Home Trending Story Trend ในประเทศ เคล็ดลับอยู่เมืองใหญ่ใช้เงินไม่มากแต่ความสุขมาเต็ม

เคล็ดลับอยู่เมืองใหญ่ใช้เงินไม่มากแต่ความสุขมาเต็ม

การเดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่ ไม่ว่าจะภูมิภาคไหนของประเทศทั้งกรุงเทพฯ ขอนแก่น ภูเก็ต หรือ เชียงใหม่ ล้วนแล้วแต่เป็นการแสวงหาโอกาสให้กับตนเอง เหนืออื่นใด การเข้าสู่สังคมที่มีความหลากหลายจะทำให้คุณได้ทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ ได้เห็นลู่ทางในการทำมาหากิน แต่การตั้งต้นในเมืองใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเมืองใหญ่ก็หมายถึงค่าครองชีพที่แพงขึ้น ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่า มือใหม่หัดใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ต้องวางแผนการใช้เงินอย่างไรบ้าง

1. เคล็ดลับหาที่พัก

การมองหาที่พักในเมืองใหญ่นั้น คนส่วนมากที่เพิ่งย้ายเข้าเมือง มักจะมองหาพี่พักใกล้ที่ทำงานหรือสถานศึกษาของตนเอง หรือ ไม่ก็ในย่านที่เดินทางได้สะดวก นอกจากที่พักในแนวนิยมนี้แล้ว ยังมีเคล็ดลับในการหาที่พัก ในรูปแบบ “ไกลหน่อยแต่ประหยัดเดินทางได้ไม่ยาก”

รูปแบบที่ว่านั้น คือการหาที่พักที่อยู่ห่างออกมาประมาณ 5-10 กิโลเมตรจากสถานที่เรียน หรือ สถานที่ทำงานเพราะระยะทางดังกล่าวเป็นระยะทางที่ไม่เหนื่อยมากต่อการเดินทางและราคาที่พักจะถูกกว่าพื้นที่ยอดนิยม อาทิคุณทำงานสีลม หรือ เรียนแถวสยามค่าหอละแวกนั้นเริ่มต้นที่ 8,000 บาทแต่ถ้าลองมองหาแถวเพชรบุรี หรือ พระราม 9 คุณก็จะได้ราคาที่พักถูกกว่าครึ่งที่สำคัญการเดินทางก็มีระบบขนส่งสาธารณะทั้งแบบราง แบบเรือ และ แบบรถให้เลือกใช้

2. หาเพื่อนร่วมแชร์ค่าเช่าห้อง

วิธีการแบบนี้ในต่างประเทศเป็นที่นิยมมาก และ มีเว็บไซต์ที่เป็นตัวกลางในการจัดการให้คุณเลยเพียงแต่บอกไปว่าคุณต้องการเพื่อนร่วมห้องแนวไหน ในเมืองไทยก็เริ่มมีบ้างแล้วแต่จะเป็นรูปแบบ เพจในเฟซบุ๊ค หรือ ตามกระทู้ในเว็บหาที่พัก

แต่ถ้าคุณมีญาติ หรือ เพื่อนที่มาทำงาน หรือเรียนอยู่ในเมืองใหญ่อยู่แล้ว ก็ลองสอบถามความสมัครพวกเขาดูก็ได้ว่าสนใจจะแชร์ค่าเช่าห้องร่วมกับคุณไหม เพราะถ้าคุณให้ข้อเสนอสุดเร้าใจไม่ใช่แค่ค่าห้องคนละครึ่ง แต่หมายถึงค่าน้ำค่าไฟ และ ค่าอินเทอร์เนต คงมีเพื่อนอยากอ้าแขนรับคุณอยู่บ้าง ขณะเดียวกันคุณจะได้ลดค่าที่พักไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

3. ทำบัญชีค่าใช้จ่ายและตั้งจำนวนเงินออมในแต่ละเดือน

การเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่และดูแลตัวเองนั้นเรียกได้ว่าเป็นการเติบโตอีกช่วงหนึ่งของชีวิต เพราะนอกจากคุณต้องจัดการเลือกที่พักด้วยตัวคุณเองแล้ว คุณยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของคุณเองอีกด้วย และสิ่งสำคัญในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตัวคุณเองคือ ทำบัญชีส่วนตัว เพื่อที่จะได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายในแต่ละเดือนไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง เมื่อตั้งงบประมาณแล้วก็พยายามที่จะใช้เงินให้อยู่ในกรอบที่วางเอาไว้ แล้วกันส่วนที่เหลือเป็นเงินออม ซึ่งเงินออมนี้ จะต้องถูกหักออกทันที่ที่มีรายรับประจำเดือนเข้าบัญชี ไม่ใช่รอให้เงินเหลือแล้วค่อยเก็บ เพราะคุณจะเก็บไม่ได้อย่างแน่นอน

