
เชื่อว่า ทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์เป็นหนี้ เป็นสินซักครั้งในชีวิต แต่หนี้สินที่ว่า จะไม่นำความเดือดร้อนมาให้คุณเลย หากมีวินัยในการชำระหนี้ และหากเป็นตรงกันข้ามแล้ว หนี้สินที่มีอยู่จะยิ่งเพิ่มพูนขึ้น จนกลาย “หนี้สินล้นพ้นตัว” เมื่อเป็นเช่นนั้น สถานะ “บุคคลล้มละลาย” ก็อยู่ไม่ไกลจากตัวคุณแล้ว
เพื่อให้ทุกคนได้ระวังตัว และอยู่ห่างไกลจากหนี้สิน จะได้ไม่กลายเป็น “บุคคลล้มละลาย” วันนี้ Tonkit360 จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องบุคคลล้มละลายว่า คืออะไร มีผลอย่างไรบ้าง ? มาฝากกัน
บุคคลล้มละลาย คือ
กรณีที่คน ๆ หนึ่งจะกลายมาเป็น “บุคคลล้มละลาย” ได้นั้น มีสาเหตุมาจากการที่คุณมี “หนี้สินล้นพ้นตัว” จนไม่ความสามารถที่จะชำระหนี้ได้ เนื่องจากมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินนั่นเอง
แต่ที่จริงแล้ว การล้มละลายนั้น ถือว่าเป็นขั้นตอนทางกฎหมายขั้นสุดท้าย ที่จะถูกนำมาใช้ต่อเมื่อไม่มีวิธีการอื่นที่จะแก้ปัญหาทางการเงินแล้วจริง ๆ ส่วนสาเหตุหลักที่ต้องใช้ขั้นตอนนี้ คือ การ “ไม่จ่ายหนี้” นั่นเอง
และกระบวนการที่เกิดขึ้นภายหลังเป็นบุคคลล้มละลาย คือ การพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เพื่อเอาทรัพย์ของบุคคลล้มละลายไปดำเนินการขายทอดตลาด ทั้งห้ามมิให้บุคคลล้มละลายยักย้ายถ่ายเททรัพย์ไปให้กับผู้อื่นเด็ดขาด
การเป็นบุคคลล้มละลาย มีผลอย่างไรบ้าง
เมื่อคุณกลายเป็นบุคคลล้มละลาย ย่อมถูกจำกัดสิทธิ์ในการทำนิติกรรมทุกประเภท รวมถึงการทำธุรกรรมการเงิน อาทิ การขอเปิดบัญชีธนาคาร การโอนเงิน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังส่งผลให้คุณไม่สามารถดำรงตำแหน่งในบริษัทได้ แต่หากมีความจำเป็นต้องดำรงตำแหน่งดังกล่าว คุณจำต้องได้รับอนุญาตจากศาลเสียก่อน จึงสามารถดำรงตำแหน่งได้
บุคคลล้มละลาย สามารถเดินทางไปต่างประเทศหรือไม่
โดยปกติแล้ว “บุคคลล้มละลาย” ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ แต่หากมีความจำเป็นที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศจริง ๆ คุณสามารถขออนุญาตจาก “พนักงานพิทักษ์ทรัพย์สิน” โดยคุณต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลายว่า คุณจะเดินทางไปที่ไหน เป็นเวลากี่วัน และสามารถติดต่อใครได้บ้างระหว่างที่คุณเดินทางออกนอกประเทศ
แต่ทั้งนี้ การอนุญาตให้คุณเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลาย และหากคุณได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ คุณจำต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ พร้อมทั้งส่งรายได้ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะอายัดเข้ากองทรัพย์สินด้วย
พ้นสภาพการเป็นบุคคลล้มละลาย เมื่อใด
คุณจะพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลาย เมื่อครบ 3 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย แต่หากคุณไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหนี้ ศาลก็อาจมีคำสั่งขยายเวลาออกไปอีกเป็น 5 ปี หรือ 10 ปี ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
โดยหลังครบกำหนดระยะเวลา 3 ปี ขอให้คุณติดต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อขอปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จะดำเนินการโฆษณาการปลดจากล้มละลายของคุณในราชกิจจานุเบกษาและหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่า 1 ฉบับ และภายหลังปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว คุณก็สามารถทำงานและทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ
