Home Trending Story Trend ในประเทศ เมื่อเพลงปลุกใจยุคขวาพิฆาตซ้ายหวนกลับมาในยุค 4.0

เมื่อเพลงปลุกใจยุคขวาพิฆาตซ้ายหวนกลับมาในยุค 4.0

ใครจะไปคิดว่าเวลาที่ผ่านไปแล้วถึง 43 ปีนับตั้งแต่เพลงปลุกใจยุคขวาพิฆาตซ้าย นับตั้งแต่ปี 2517 อย่างเพลง “หนักแผ่นดิน” จะกลายเป็นเพลงที่ถูกเอากลับมาพูดถึงในช่วงเวลาที่โลกทั้งโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในระดับ 4G  เมื่อพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นผู้บัญชาการทหารบก บอกว่าให้ไปฟังเพลงฮิตช่วงนี้อย่างเพลง “หนักแผ่นดิน” แทนการตอบคำถามนักข่าวที่ถามถึงนโยบายของพรรคที่ได้ชื่อว่า เป็นฝั่งซ้ายกับการลดงบกระทรวงกลาโหม และ เลิกเกณฑ์ทหาร 

คำตอบของ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ทำให้บรรยากาศในเวลานี้เหมือนย้อนกลับไปสู่วันเวลาเมื่อ 43 ปีที่แล้วหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เมื่อเสรีภาพทางความคิดของนักศึกษาทำให้พวกเขาถูกมองว่าเป็นพวกหัวก้าวหน้าเกินไป และ ถูกผลักให้กลายเป็นคอมมิวนิสต์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานั้นกำลังเกิดทฤษฎีโดมิโน ขึ้นในภูมิภาคอินโดจีนและพรรคคอมมิวนิสต์ ทั้งในลาว กัมพูชา และเวียดนาม สามารถบุกเข้ายึดการปกครองมาได้ ทำให้ คนไทยในยุคสมัย 2517-2519 นั้นมีความกลัวทฤษฏีโดมิโน คอมมิวนิสต์ จะเข้าสู่เมืองไทย และภายหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นักศึกษาที่เห็นการกระทำอันโหดร้าย ได้หนีเข้าป่าเพื่อเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์เป็นจำนวนมาก จนทำให้หลายคน กลัวว่าความเข้มแข็งในเวลานั้นขอพรรคคอมนิวนิสต์แห่งประเทศไทยจะทำให้ไทยเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้าน 

เมื่อฝ่ายซ้ายที่ได้ชื่อว่าเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ เริ่มสร้างความกลัวให้กับสังคมไทย ทหารที่ถือได้ว่าเป็นผู้สนับสนุนฝ่ายขวา หรือพวกอนุรักษ์นิยม ก็ต้องใช้วิธีที่จะปลุกขวัญกำลังใจของคนในสังคมให้ไม่กลัวคอมมิวนิสต์ และ เปลี่ยนจากความกลัวคอมมิวนิสต์ มากลายเป็นความเกลียดแทน และ ความเกลียดนั้นได้ถูกกระทำผ่านนักคิดนักเขียน ที่ใช้สื่อรัฐในการกระจายความคิด รวมไปถึงบทเพลงปลุกใจอย่าง “หนักแผ่นดิน” และ ทหารพระนเรศวร” 

เพลงหนักแผ่นดิน นั้นเป็นเพลงที่แต่งเมื่อ พ.ศ. 2518 ใช้เปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุ จ.ส. กรมการสื่อสารทหารบก กองทัพบก ในการต่อสู้ทางการเมืองกับขบวนการคอมมิวนิสต์ ในช่วง พ.ศ. 2518-2523 ประพันธ์คำร้องโดย พ.อ. บุญส่ง หักฤทธิ์ศึก และขับร้องโดย ส.อ.อุบล คงสิน และศิริจันทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา 

https://www.youtube.com/watch?v=ItxSyvWz6bY

ขณะที่เพลง “ทหารพระนเรศวร” ที่มีท่อนฮุกสุดจปลุกใจว่า “เปรี้ยง เปรี้ยง ดังเสียงฟ้าฟาด โครม โครม พินาศพังสลอน เปรี้ยง เปรี้ยง ลูกปืนกระเด็นกระดอน โครม โครม ดัสกรกระเด็นไกล” นั้นก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่อยู่ในยุคขวาพิฆาตซ้าย แต่งเนื้อร้องโดย ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ ซึ่งทั้งสองเพลงนี้นับว่าเป็นเพลงที่จะถูกใช้เพื่อการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ อย่างชัดเจน

ส่วนฝ่ายซ้ายก็มีเพลงที่เรียกได้ว่าปลุกใจเหล่าสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ที่อยู่ในป่าเช่นกันและเป็นเพลงที่ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงวันนี้ อย่างเพลง “เดือนเพ็ญ” ซึ่งเป็นเพลงของ อัศนี พลจันทร หรือที่คนเดือนตุลาจะรู้จักกันในนาม “นายผี” หรือ “สหายไฟ” แห่งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย 

แต่เรื่องราวการต่อสู้ด้วยเสียงเพลงระหว่าง ฝ่ายขวา กับ ฝ่ายซ้าย นั้นจบไปแล้วกว่า 43 ปีถ้าวันนี้ เราจะกลับมาฟังเพลงเหล่านี้อีกก็อย่าให้เป็นเพราะประเทศต้องมีการแบ่งข้างแบ่งฝ่าย หรือ แบ่งสี กันอีกเลย เพราะ บทเรียนจากเนื้อเพลงเหล่านี้ก็น่าจะทำให้คิดได้สุดท้ายแล้วการต่อสู้ทางความคิดถ้าจะหาผู้ชนะนั้นไม่มี  มีแต่ประเทศชาติที่จะบอบช้ำเพราะความต้องการให้คนอื่นคิดเหมือนกับตนเอง