4. ให้รางวัลเล็กๆน้อยกับตัวเองเป็นกำลังใจในการอยู่ในเมืองใหญ่

การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่มีความจำเป็นต้องเคร่งครัดกับค่าใช้จ่าย และ ต้องอาศัยอยู่ในห้องเล็กๆ อาจทำให้หลายคนรู้สึกเบื่อหน่าย หรือ ท้อใจไปบ้าง ดังนั้นคุณควรหาสถานที่พักผ่อนหรือให้รางวัลกับตัวเองบ้างเมื่อคุณเริ่มรู้สึกว่าจัดการชีวิตได้ลงตัวระดับหนึ่งแล้ว คุณอาจออกไปแฮงค์เอ้าท์ กับเพื่อนฝูงหาของอร่อยกินเพื่อกระตุ้นให้คุณรู้สึกว่าการอยู่ในเมืองใหญ่ ก็ทำให้คุณมีความสุขได้

5. หางานเสริมเพื่อรายได้ต่อเดือนที่มากขึ้น

การอยู่ในเมืองใหญ่ ทำให้คุณสามารถหางานพิเศษทำได้ไม่ยากนัก และนั่นคืออีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มรายได้ให้กับคุณเอง เพราะค่าครองชีพในเมืองนั้นสูงขึ้นทุกปี การมีรายได้มาจากหลายทางจะทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้คุณเองก็ต้องบริหารเวลาในการทำงานหลัก กับ งานพิเศษให้ดี ซึ่งการมีรายได้เสริมจากรายได้ประจำนั้นถือว่าเป็นกำไร และ น่าจะทำให้คุณมีเงินออมไว้ในช่วงเวลาจำเป็นได้เช่นกัน

6. ความบันเทิงฟรีๆมีอยู่เยอะในเมืองใหญ่

การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่คือการปรับตัวให้ทันกับกระแส และจะทำให้คุณสนุกไปกับการใช้ชีวิต เพราะเอาเข้าจริงแล้ว เมืองใหญ่คือศูนย์กลางของการทำการตลาด มักจะมีคอนเสิร์ตให้ดูฟรี เทศกาลอาหารที่เราจะได้ชิมของอร่อยฟรี กิจกรรมกลางแจ้ง ที่เราแค่ออกแรงก็ได้รางวัลหรือของที่ระลึก นี่ยังไม่นับรวม

หนังสือพิมพ์ฟรี ตัวอย่างสินค้า ที่บรรดาผู้ผลิตมักจะเอามาแจกตามที่สาธารณะ เหล่านี้คือตัวอย่างของความสนุกกับของฟรีในเมืองใหญ่ เพียงแต่คุณต้องเรียนรู้การใช้แอพฯหรือติดตามข่าวสารจากสื่อออนไลน์อย่างต่อเนื่องเท่านั้นเอง

7. ทำอาหารกินเอง หรือ ห่อข้าวกลางวันไปกินช่วยประหยัดได้เยอะ

ในวันที่ข้าวแกงราคาเริ่มต้นที่ 50 บาทนั่นหมายความว่า คุณต้องมีเงินสำหรับค่าอาหารตลอดทั้งเดือนอย่างน้อย 3,000 บาท ถ้าคุณต้องกินข้าวนอกบ้านทุกมื้อ หนทางในการประหยัดค่าใช้จ่ายในการกินแต่คุณยังอิ่มท้องอยู่ คือข้าวกล่องที่คุณทำขึ้นมาเองด้วยการรู้จักเลือกวัตถุดิบที่สามารถดัดแปลงในการทำอาหารได้อย่างหลากหลาย ถ้าคุณไม่เคยก็เริ่มได้เลยเดี๋ยวนี้มีสูตรอาหารเต็มโลกโซเชียลไปหมดคุณสามารถทำตามได้ไม่ยาก เมื่อคุณเริ่มต้นทำอาหารกินเองได้คุณจะรู้สึกว่ามีเงินเหลือในแต่ละเดือนไม่น้อยเลยละ