เมื่อถูกปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลาย หนี้จะหมดไปด้วยหรือไม่
คำสั่งปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลาย มีผลให้คุณหลุดพ้นจากหนี้สินทั้งหมด ยกเว้นหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษี หรือหนี้สินที่เกิดจากการทุจริต หรือฉ้อโกง
บุคคลล้มละลาย สามารถทำประกันได้หรือไม่
การที่บุคคลล้มละลาย จะทำสัญญาประกันภัยหรือนิติกรรมใด ๆ จำต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก่อน หากมิได้รับความยินยอม สัญญาประกันภัยหรือนิติกรรมดังกล่าวจะตกเป็นโมฆะทันที แต่คุณยังสามารถเรียกคืนเบี้ยประกันที่ได้ชำระไปก่อนหน้าที่ได้
แต่ในกรณีที่คุณกลายเป็นบุคคลล้มละลาย หลังจากที่ทำประกันชีวิตไว้แล้ว ก็สามารถเคลมสินไหมทดแทนได้ ในกรณีต่อไปนี้
กรณีเสียชีวิต
หากคุณ ในฐานะผู้เอาประกันเสียชีวิต ทางบริษัทฯ จะจ่ายเบี้ยที่ผู้เอาประกันส่งมาทั้งหมดคืนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ และในส่วนทุนประกันซึ่งเหลือหลังจากที่มีการหักค่าเบี้ยประกันแล้ว บริษัทฯ จะส่งคืนให้ผู้รับผลประโยชน์ตามลำดับ
กรณียังมีชีวิต
เมื่อมีการเคลมค่ารักษาพยาบาลหรือสัญญาเพิ่มเติมอื่น ๆ กรณีเช่นนี้ ถ้ามีการจ่ายเคลมเกิดขึ้น ทางบริษัทฯ ยังไม่สามารถจ่ายคืนผู้เอาประกันได้ เนื่องจากผู้เอาประกันอยู่ในฐานะบุคคลล้มละลายที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์อยู่ แต่เมื่อใดที่ผู้เอาประกันได้ถูกถอนจากการเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว ก็สามารถมาขอคืนภายหลังได้
กรณีผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลล้มละลาย
สำหรับกรณีนี้ ทางบริษัทฯ ไม่สามารถจ่ายเคลมค่าสินไหมได้ เนื่องจากผู้รับผลประโยชน์โดนพิทักษ์ทรัพย์
ผลกระทบอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อกลายเป็นบุคคลล้มละลาย
กระทบต่อการทำงาน
กรณีนี้ จะส่งผลกระทบต่อบุคคลล้มละลายที่รับราชการโดยตรง ไม่ว่าจะอยู่สังกัดไหนก็ตาม ต้องออกจากราชการทันที เนื่องจากคุณเป็นบุคคลที่เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามของการรับราชการ
กระทบต่อชีวิตครอบครัว
การที่สามีหรือภรรยาตกเป็นบุคคลล้มละลาย สินสมรส (ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส) ของทั้งคู่จะถูกแบ่งแยกออกจากกันทันทีโดยอำนาจของกฎหมาย นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาให้ล้มละลาย จากนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จะเข้ามาจัดการรวบรวมทรัพย์สินในส่วนของสามีหรือภรรยาที่เป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อจะได้เอาไปชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ต่อไป เรียกว่า ถ้าสามีกลายเป็นบุคคลล้มละลาย ก็มาเอาเฉพาะทรัพย์สินส่วนที่เป็นของสามีเท่านั้น ของภรรยาไปเกี่ยว
แต่ที่ผ่านมาหากดูตามสื่อ จะพบข่าวของนักธุรกิจใหญ่ตัดสินใจหย่าขาดกับคู่สมรส หรือเลือกจะแต่งงานแบบไม่จดทะเบียนสมรส เพราะต้องการปกป้องทรัพย์สินส่วนใหญ่ไว้ กรณีที่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งตกเป็นบุคคลล้มละลาย
ตรวจสอบว่า “หลุดจากสถานะบุคคลล้มละลาย” แล้วหรือไม่
- เช็กจาก “www.ratchakitcha.soc.go.th” ด้วยการพิมพ์ชื่อ-นามสกุล เพื่อตรวจสอบ เนื่องจากภายหลังพ้นสภาพบุคคลล้มละลายแล้ว จะมีประกาศแจ้งที่ราชกิจจานุเบกษาเสมอ
- เช็กการเว็บไซต์ของกรมบังคับคดี (http://ledwebsite.led.go.th) แต่ทั้งนี้ ผู้เข้าใช้งาน จำเป็นต้องลงทะเบียนเสียก่อน เมื่อระบบตรวจสอบข้อมูลแล้ว จึงสามารถใช้งานระบบได้






























