REAL MADRID เป็นสโมสรที่ “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” ประสบความสำเร็จสูงที่สุด
เมื่อตอนที่แล้ว เราพาไปเยือน TURIN สโมสรใหม่ของ “โด้” เที่ยวตามรอย “โด้” (ตอนแรก) : TURIN บ้านใหม่ของ “โด้”
ในตอนนี้ TONKIT360 ขอนำทุกท่าน ตะลุย MADRID
การทำวีซ่าเข้า MADRID ต้องยื่นเอกสารการเงินของ VFS ประเทศสเปน และต้องมีเอกสารเป็น Bank Certificate และ Bank Statement ควบคู่กันไป ติดต่อได้ง่ายๆ ที่สถานทูตสเปนประจำประเทศไทย สำหรับตั๋วเครื่องบินที่มีเที่ยวบินตรงจากสุวรรณภูมินั้น มีหลายสายการบินให้เลือก ราคาประมาณ 20,000 บาท ส่วนโรงแรมที่พักระดับ 3 ดาว สนนราคาราวคืนละ 3,000 บาท อาหารการกินเป็นสไตล์ยุโรปใต้รสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทยแน่นวล
การปรับเวลา นั้น เวลาของ MADRID ช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี MADRID มีวัฒนธรรมที่ต่างจากคนยุโรปพอสมควร เพราะตารางชีวิตของพวกเขาช้ากว่าคนทั่วไป 2 ชั่วโมง ยกตัวอย่าง มื้อเช้าเริ่มทาน 9 โมง ข้าวเที่ยง กินกันตอนบ่ายสอง และมื้อเย็นล่อไปสามทุ่ม ดังนั้น ถ้าหิวก็หิ้วท้องรอร้านอาหารเปิด บวกไป 2 ชั่วโมง แต่มื้อค่ำที่ MADRID เหมือนเมืองไทย คือมีอาหารให้ทานตลอดคืน โดยเฉพาะย่าน Gran Via ส่วนภาษาที่ใช้ใน MADRID ส่วนใหญ่พูดสเปน ซึ่งต่างจากคาตาลันหรือบาร์เซโลน่า
ในประเด็นของการเดินทาง มีให้เลือกหลายหลาย ทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟบนดิน รถไฟฟ้า รถราง รถเมล์ แท็กซี่ ค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ (ไม่นับแท็กซี่) เฉลี่ยอยู่ที่ 1.50 ยูโร
น้ำดื่ม ราคา 1 ยูโร น้ำอัดลมราคา 2 ยูโร กาแฟ 3 ยูโร
SIM มือถือ 5G มีให้เลือกหลายช่วงราคาและยี่ห้อ ตั้งแต่ 10-20 ยูโร ยี่ห้อก็มี Orange Vodafone สนามบิน ภัตตาคาร โรงแรม WiFi ฟรีเต็มพิกัด

LANDMARK ของ MADRID เรามาเริ่มต้นกันที่ PUERTA DEL SOL หรือ GATE OF THE SUN เป็นจัตุรัสสำคัญของ MADRID หรือบริเวณที่ตั้งของสโมสร ATLETICO MADRID สัญลักษณ์สำคัญคือ รูปปั้นหมีเกาะต้นสตรอเบอร์รี่ เดินต่อไปอีกหน่อยก็จะถึง REAL MADRID PALACE โบสถ์คาทอลิกหลังใหญ่อันแสนวิจิตรบรรจงทั้งภายในและภายนอก ตั้งอยู่ข้างพระราชวังโบราณด้านใน เป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้เครื่องทรงของกษัตริย์สเปน ทั้งโต๊ะแกะสลัก โต๊ะเขียนลาย เพดานเขียนลาย รูปปั้น โคมไฟ กระจกใหญ่ เครื่องแก้ว เครื่องโลหะ พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่บนเดินเขา ทำให้มองลงไปข้างล่างเห็นเมือง MADRID ทั้งเมืองแบบ PANORAMA
สำหรับคอวรรณกรรมต้องไม่พลาดเยี่ยมชม PLAZA ESPANA สวนสาธารณะที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์ขุ่นพ่อ MIGUEL DE CERVANTES เจ้าของวรรณกรรมอมตะระดับโลก DON QUIXOTE โดยทั้ง MIGUEL DE CERVANTES และ DON QUIXOTE เป็นอนุสาวรีย์ที่ติดตั้งเคียงคู่กัน ซึ่งเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจของคอวรรณกรรมที่ได้พบเห็นยิ่งนัก
ใกล้ๆ กันจะเป็น TEMPLE DE DEBOD หรือวัดอียิปต์ ซึ่งทางอียิปต์ได้ยกให้ MADRID เป็นของขวัญที่เคยช่วยอียิปต์บูรณะโบราณสถานในยุคโบราณ ภายใน TEMPLE DE DEBOD ได้รับการติดตั้งนิทรรศการถาวร จัดแสดงประวัติศาสตร์อียิปต์ ซึ่งเต็มไปด้วยโบราณวัตถุที่อียิปต์มอบให้ไว้
LANDMARK สำคัญอีกแห่งของ MADRID ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ CIBELES SQUARE หรือจตุรัสเทพีชัยชนะ และ LA PUERTA DE ALCALA หรือประตูชัยแห่ง MADRID บริเวณตรงกลางของ CIBELES SQUARE ติดตั้งน้ำพุ CIBELES เทพีทรงพาหะรถลากสิงโต ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการฉลองชัยชนะแห่งสโมสร REAL MADRID เมื่อมีชัยชนะจากการแข่งขันทุกครั้ง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ แฟนบอล REAL MADRID จะมาฉลองกันที่นี่ รวมทั้ง “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” ด้วย ซึ่งไม่รู้ว่ามาฉลองกี่ครั้งแล้ว เพราะประสบความสำเร็จกับ REAL MADRID มาแล้วอย่างมากมาย
จาก CIBELES SQUARE ไม่ไกล ก็จะเป็นที่ตั้ง LA PUERTA DE ALCALA หรือประตูชัยแห่ง MADRID สร้างโดยกษัตริย์ CHARLES ที่ 3
ปิดท้ายกันด้วยการตะลุย MADRID กันที่ SAN MIQUEL MARKET หรือ MARCADO DE SAN MIGUEL ในภาษาสเปน
ร้าน JAMON เป็นร้านที่ขึ้นชื่อที่สุด โดยเฉพาะคนรัก CHEESE และ WINE รองลงมาคือร้าน SANGRIA เหมาะสำหรับนักดื่ม เพราะมี COCKTAIL หลากหลายให้เลือกชิม และร้าน MOJITO ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็นกุ้งต้มแช่เย็น หรือหอยนางรมสดตัวใหญ่ไซส์บิ๊ก
เที่ยวตามรอย “โด้” (ตอนแรก) : TURIN บ้านใหม่ของ “โด้”
เที่ยวตามรอย “โด้” (ตอนที่ 2) : ตะลุย MADRID
เที่ยวตามรอย “โด้” (ตอนที่ 3) : เคาะประตู MANCHESTER
เที่ยวตามรอย “โด้” (ตอนจบ) : กลับสู่ถ้ำ “สิงโตเขียวขาว”

































