
“เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมชาติ / เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมดา / เรื่องเซ็กส์ใครๆก็โหยหา / เอ้าจริงไหมล่ะๆๆ”
ประโยคข้างต้นมาจากเนื้อเพลง “ชั่วโมงนี้เพศศึกษา” ของวง “เสียด” วงพังค์ร็อคระดับตำนานของเมืองไทย ซึ่งผู้เขียนคิดว่าเหมาะเหม็งเหลือเกินที่จะนำมาใช้เปิดหัวการพูดถึง SEX EDUCATION ซีรีส์สุดเฮี้ยวของสหราชอาณาจักรที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในสังคมไทยตอนนี้ จากการที่มีผู้ใหญ่หวังดีออกมาเตือนเยาวชนไทยทั้งประเทศว่าอย่าเปิดดูเด็ดขาดนะมันบัดสี ฮา
เอาจริงแล้วผู้เขียนเห็นซีรีส์เรื่องนี้ได้รับการกล่าวขานบนโลกออนไลน์มาพักหนึ่งแล้ว ตั้งแต่มันถูกบรรจุเข้า Netflix เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา พ่วงด้วยป้ายโฆษณาโปรโมตกันเต็มกรุง ทว่าก็ไม่ใคร่สนใจสักเท่าไหร่ จนกระทั่งมีท่านผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งออกมาร้องเรียนให้ปลดป้ายโฆษณาซีรีส์นี้ออกเพราะคิดว่าเป็นการยั่วยุให้วัยรุ่นไทยที่ดูซีรีส์นี้จะแสดงความหมกมุ่นเรื่องทางเพศมากขึ้น (นี่ยังเมาท์กับเพื่อนอยู่เลยว่ามันคือแผนการโปรโมทของ Netflix หรือเปล่า 555)
ไม่ว่าอย่างไร เชื่อว่าเวลานี้วัยรุ่นวัยคะนองและผู้ใหญ่หลายท่านน่าจะรู้จักซีรีส์ SEX EDUCATION กันไปแล้วเรียบร้อย ผู้เขียนเองจากที่เฉยๆ ก็เลยต้องหยิบรีโมทมาเปิดดูซีรีส์ความยาว 8 ตอนจบนี้เสียหน่อย เดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องนะ หุหุ

SEX EDUCATION แปลกันตรงตัวเลยคือ “การศึกษาทางเพศ” ว่าด้วยเรื่องของ โอทิส เด็กหนุ่มวัยยังไม่ทำบัตรประชาชนที่อาศัยอยู่กับแม่ผู้ประกอบอาชีพเป็นแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาเรื่องเพศ แม้จะเป็นเด็กหนุ่มขี้อายไม่กล้าเข้าสังคม แต่เมื่อวันหนึ่งเขาได้ให้คำแนะนำแก่เด็กหัวโจกที่มีปัญหาเรื่องเซ็กส์กับแฟนสาวจนหายเป็นปลิดทิ้ง โอทิส กับเพื่อนสาวคนสนิทอย่าง เมฟ และ เอริค เกย์หนุ่มสุดร่าเริง จึงปิ๊งไอเดียเปิดคลีนิคพิเศษ ให้คำปรึกษาแก่เรื่องทางเพศแก่เพื่อนในโรงเรียน โดยอาศัยลอกวิชาความรู้จากแม่มาใช้หากิน
ถึงตัวผู้เขียนจะเป็นคนธรรมะธรรมโม ไม่สนใจเรื่องทะลึ่งตึงตัง อ่านแต่หนังสือธรรมะ (โถ..พ่อคนดี) แต่เมื่อดู SEX EDUCATION จนครบ 8 ตอน ไม่มีอะไรจะให้ได้นอกจากปรบมือให้กับทีมผู้สร้าง ที่หยิบเอาปัญหาเรื่องเพศของวัยรุ่นมาตีแผ่ได้แบบครบถ้วนกระบวนความ และยังให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาได้แบบเป็นธรรมชาติโดยไม่รู้สึกว่าเป็นการยัดเยียดหรือจับคนดูมาสอนเรื่องศีลธรรมแบบน่าเกลียด

