DEEPFAKE อาวุธปั่นป่วนบิดเบือน อันตรายหากใช้ในทางที่ผิด

ในยุคที่ข่าวสารเดินทางข้ามโลกได้เร็วเพียงพริบตา การติดต่อสื่อสารง่ายดายเพียงปลายนิ้ว
และแน่นอนว่าเทคโนโลยีนั้นเปรียบเสมือนดาบสองคม หากผู้ใช้ใช้มันไปในทางที่ดีก็จะเกิดคุณอนันต์ แต่หากคิดร้าย ใช้ไปในทางที่ผิดก็จะส่งผลให้เกิดโทษได้มหาศาลเช่นกัน

ทุกคนคงเคยได้เห็นข้อความลวงที่บางที่ก็มักจะหลงเชื่อ และส่งต่อโดยขาดการกรอง ยกตัวอย่างเบา ๆ เช่น เมลล์ลูกโซ่ที่มีมาแต่เนิ่นนานอายุพอ ๆ กับอินเตอร์เน็ต และยกระดับมาเป็นข่าวลวง ที่สร้างความเสียหายให้กับใครคนใดคนหนึ่ง ใครเชื่อ ก็ส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ พร้อมความเกลียดชัง

จนล่าสุดตอนนี้เทคโนโลยีการบิดเบือนข้อมูล ได้ก้าวมาถึงการบิดเบือนความจริงได้แล้ว นั่นคือ Deepfake เทคโนโลยีที่สามารถนำข้อมูลลวงมาทำให้เป็นเรื่องที่ใกล้ความจริงที่สุด และยากต่อการจับผิดสำหรับคนทั่วไป

Deepfake คืออะไร

มันคือเทคโนโลยีที่อาศัย AI สร้างข้อมูลบิดเบือนโดยการเลียนแบบสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง
จนแทบจะเหมือนเป๊ะ ๆ สามารถสร้างวิดีโอที่เอาบุคคลที่มีชื่อเสียงมาพูดอะไรก็ได้ ยกตัวอย่างเช่นวิดีโอด้านบน นั่นคือ Deepfake ที่เลียนแบบอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเจ้าตัวไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นเลย

ยัง ยังไม่พอ ในวงการหนังผู้ใหญ่ได้มีการใช้เทคโนโลยีนี้ เลียนแบบใบหน้าของนักแสดงสาวหลายคน ไปใช้ ซึ่งก็สร้างความเดือดร้อนให้กับเธอเหล่านั้นไม่น้อย

ความน่ากลัวของ Deepfake 

ดังที่ได้กล่าวถึงความรวดเร็วในการส่งต่อสารของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบัน ยอมรับเลยว่าเราพร้อมที่จะเชื่อโดยขาดการกรองกันเยอะพอสมควร กว่าความจริงจะเผยว่าข้อมูลนั้น ๆ ไม่ใช่ของจริง ก็ถูกส่งไปอย่างกว้างขวางแล้ว และความจริงวิ่งไล่ตามไม่เคยทัน กลายเป็นมีเพียงแค่คนรับสารส่วนน้อยที่รู้

มีสำนักข่าวของไทยออกมาเตือนเรื่อง Deepfake ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง

ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง เกิดสงครามจิตวิทยาขึ้นทั่วทุกระแหง การแก่งแย่งและความเกลียดชังนั้นสามารถส่งผลให้เราคิดโจมตีฝ่ายตรงข้ามโดยไม่คิดถึงผลเสีย การโจมตีกันด้วยข้อมูลนั้นอันตรายกว่าที่คิด ใครต่อใครก็เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย


เกมการเมืองที่ไม่มีใครยอมใคร วันดีคืนดีอาจมีมือดีที่ประสงค์ร้ายใช้ความล้ำนี้โจมตีฝ่ายที่ตนเกลียด คิดดูสิเพียงแค่ใช้ Deepfake สร้างผลงานขึ้นมาสักชิ้นหนึ่ง แล้วปล่อยลงสู่โลกอินเตอร์เน็ต หลังจากนั้นก็นั่งเอนหลังดูคนด่ากันเพลิน ๆ และที่สำคัญคือมีจำเลยสังคมเพิ่มขึ้นมาทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร

ไม่ห่วงวัยหนุ่มสาวที่เกิดมาพร้อม ๆ กับยุคอินเตอร์เน็ตรุ่งเรือง ที่มีความเคยชินกับการใช้เทคโนโลยี ห่วงแต่วัยสูงอายุ ที่เริ่มใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์เพิ่งจะเป็น เห็นข้อมูลอะไรผ่านตาบนอินเตอร์เน็ต พวกท่านก็พร้อมจะเชื่อและส่งต่อโดยไม่ทันได้คิด อันนี้ต้องฝากบุตรหลานคอยเตือนหน่อยแล้วกัน ใช้โซเชียลอย่างมีสติ มีข้อมูลแล้วใช้เวลาหยุดพิจารณาสักนิด เพื่อไม่ให้เกิดพิษแพร่งพรายต่อไป