Home Trending Story Trend ต่างประเทศ แรงบันดาลใจ’สนามแข่งรถ’สู่นาฬิกาข้อมือ

แรงบันดาลใจ’สนามแข่งรถ’สู่นาฬิกาข้อมือ

นาฬิกาข้อมือ คือหนึ่งในเครื่องประดับที่บ่งบอกตัวตนของผู้ใส่ได้เป็นอย่างดี สัปดาห์นี้ Tonkit360 จะนำทุกท่านไปพบกับเรื่องราวจากสนามแข่งรถ และนักแข่งชื่อดังที่ถูกถ่ายทอดสู่นาฬิกาข้อมือแบรนด์ดัง ที่ต้องบอกว่าทุกเรือนคือลิมิเต็ดอิดิชั่นที่แฟนๆมอเตอร์สปอร์ตทุกคนถวิลหา

TISSOT รุ่น T-RACE MOTOGP 2018 LIMITED EDITION

เอ่ยถึงนาฬิกา TISSOT แฟนโมโตจีพีย่อมนึกถึงพรีเซนเตอร์คู่บุญอย่างนิคกี้ เฮย์เดน อดีตนักบิดชาวอเมริกันผู้ล่วงลับ ที่มีคอลเลคชั่นนาฬิกายี่ห้อนี้มาตั้งแต่ปี 2006 โดยปัจจุบัน TISSOT รุ่น นิคกี้ เฮย์เดน ยังคงเป็นที่ต้องการและหาซื้อได้ในเว็บไซต์อีเบย์ โดยบางรุ่นราคาขึ้นไปสูงถึง 4,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 132,000 เลยทีเดียว

T-RACE MOTOGP 2018 LIMITED EDITION

อย่างไรดี TISSOT ยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักประจำการแข่งขันโมโตจีพี รวมถึงมีคอลเลคชั่นนักบิดชื่อดังหลายคน อาทิ มาร์ก มาร์เกซ ,ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ และโธมัส ลูติ แต่นาฬิกาเรือนที่มีราคาสูงที่สุด ณ ปัจจุบัน กลับเป็นรุ่น T-RACE MOTOGP 2018 LIMITED EDITION ที่ผลิตออกมาเพียง 3,333 เรือนทั่วโลก ราคา 1,295 เหรียญสหรัฐ หรือราว 42,735 บาท

TAG HEUER รุ่น ASTON MARTIN RED BULL RACING SPECIAL EDITION

นับจากที่เรดบูลล์ เรซซิ่ง ทีมแข่งดังแห่งศึกรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก จับมือเป็นพันธมิตรกับ TAG HEUER แบรนด์นาฬิกาชั้นนำมาตั้งแต่ปี 2016 มีนาฬิกาหลากลายรุ่นออกวางขายให้สาวก “กระทิงแดง” ได้จับจอง จนมาถึงฤดูกาลปัจจุบัน ที่เรดบูลล์ ผนึกกำลัง แอสตัน มาร์ติน ค่ายรถสปอร์ตจากอังกฤษ

ASTON MARTIN RED BULL RACING SPECIAL EDITION

TAG HEUER เลยจัดการออกแบบนาฬิกาเวอร์ชั่นพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจจากความหรูหราตามแบบฉบับของรถยนต์แอสตัน มาร์ติน ประกอบกับความเร็วของรถเอฟวันของทีมเรดบูลล์ เรซซิ่ง ออกแบบมาเป็นนาฬิกาข้อมือรุ่น ASTON MARTIN RED BULL RACING SPECIAL EDITION ที่ราคาในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการอยู่ที่ 6,100 เหรียญสหรัฐ หรือราว 201,300 บาท

TAG HEUER  รุ่น CALIBRE HEUER01 (Aryton Senna)

อีกหนึ่งรุ่นของ TAG HEUER ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไอร์ตัน เซนน่า อดีตแชมป์โลกเอฟวันผู้ล่วงลับชาวบราซิล ซึ่งแม้เจ้าตัวจะเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 1994 แต่ชื่อเสียงที่มาพร้อมกับสินค้าหลากหลายรายการยังคงเป็นที่ต้องการและควรค่าแก่การเก็บสะสมของแฟนความเร็ว

CALIBRE HEUER01 (Aryton Senna)

โดยในเดือนตุลาคม 2018 ที่จะถึงนี้ TAG HEUER เตรียมเปิดตัวนาฬิกาที่รำลึกและเชิดชูความสามารถของ เซนน่า ให้กับแฟนๆความเร็วได้น้ำลายไหล กับรุ่น CALIBRE HEUER01 สีดำ-แดง พร้อมโลโก้ประจำตัว ไอร์ตัน เซนน่า สนนราคาอย่างเป็นทางการเรือนละ 6,450 เหรียญสหรัฐ หรือราว 212,850 บาท

