Home Trending Story Trend ในประเทศ ความเสื่อมของ “สื่อ” กับจรรยาบรรณที่ถูกถามหา (อีกครั้ง)

ความเสื่อมของ “สื่อ” กับจรรยาบรรณที่ถูกถามหา (อีกครั้ง)

แฮชแทค #ถ้ำหลวง ที่มีคนทวีต ข้อความเกี่ยวกับทีมฟุตบอลและผู้ช่วยโค้ชจำนวน 13 คนซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงราย เป็นแฮชแทคที่ติดเทรนด์อันดับหนึ่งทวิตเตอร์ในเมืองไทยมาแล้วกว่า 2 วันมีคนทวีตข้อความมากกว่า 4.7 ล้านทวิต แสดงให้เห็นว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศกำลังให้ความสนใจ หากแต่ในแฮชแทค ดังกล่าวก็มีข้อความที่พูดถึงการทำงานของสื่อ ที่สะท้อนให้เห็นว่า ภาพของสื่อเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นสื่อประเภทไหนกลายเป็นภาพของคนที่กำลังฉกฉวยและหาผลประโยชน์จากความทุกข์ยากของผู้อื่น

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นบรรทัดต่อจากนี้คือการประมวลจากสิ่งที่เกิดขึ้น และ คนที่เป็นสื่อเองคงต้องหันกลับมาพิจารณาการนำเสนอของตนเองว่าต้องการทำหน้าที่สื่อ หรือต้องการทำงานเพื่อหวังเรตติ้งหรือยอดวิว

การทำงานของนักข่าวที่อาจสร้างความไม่สะดวกให้กับเจ้าหน้าที่

เหตุการณ์ #ถ้ำหลวง มีการรายงานข่าวในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายนจากนั้นก็มีการรายงานอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่า นักข่าวประจำภูมิภาค นักข่าวจากส่วนกลาง นักข่าวอาสา นักข่าวท้องถิ่น ที่ต่างทำงานให้กับสถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ ต่างพากันมุ่งหน้าสู่ ถ้ำหลวง แน่นอนว่าไม่ใช่แค่นักข่าวสองสามคน แต่เป็นกองทัพนักข่าวที่มีทั้งช่างภาพ รถข่าว และทุกคนต่างอยากได้ข่าวที่ “ซีฟ” (Exclusive –พิเศษสุด) ให้กับต้นสังกัดของตนเอง ทั้งหมดเลยประมวลเป็นภาพความวุ่นวายใน บริเวณหน้าถ้ำหลวง ทั้งๆที่ควรจะเป็นพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่

สื่อทีวีเชื่อข่าวลือจากโลกออนไลน์

เป็นเรื่องน่าตกใจมากที่ สื่อที่เรียกได้ว่าเป็นสื่อที่ทรงพลังที่สุดอย่าง สื่อโทรทัศน์ เชื่อข่าวลือในโลกออนไลน์ มีการเอาข่าวจากสื่อออนไลน์ มานั่งอ่านอย่างเป็นเรื่องเป็นราวโดยไม่มีการคัดกรองข้อมูล ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการนำเสนอข่าวนั้นต้องมี บรรณาธิการข่าว  และ ทีมข่าวคอยช่วยตรวจสอบอีกขั้นหนึ่ง เพราะถ้านำเสนอไปแล้ว ข่าวที่นำเสนอไปนั้นเป็นข่าวที่มีความบิดเบือน จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เพราะอย่างไรเสีย สื่อทีวี ยังคงเป็นสื่อที่เข้าถึงได้ทุกครัวเรือน และ ทุกเพศทุกวัย

การเลือกนำเสนอของสื่อสะท้อนวิธีคิดของกองบรรณาธิการ

เหตุการณ์ #ถ้ำหลวง วัดกึ๋นของคนทำสื่อในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ทั้งวิธีตั้งคำถามของนักข่าว วิธีที่นักข่าวปฏิบัติต่อญาติของผู้เสียหาย วิธีที่กองบรรณาธิการข่าวเลือกที่จะเอาผู้ที่มีความรู้ และ ผู้เชี่ยวชาญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาให้ความรู้แก่ประชาชน หรือ เอาคนทรงเจ้าเข้าทรงมานั่งสัมภาษณ์ ทั้งหมดนี้สะท้อนวิธีคิดของกองบรรณาธิการว่า พวกเขามองสังคมที่พวกเขาอยู่ร่วมด้วยเป็นแบบใด

ข่าวคลาดเคลื่อนเพราะรีบร้อนหรืออยากเรียกเรตติ้ง

วิธีการทำงานของสื่อ แม้ว่าจะต้องแข่งกับเวลาแต่ การตรวจสอบที่มาของข่าว หรือนำเสนอข่าวที่มีความคืบหน้าอย่างแท้จริงก็ยังเป็นเรื่องสำคัญในลำดับต้นๆ เพราะการนำเสนอข่าวอย่างไม่รัดกุมและรีบร้อน ทำให้เกิดความผิดพลาดในการสื่อสารได้ง่าย ขณะที่บางเจ้าก็ต้องการเรียกเรตติ้ง เรียกยอดไลค์ เรียกยอดรี จนทำให้ ข่าวสารที่ออกมาดูจะสับสนและเป็นการรายงานแบบไม่ปะติดปะต่อ ทำให้เนื้อหาของข่าวไม่มีความน่าเชื่อถือ ถึงขนาดที่มีบางข้อความในทวิตเตอร์ ระบุว่า ให้ตามข่าวจากสำนักข่าวใหญ่ที่เชื่อถือได้ เพราะสื่อที่เหลือนั้นแทบจะหาเนื้อหาที่น่าเชื่อถือไม่ได้เลย

การประมวลทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนที่เกิดขึ้น และถ้าหลายคนที่เป็นสื่อจำได้ว่า ข้อที่สามของการกำหนดจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อหนังสือพิมพ์ของสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยที่ระบุไว้ว่า “การเสนอข่าว ต้องเสนอแต่ความจริง พึงละเว้น การต่อเติมเสริมแต่ง หากปรากฏว่า ข่าวใดไม่ตรงตามความจริง  ต้องรีบแก้ไข โดยด่วน” ถึงตรงนี้ลองมาถามตัวเองกันดูหน่อยไหมว่าวันนี้เราทำตามจรรยาบรรณข้อนี้กันได้แล้วหรือยัง