
“โกลเด้นเกต” จุดหมายปลายทางของ “คนคิดสั้น”
สะพาน “โกลเด้นเกต” หรือ “Golden Gate Bridge” ในสหรัฐอเมริกา ถือเป็นสะพานแขวนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเคยได้ชื่อว่าเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดของโลกยาวนานถึง 27 ปีด้วย หลังเปิดใช้ครั้งแรกในปี 1937 หรือปีพ.ศ.2480
นอกจากจะเป็นแลนด์มาร์กที่ผู้มาเยือนซานฟรานซิสโกต้องหาโอกาสมาถ่ายรูปให้ได้แล้ว สะพานแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมที่หลายคนใช้จบชีวิตตัวเอง จนขึ้นแท่นเป็นสะพานที่มีคน “ฆ่าตัวตาย” มากที่สุดในโลก ก่อนที่ในปี 2006 จะเสียตำแหน่งให้สะพานข้ามแม่น้ำแยงซีในหนานจิง ประเทศจีน หรือ “หนานจิง ฉางเจียง” ที่มียอดผู้เสียชีวิตพุ่งเกิน 2,000 ราย
สาเหตุที่โกลเด้นเกตกลายเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของผู้คิดฆ่าตัวตาย เป็นเพราะสะพานมีความสูงจากระดับน้ำถึง 75 เมตร ทำให้โอกาสรอดชีวิตน้อยมาก เพราะร่างของผู้ที่กระโดดลงมาจะกระแทกกับน้ำด้วยความเร็วราว 75 -120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือแค่ 4 วินาทีเท่านั้น!
ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ฆ่าตัวตายจะเสียชีวิตทันทีจากแรงกระแทก เพราะร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก ขณะที่ 5 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่รอดชีวิตในตอนแรก มักเสียชีวิตจากการจมน้ำ หรือร่างกายอยู่ในสภาวะที่มีอุณหภูมิต่ำเกินไปเพราะน้ำที่เย็นจัด
หากนับมาถึงตอนนี้ คาดว่ายอดผู้เสียชีวิตที่สะพานโกลเด้นเกตน่าจะเกือบ 2,000 รายแล้ว ซึ่งทางการเองก็พยายามหาทางป้องกันเช่นกัน ด้วยการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนบนสะพานเป็น 22 คนเมื่อปีที่แล้ว โดยสามารถช่วยชีวิตคนได้ถึง 184 ราย แต่ก็ยังมีที่ฆ่าตัวตายสำเร็จอีก 39 ราย
ล่าสุด โครงการติดตั้งโครงตาข่ายเหล็กไว้ด้านล่างของสะพาน ที่อนุมัติกันไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2014 กำลังจะได้ฤกษ์ก่อสร้างแล้วในปีนี้ หลังยืดเยื้อมานานเพราะติดขัดเรื่องงบประมาณที่ตั้งไว้ที่ 76 ล้านเหรียญสหรัฐ (2,660 ล้านบาท) แต่สุดท้ายต้องใช้เงินมากถึง 192.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (6,730.5 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม หลังจากระดมทุนในส่วนที่ขาดได้แล้ว ทำให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ โดยจะมีการติดตั้งโครงตาข่ายเหล็กลงมาจากใต้สะพาน 20 ฟุต (6 เมตร) และมีความกว้างออกมาจากขอบสะพานอีก 20 ฟุต ตลอดความยาว 2,737 เมตรของสะพาน ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลานานถึง 4 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ
แม้เชื่อว่าการติดตั้งตาข่ายเหล็กจะช่วยให้คนเลิกฆ่าตัวตายที่สะพานแห่งนี้ได้ แต่ด้วยงบประมาณมหาศาล สูงกว่าเมื่อครั้งก่อสร้างสะพานนี้เมื่อ 80 ปีก่อนถึง 5 เท่า ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือไม่
เพราะเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้มีแค่สะพาน “โกลเด้นเกต” ที่เดียวเท่านั้น ที่กระโดดลงไปแล้วจะจบชีวิตได้!

