IWC รุ่น 50th Anniversary of Mercedes-AMG

อีกหนึ่งนาฬิกาแบรนด์หรูจากสวิสอย่าง IWC แม้จะไม่เป็นที่นิยมของคนไทย แต่มันคือนาฬิกาที่ถูกจัดอยู่ในระดับเดียวกับ Rolex และ Omega เลยทีเดียว โดยในปี 2017 ที่ผ่านมา มีการออกแบบนาฬิกาลิมิเต็ดอิดิชั่นเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปี ของเมอร์เซเดส เอเอ็มจี สำนักแต่งรถแข่งชื่อดังของเมอร์เซเดส เบนซ์

50th Anniversary of Mercedes-AMG

โดยนาฬิการุ่นดังกล่าวผลิตออกมาเพียง 250 เรือนทั่วโลก ในรูปแบบสายหนังวัวแท้สีดำตัดกับตัวเรือนสีเงินน้ำหนักเบา ที่สำคัญด้านหลังของนาฬิกามีการออกแบบให้เหมือนกับจานดิสเบรกสีดำในรถเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี โดยนาฬิกาเรือนนี้ราคาอยู่ที่ 11,800 เหรียญสหรัฐ หรือราว 389,400 บาท

Rolex รุ่น 5oth Anniversary Rolex Cosmograph Daytona

สุดยอดแบรนด์นาฬิากาสุดหรืออย่าง Rolex อยู่คู่กับรุ่น Cosmograph Daytona มายาวนานตั้งแต่ปี 1963 ส่งผลให้นาฬิการุ่นนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบบนสนามแข่งเดย์โทน่าไปโดยปริยาย มันคือสัญลักษณ์แห่งความทนทานเปรียนได้กับการแข่งขันรถแข่งแบบมาราธอน หรือ เอนดูรานซ์ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

5oth Anniversary Rolex Cosmograph Daytona

ทั้งนี้ Rolex รุ่น 5oth Anniversary Rolex Cosmograph Daytona ที่เปิดตัวในงานแสดงนาฬิกาที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2013 คือสุดยอดนาฬิกาที่หลายคนหมายปอง ที่ยังคงดีไซน์และเอกลักษณ์เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ราคาอยู่ที่เรือนละ 75,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2.475 ล้านบาท

Hublot รุ่น Techframe Ferrari 70 years Tourbillon Chronograph

แบรนด์นาฬิกาหรูจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีผู้ก่อตั้งเป็นชาวอิตาเลียนอย่าง Hublot จับมือกับ “เฟอร์รารี” ในโอกาสที่ค่ายรถยนต์สายพันธุ์ซูเปอร์คาร์ของอิตาลีฉลองครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้ง ด้วยการเปิดตัวคอลเล็กชั่นสุดพิเศษ Techframe Ferrari 70 years Tourbillon Chronograph ที่มีให้เลือกถึง 3 สี ตั้งแต่ King Gold, PEEK Carbon และ Titanium

โดยนาฬิกา Hublot เรือนนี้ออกมามาเพื่อสาวก “ม้าลำพอง” อย่างแท้จริง โดยเฉพาะตัวเรือนที่ดูแล้วทำให้นึกถึงสมรรถนะความแรงและความหรูหราของซูเปอร์คาร์ยี่ห้อเฟอร์รารี่ โดยราคาแต่ละสีจะแตกต่างกันออกไป เริ่มตั้งแต่ 127,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 4.19 ล้านบาท ไปจนถึง 158,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 5.2 ล้านบาท ซึ่งแต่ละสีผลิตออกมาขายเพียง 70 เรือนทั่วโลกเท่านั้น

Richard Mille รุ่น RM 50-03 (McLaren F1)

ไม่ต้องยืมเพื่อนมาใส่ ถ้าอยากได้ต้องซื้อเอง เพราะนาฬิกาเรือนนี้ผลิตออกมาเพียงแค่ 75 เรือนเท่านั้น เป็นการจับมือกันระหว่างสุดยอดแบรนด์นาฬิากา Richard Mille กับ แม็คลาเรน เอฟวัน ค่ายรถซูเปอร์คาร์และทีมรถแข่งเอฟวันของอังกฤษ ที่การันตีว่าเป็นนาฬิกาที่ตัวเรือนเบาที่สุดในโลกเพียง 43.5 กรัม

RM 50-03 (McLaren F1)

นอกจากนี้การดีไซน์ในหลายๆจุดยังได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งของเอฟวันสมัยที่เป็นทีม แม็คลาเรน-ฮอนด้า ในปี 2016 ส่วนราคาก็ต้องบอกว่าสมศักดิ์ศรีแบรนด์ Richard Mille เพราะราคาของมันอยู่ที่เรือนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 33 ล้านบาท! เลยทีเดียว