงปกติทั่วไป การรณรงค์เกี่ยวกับเครื่องดื่มมึนเมา เพื่อการบริโภคอย่างพอดี รวมถึงเมาไม่ขับ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน จะมีออกมาให้เห็นและติดตากันบ่อยครั้ง แต่กลับมองหาความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นไม่เจอเลย

แค่นี้เอง – นิดหน่อยน่า

คำติดปากใครหลายคน เพื่อเป็นข้ออ้างฉวยโอกาสต่าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าหากเกิดผลกระทบตามมามันจะเลวร้ายได้ขนาดไหน อย่างเช่น สังสรรค์จนเมาแทบขาดสติแล้วยังฝืนขับรถ ใครห้ามก็ไม่ฟังอ้างเพียงแค่ “นิดหน่อยเอง เดี๋ยวก็ถึง ขับไหวน่า”

อันที่จริงถ้าขับแล้วโชคดีถึงบ้านแบบไร้รอยขีดข่วนก็แล้วไป แต่หากในบางจังหวะเผลอวูบ เกิดอุบัติเหตุ เบา ๆ ก็แค่เจ็บแขนขาหัก หนักสุดก็พิการหรือตาย สงสารญาติสนิทต้องมาเสียใจกับการกระทำที่ไม่คิดเช่นนี้

หนักกว่านั้นหน่อย นอกจากไม่เดือดร้อนแค่ตัวเองแล้ว แต่เกิดขับรถไปชนคนอื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สร้างความสูญเสียต่อผู้อื่น ..แล้วจะยังอ้างว่า “แค่นิดหน่อย” กันอยู่อีกไหม

บทเรียนที่ถูกปล่อยผ่าน

กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ งานรื่นเริงต้องจบด้วนความสูญเสีย สาเหตุที่แท้จริงนั้นมาจากอะไร ..เพราะเรื่องมันไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเราเองหรือเปล่า เราจึงคิดว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องไกลตัว

การแก้ปัญหาของหน่วยงานรัฐและเอกชน ที่ควรรัดกุมมากยิ่งขึ้น เอาจริงกับผู้ฝ่าฝืนทั้งกฎหมายเกี่ยวกับเรื่อเมาแล้วขับ รวมไปถึงวินัยจราจร เคร่งครัดในทุกขั้นทุกบทของกฎหมาย ซึ่งส่วนหนึ่งที่เห็นแล้วชื่นใจปนชื่นชมคือภาพของเจ้าหน้าที่ออกมาปฏิบัติงานอย่างแข็งขัน เพื่อลดอุบัติเหตุและสอดส่องบนท้องถนน

และควรรำลึกถึงบทเรียนที่เคยเกิดขึ้น อย่าคิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องไกลตัว เพราะถึงแม้บางคนไม่ได้เป็นผู้กระทำ แต่วันดีคืนดีอาจตกเป็นผู้เคราะห์ร้ายก็เป็นได้