Home Trending Story Trend ในประเทศ “ร่างพ.ร.บ.ข้าว” กับข้อขัดแย้งที่คนกินข้าวต้องรู้

“ร่างพ.ร.บ.ข้าว” กับข้อขัดแย้งที่คนกินข้าวต้องรู้

แม้ร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. ….  จะถูกถอนออกจากการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.และรอให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณาว่าจะหยิบร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. …. ฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกหรือไม่ ร่างพ.ร.บ. ข้าวฉบับนี้ก็ได้สร้างข้อขัดแย้ง และความรู้สึกกังขา ต่อ การร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรจริง หรือ จะเป็นการนำเสนอข้อบังคับเพื่อเอื้อกับนายทุน ที่ครองตลาดการเกษตรในปัจจุบัน 

ทั้งนี้รายงานในปี 2560  นั้นระบุว่า  ผลผลิตข้าวของไทยมีปริมาณเฉลี่ยปีละ 30-32 ล้านตัน ข้าวเปลือกนำไปสีเป็นข้าวสารได้ประมาณ 20-21 ล้านตัน ใช้ในการบริโภค ภายในประเทศสัดส่วนประมาณ 50% ของผลผลิตข้าวสารที่ผลิตได้ทั้งหมด หากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาอีกก็จะส่งผลตั้งแต่ ชาวนาที่ปลูกข้าว โรงสีที่รับซื้อข้าว มาจนถึงผู้บริโภคชาวไทยกันเลยทีเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้เราไปดูข้อขัดแย้งสำคัญตามมาตราใน พระราชบัญญัติที่กลายเป็นข้อถกเถียง ในเวลานี้กัน 

มาตรา 20 โรงสี หรือ ผู้รับซื้อข้าวเปลือกต้องมีการออกใบรับซื้อในทุกครั้ง

ร่างพรบ.ข้าวมาตราที่ 20 กำหนดให้ผู้รับซื้อข้าวเปลือกต้องออกใบรับซื้อข้าวเปลือกทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานในการรับซื้อข้าวเปลือก โดยต้องมีรายละเอียดต่าง ๆ ตามที่อธิบดีกรมการข้าวกำหนด โดยต้องเก็บรักษาหลักฐานนี้เป็นเวลา 5 ปี เพื่อยืนยันหากถูกสุ่มตรวจสอบ 

จุดประสงค์ 

ความสำคัญของมาตรานี้ตาม ร่าง พ.ร.บ. นั้นก็เพื่อกันการนำเอาข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีราคาถูกแต่คุณภาพต่ำมาสวมสิทธิเป็นข้าวไทย 

ข้อขัดแย้ง

วิธีนี้อาจกันการสวมสิทธิข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านได้ แต่ก็ทำให้บรรดาผู้ประกอบการโรงสี มองว่าจะทำให้เกิดขั้นตอนอันสร้างต้นทุนในการรับซื้อให้กับทางโรงสี และแน่นอนว่า ต้นทุนดังกล่าว ก็จะไปลงที่ชาวนาที่อาจจะถูกคิดค่าดำเนินการและทำให้ราคาขายข้าวของพวกเขาถูกกดลงให้ต่ำกว่าเดิม 

มาตรา 27 เรื่องการพัฒนาและการค้าเมล็ดพันธุ์

ร่างกฎหมาย พ.ร.บ. มาตราที่ 27 นั้นกลายเป็นเรื่องถกเถียงกันอย่างร้อนแรงในโลกโซเชียล เพราะในครั้งแรกนั้นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้อำนาจเฉพาะการค้าเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ชาวนาที่ทำเกษตรและมีวิถีชีวิตในการเก็บเมล็ดพันธุ์ใช้เองแบบในอดีตจะไม่สามารถทำได้ และมีทั้งโทษจำคุก และ โทษปรับ 

แต่ท้ายที่สุดเมื่อจะมีการนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวอีกครั้ง ก็ได้มีการปรับปรุงเนื้อหาให้ประนีประนอมมากกว่าเดิม โดยยังให้ ชาวนาที่ทำการเกษตรยังสามารถใช้เมล็ดพันธุ์ ที่มีเก็บของตนเองได้ ส่วนเมล็ดพันธุ์ไหนจะเอาไปขายก็ขอให้ไปขึ้นทะเบียนกับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จุดประสงค์

เพื่อควบคุมเมล็ดพันธุ์ข้าวให้อยู่ในมาตราฐานตามที่กรมการข้าว ภายใต้การกำกับการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดเอาไว้ 

ข้อขัดแย้ง

การควบคุมในลักษณะดังกล่าว จะทำให้เกิดการหยุดชะงักของการพัฒนาข้าวพื้นเมือง ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และ สามารถสู้กับสภาพอากาศ และ ศัตรูพืชได้ดี ดังเช่นในอดีตที่เกษตรกร สามารถพัฒนาข้าวสายพันธุ์พื้นเมืองจนได้ข้าวสังข์หยด และ ข้าวเสาไห้ ซึ่งได้รับความนิยมในการบริโภคเป็นอย่างมาก และถ้ามีการควบคุมการพัฒนาและค้าเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาจริงๆ นายทุนใหญ่ที่ทำธุรกิจเมล็ดพันธุ์อยู่แล้วน่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบจาก พ.ร.บ.นี้มากที่สุด 

ข้อขัดแย้งทั้งสองมาตรา ตามร่าง พ.ร.บ. ข้าว นั้นแสดงให้เห็นถึง โอกาสที่เกษตรกร ซึ่งเป็นต้นทางการผลิต และ ผู้บริโภคซึ่งเป็นปลายทางของกระบวนการผลิตข้าว ต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หากมีการหยิบร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ส่วนใครจะกล้าหยิบมานำเสนอนั้น คงขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นหลังวันที่ 24 มีนาคมนี้อย่างแน่นอน