Home Trending Story Trend ในประเทศ เตรียมพร้อมรับมือ วิกฤตการเงิน เมื่อโดน Lay Off

เตรียมพร้อมรับมือ วิกฤตการเงิน เมื่อโดน Lay Off

หนึ่งในวิกฤตของชีวิต ที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้น คือ “การเลย์ออฟ” (Lay Off) หรือการปลดออกจากงาน แต่เมื่อชีวิต คือ ความไม่แน่นอน วันดี วันคืนดี คุณอาจโดนคำสั้น ๆ ที่บาดลึกไปถึงก้นบึ้งหัวใจกระแทกหูเข้าก็ได้

แต่ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง Tonkit360 ขอชวนคุณมาวางแผนสำรอง เตรียมรับมือสถานการณ์ดังกล่าวไว้แต่เนิ่น ๆ ดีกว่า ส่วนแผนการที่ว่าจะเป็นเช่นไรนั้น ไปดูกันเลย

วางแผนการเงิน

เมื่อชีวิตมนุษย์ยากจะหาความแน่นอน การเริ่มต้นวางแผนการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจเป็นมาตรการดูตัวเองที่ดีที่สุด เพราะในวันที่คุณไม่มีรายรับเข้ามา แต่รายจ่ายยังคงอยู่ ดังนั้น ลองเช็กสถานะทางการเงินของคุณ ด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย แล้วดูว่า ในแต่ละเดือนคุณมีภาระหนี้สินอะไรบ้าง และมีรายรับนอกจากเงินเดือนหรือไม่ จากนั้น ก็ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน อย่างลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป เชื่อว่า ช่วยให้แต่ละเดือนคุณจะมีเงินเก็บมากขึ้น

จัดสรรเงิน เพื่อนำไปลงทุนในกองทุน/หุ้น

มีเงินก้อนหนึ่ง จะปล่อยไว้นิ่ง ๆ ในบัญชีธนาคาร ดอกผลคงไม่งอกงามดั่งใจหวัง แต่หากคุณโยกย้ายเงินในบัญชีมาลงทุนกับบรรดากองทุน พันธบัตร หรือหุ้นต่าง ๆ ก็อาจเพิ่มพูนรายได้ในบัญชีได้มากโข ยิ่งหากคุณพร้อมลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่ บอกเลยว่า เงินปันผลที่ได้ต่อเดือนอาจตกอยู่ที่ 20,000-30,000 บาททีเดียว

แต่ขอเตือนไว้ซักนิดว่า “ทุกการลงทุน มีความเสี่ยง” ฉะนั้น ก่อนที่คุณจะตัดสินใจลงทุนกับอะไรซักอย่าง ควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน

มองหางานเสริม หรือรับงานฟรีแลนซ์

การที่คุณเลือกทำงานประจำควบคู่กับการเป็นฟรีแลนซ์ แม้ดูเหนื่อยหนักกว่าคนอื่น แต่รายได้ที่เข้ามา ก็ช่วยต่อชีวิตของคุณได้ไม่น้อย ที่สำคัญหากคุณเลือกงานจากความถนัดและความชอบของตน ยังถือว่าเป็นการพัฒนาฝีมือให้ชำนาญยิ่งขึ้นด้วย

และไม่แน่ว่า ช่วงที่คุณว่างงาน เพราะถูกปลดฟ้าผ่า งานเสริมหรือการรับจ้างเป็นฟรีแลนซ์ อาจช่วยยืดชีวิตให้คุณไปอีก 1-2 เดือน และถ้าโชคดี คุณอาจได้งานประจำใหม่ จากลูกค้าที่คุณทำงานฟรีแลนซ์ให้ก็เป็นได้

ศึกษาสิทธิประกันสังคมที่ควรรู้

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า “เงินประกันสังคม” ที่เราและบริษัทจ่ายให้สำนักงานประกันสังคมทุก ๆ เดือนนั้น มีสิทธิมากมายแอบซ่อนอยู่ อาทิ เงินช่วยเหลือกรณีว่างงาน ซึ่งระบุไว้ว่า ลูกจ้างที่จ่ายเงินสบทบเข้ากองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ได้สิทธิความคุ้มครองจากประกันสังคม ดังนี้

– ผู้ถูกเลิกจ้าง ได้รับประโยชน์ทดแทนอัตรา 15% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180 วัน
– ผู้ลาออกจากงาน ได้รับประโยชน์ทดแทนอัตรา 30% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

โดยผู้ประกันตนจะต้องไปขึ้นทะเบียนที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ว่างงาน

นอกจากนี้ คุณ (ลูกจ้างที่ออกจากงาน) ยังได้รับความคุ้มครองจากสำนักงานประกันสังคมต่อไปอีก 6 เดือน นับจากวันที่ลาออกจากงาน โดยได้รับความคุ้มครอง 4 กรณี คือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และเสียชิวิต เป็นไปตามเงื่อนไขประกันสังคม

ใช้เครดิตจากงานประจำ เพื่อขอสินเชื่อในการทำธุรกิจ

ในระหว่างที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือน คุณอาจใช้เครดิตที่มีอยู่ ดำเนินการยื่นเรื่องขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อนำมาลงทุนประกอบธุรกิจส่วนตัว แต่ก่อนยื่นขอสินเชื่อ ลองศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะว่า ระหว่างสินเชื่อส่วนบุคคลกับสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME นั้น สินเชื่อแบบใด เหมาะกับคุณที่สุด

เรียนรู้สิ่งใหม่ 

ในช่วงที่ทำงานประจำอยู่ คุณไม่ควรปล่อยเวลาว่างให้สูญเปล่า แต่ควรพัฒนาตัวเอง ด้วยการสมัครคอร์สเรียนเพิ่มในสิ่งที่คุณสนใจ อาทิ เรียนทำเค้ก เรียนวิธีการตัดต่อ เรียนการถ่ายภาพ หรือเรียนภาษา (อังกฤษ, จีน และญี่ปุ่น) เป็นต้น นอกจากนี้ ควรเพิ่มศักยภาพด้านวิชาชีพตามสายงานที่ทำมาด้วย

สำหรับการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมนั้น ปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเรียนแบบในอดีต คุณสามารถสมัครเรียนออนไลน์กับผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องดังกล่าวได้โดยตรง