ปัญหาทางเพศในหมู่วัยรุ่นที่หนังหยิบยกมา ถือว่าค่อนข้างครอบคลุมทีเดียวเช่น หนุ่มสาวที่มีเซ็กส์โดยไม่ถึงจุดสุดยอด, คู่เลสเบียนที่ไม่เคยร่วมรักกันมาก่อนจึงทำกันแบบไม่มีความรู้ (อันนี้ได้ความรู้แบบบังเอิญเลย ฮา), การช่วยตัวเองและออรัลให้ผู้อื่น ฯลฯ แม้จะดูทะลึ่งลามกไปบ้าง แต่หากมองดีๆมันก็คือความรู้ชั้นดีที่หาไม่ได้จากสถานศึกษาในเมืองไทย เพราะคงไม่มีครูคนไหนจะสอนเรื่องนี้แบบถึงพริกถึงขิงให้เด็กๆได้เท่าซีรีส์แน่

ไม่เพียงแค่เรื่องเพศสัมพันธ์ ซีรีส์ยังเปิดพื้นที่ให้คนดูเห็นปัญหาว้าวุ่นของวัยรุ่นทั้งหลายเช่นการจีบสาว, การถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน, ยาเสพติด, การเหยียดเพศที่สาม, การทำแท้ง, การคบเพื่อนต่างเพศ (ชาย-เกย์) รวมถึงความสัมพันธ์ทางเพศทั้งแบบ หญิง-ชาย, เกย์, เลสเบียน หรือความรักต่างสีผิว ขาว-ดำ (ที่ผู้สร้างดูจะเน้นเป็นพิเศษ จึงทำให้ตัวละครหลายคู่ในเรื่องมีคนรักต่างสีผิวกันหมด) เรียกว่าซีรีส์ไม่ได้มุ่งแต่จะเสนอเรื่องเพศกันโจ๋งครึ่มอย่างเดียว แต่ยังรวมเอาปัญหาวัยรุ่นต่างๆมาไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน บางเรื่องอาจเคยเกิดขึ้นในชีวิตตัวเองก็ได้

อีกสิ่งที่ผู้เขียนประทับใจไม่น้อยคือการดูซีรีส์นี้ เปรียบเสมือนเปิดโลกใหม่ให้ตัวเอง กล่าวคือเราเข้าใจมาตลอดว่าสังคมฝรั่งคุยเรื่องเซ็กส์กันเปิดเผย มีคลาสสอนให้ทุกคนลองใส่ถุงยาง สอนว่าอวัยวะเพศของผู้หญิงแต่ละจุดเรียกว่าอะไร ดังนั้นหนุ่มสาวทั้งหลายน่าจะรู้ลึกรู้จริงกันหมดทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ ทว่าฝรั่งก็ดันมีปัญหาเรื่องขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศเหมือนบ้านเราเช่นกัน จะคุยกับพ่อแม่ก็ไม่ได้ เขิน เลยทำกันแบบผิดๆถูกๆเสียเยอะ และที่ตลกร้ายคือผู้หญิงหลายๆคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเยื่อพรหมจรรย์อยู่ตรงไหน
SEX EDUCATION อาจเป็นซีรีส์ไม่เหมาะกับเด็กที่อายุไม่ถึง 18 ปี เพราะเต็มไปด้วยบทสนทนาหยาบคายและฉากโป๊เปลือย (ที่มีไม่มาก แต่ก็แรงอยู่) อย่างไรก็ตาม ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เด็กรุ่นใหม่ดูหนังโป๊ผ่านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือกันได้ทั้งประเทศแล้ว แทนที่จะไล่ให้ไปหาข้อมูลเรื่องเพศศึกษาในอินเตอร์เน็ตแบบผิดๆถูกๆ ให้ซีรีส์นี้เป็นครูสอนเพศศึกษาไปเลย น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
และสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นห่วง ท่านไม่ต้องกลัวหรอกว่าเด็กๆที่ดูซีรีส์นี้แล้วจะกลายเป็นเด็กที่หมกมุ่นแต่เรื่องใต้สะดือจนต้องออกมาปิดกั้น เพราะสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือการที่พวกเขาใช้ความรู้เรื่อง “จู๋กับจิ๋ม” ที่มีน้อยนิด ไปสร้างปัญหาแก่ครอบครัวและตัวเองในอนาคต อย่างเช่นการท้องก่อนวัยเรียน หรือทำแท้ง อย่างที่เราเห็นกันอยู่ตามสื่อต่างๆนั่นแหละ..






























