Home Uncategorized แล่เนื้อเถือหนัง GLASS – พลังที่ยิ่งใหญ่ มีที่มาจากแผลในอดีต

GLASS – พลังที่ยิ่งใหญ่ มีที่มาจากแผลในอดีต

ไม่ว่าคุณจะหลงรักหรือชิงชัง เอ็ม ไนท์ ชามาลาน ผู้กำกับชื่อดังจากอินเดีย ที่ออกผลงานภาพยนตร์ให้ชมกันอย่างต่อเนื่องทุก 1-2 ปี และก็ได้รับเสียงชมผสมก่นด่าไปทุกครั้ง แต่ไม่ว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไรก็คงไม่อาจหยุดยั้งผู้สร้างจอมหักมุมคนนี้ได้ เพราะปีนี้เขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับผลงานล่าสุด GLASS ที่ยังคงรักษามาตรฐานในการทำให้คนดูเสียงแตกเป็นสองฝั่งได้เหมือนเดิม

หนังว่าด้วยเรื่องของ เดวิด ดันน์ (บรูซ วิลลิส) ชายผู้มีพลังวิเศษแข็งแรงทนทานดั่งซูเปอร์แมน ออกตามล่า เควิน (เจมส์ แม็คอะวอย) ชายหนุ่มผู้มี 23 บุคลิกในตัวเอง ที่กำลังหาเหยื่อสังเวยยามค่ำคืน ทว่ายังไม่ทันสู้กันแบบรู้ผล ทั้งสองก็ถูกองค์กรลึกลับจับตัวไปบำบัด ด้วยความเข้าใจว่าทั้งคู่คือคนป่วยที่มีอาการทางจิต คิดว่าตัวเองมีพลังวิเศษ อย่างไรก็ตาม ที่คุมขังของทั้งคู่กลับมี เอไลยาห์ (แซมมวล เอล แจ๊คสัน) จอมวางแผนอัจฉริยะถูกจับไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งกำลังคิดแผนการลับที่จะสร้างความวุ่นวายให้แก่ผู้คนทั่วโลกอยู่ในหัว

แน่นอนว่าเป็นอีกครั้งที่ผู้เขียนสังเกต feedback ของคนที่ไปดูเรื่องนี้ (ซึ่งสนุกกว่าตัวหนังจริงอีก 555) ต่างออกมาพร้อมกับเสียงบ่นว่าดูไม่รู้เรื่อง หรือไม่เข้าใจที่มาที่ไปของตัวละครหลัก รวมถึงความผิดหวังที่คิดว่าจะได้ดูการต่อสู้กันระหว่างพระเอกพลังอึดกับปีศาจจอมพลังแบบจุใจ แต่ที่ไหนได้กลับมีแค่นิดเดียว เพราะเอาจริงแล้วหนังถูกจัดกลุ่มอยู่กับแนว ดราม่า-จิตวิทยา มากกว่าบู๊สะบั้นหั่นแหลก

นั่นจึงทำให้ 2 ชั่วโมง 10 กว่านาทีของ GLASS อุดมไปด้วยบทสนทนาที่อัดแน่นเต็มกระบุง ถึงจะไม่ได้ใช้บทพูดซับซ้อนเข้าใจยากอะไร แต่สำหรับคนที่ไม่เคยดูจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ของลุง เอ็ม ไนท์ มาก่อนหน้านี้ทั้ง 2 เรื่อง (Unbreakable กับ Split) จะจับต้นชนปลายไม่ถูกแน่ๆ เพราะหนังไม่ได้เล่าปูมหลังของตัวละครซ้ำสอง แต่ดำเนินเรื่องต่อกันเลย ดังนั้นทางที่ดีควรชม Unbreakable กับ Split มาก่อนเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ส่วนคนที่เป็นแฟนหนังตัวยงของลุง เอ็ม ไนท์ คงไม่มีปัญหาดูได้สบายใจ แต่จะชอบหรือไม่ก็อีกเรื่อง

ปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้ GLASS ดูไม่รื่นรมย์นัก คือการเล่าเรื่องที่เชื่องช้าชวนหลับ แถมยังพยายามชักจูงคนดูให้คล้อยตามคุณหมอจิตวิทยาในเรื่อง ที่กล่อมให้ตัวละคร เดวิด ดันน์ กับ เควิน เชื่อว่าตนเองเป็นคนป่วยที่เข้าใจผิดว่าตัวเองมีพลังวิเศษ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ทั้งสองสร้างวีรกรรมทำลายล้างตอนต้นเรื่องมากๆ จนกระทั่งมาถึงช่วงซีนไคลแมกซ์สุดท้ายที่ดูกระฉับกระเฉงขึ้นมาหน่อย หนังเลยพอปลุกคนดูให้ตื่นตาตื่นใจไปกับฉากแอ็คชั่นได้บ้าง และน่าจะทำให้คุณหมอผู้บำบัด (ซึ่งบางทีก็คิดว่าหล่อนนั่นแหละที่เป็นบ้า!!) ได้รับผลกรรมสาสมกันไป

ส่วนประเด็นการสร้างฮีโร่ หรือคนที่มีพลังวิเศษ อันเนื่องจากปมความเจ็บปวดในวัยเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำ จนอยากจะเติบโตกลายเป็นผู้มีพลังวิเศษเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ถูกทำร้าย พล็อตถือว่าไม่ได้ใหม่อะไรแต่การนำเสนอจุดนี้ เอ็ม ไนท์ ทำได้ดี ดูจับต้องได้ รวมถึงการแสดงสุดบ้าคลั่งของ เจมส์ แม็คอะวอย ผู้รับบทชาย 23 บุคลิก ทั้งแข็งแกร่ง เจ็บปวด ระทมทุกข์ ซึมเศร้า ฯลฯ ก็ช่วยประคองหนังไปได้ตลอดรอดฝั่ง แม้กว่าจะถึงบทสรุปส่งท้ายจะดูทุลักทุเลไปนิดก็ตาม

ถึงจะไม่ใช่งานที่ดีเด่นเท่ากับผลงานระดับมาสเตอร์พีซในอดีตกาลอย่าง The Sixth Sense หรืองานสมัยใหม่ที่หลายคนชื่นชอบ The Visit แต่ GLASS ก็คือการแสดงที่ทางใหม่ๆให้แก่ เอ็ม ไนท์ ชามาลาน ได้สร้างจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ฉบับหม่นหมองของตัวเองขึ้นมา นับว่าเป็นรสชาติใหม่ที่แตกต่างจาก MARVEL หรือ DC และน่าสนใจดีเหมือนกันว่างานชิ้นต่อไป ผกก.ชาวอินเดียจะสานต่อเรื่องราวนี้ออกไปแบบไหนกันอีก ก็ในเมื่อตอนท้ายดันทิ้งเชื้อปูทางกันไว้เรียบร้อยแล้ว