การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 กลุ่ม H นัดแรก
โคลอมเบีย – ญี่ปุ่น
สนาม มอร์โดเวีย อารีน่า
วันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2018 เวลา 19.00 น.
Tonkit360 ขอพาทุกท่าน ไปชมเกร็ดที่น่าสนใจ ก่อนเกมนัดแรกในกลุ่ม H ระหว่างทัพ “โคเคน” โคลอมเบีย ที่มีดาวซัลโวประจำฟุตบอลโลก 2014 อย่าง ฮาเมส โรดริเกซ เป็นผู้นำทัพ ปะทะกับ ขุนพล “ซามูไรบลู” ญี่ปุ่น ที่ส่ง 2 สตาร์ดัง ชินจิ โอกาซากิ และ ชินจิ คากาวะ ซึ่งคนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีมาสู้ศึก ว่าแล้วก็ไปชมพร้อม ๆ กันเลย

เกร็ดก่อนเกม
เฮด ทู เฮด
– ทั้งสองทีมเคยพบกันมาแล้ว 3 ครั้ง แบ่งเป็น โคลอมเบีย ชนะ 2 ครั้ง และเสมอกันไปอีก 1 ครั้ง
– ทั้งสองทีมเคยพบกันในฟุตบอลโลก 1 ครั้ง เกิดขึ้นเมื่อฟุตบอลโลก ปี 2014 ซึ่งทัพโคลอมเบีย เอาชนะไปได้ 4-1 และนั่นก็เป็นเกมล่าสุดของญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก
โคลอมเบีย

– โคลอมเบีย ไม่เคยจบการแข่งขัน ด้วยการไม่ทำประตู ตลอด 18 นัดหลังสุดในฟุตบอลโลก
– นี่เป็นการเข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ครั้งที่ 6 ของโคลอมเบีย และเป็นการเล่นในรอบสุดท้ายติดต่อกัน 2 ครั้ง (2014, 2018) ซึ่ง 3 ครั้งที่ผ่านมา พวกเขาไม่สามารถเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายได้เลย
– ในฟุตบอลโลก ปี 2014 โคลอมเบีย ชนะได้ถึง 4 นัด ซึ่งเป็นจำนวนชนะที่มากกว่าในฟุตบอลโลก 4 ครั้งก่อนหน้าของพวกเขาเสียอีก (ชนะ 3 จาก 13 เกม)
ญี่ปุ่น

– ญี่ปุ่น ยังไม่สามารถชนะ ทีมจากทวีปอเมริกาใต้ ในฟุตบอลโลก ได้เลยสักครั้ง (เสมอ 1 แพ้ 3)
– ญี่ปุ่น ชนะเพียง 2 ครั้ง จาก 11 เกมหลังสุดในฟุตบอลโลก (เสมอ 3 แพ้ 6) และพวกเขาก็ยังชนะได้แค่ 1 ครั้งเท่านั้น กับการเล่นเกมแรกในฟุตบอลโลกทั้งหมด 5 นัด (เสมอ 1 แพ้ 3)
– เคสุเกะ ฮอนดะ เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมการทำประตูให้ญี่ปุ่นถึง 5 จากทั้งหมด 6 ประตู ในฟุตบอลโลก 2 ครั้งล่าสุด (3 ประตู 2 แอสซิสต์)
การแข่งขันนัดแรกของกลุ่มสุดท้ายอย่างกลุ่ม H เป็นการพบกันระหว่างทีมเต็งประจำกลุ่มอย่าง โคลอมเบีย กับ ทีมยอดนักสู้จากเอเชีย อย่าง ญี่ปุ่น ซึ่งทั้งคู่ก็เคยอยู่ร่วมกลุ่มกันมาแล้วในฟุตบอลโลกครั้งก่อน (ปี 2014) แต่เป็นฝั่ง โคลอมเบีย ที่ทำได้ดีกว่า สามารถทะลุได้ถึงรอบ 8 ทีมได้ ส่วน ญี่ปุ่น นั้น กลับร่วงตกรอบไปก่อน
ครั้งนี้ต้องมาตามดูกันต่อว่า ทัพ “ซามูไรบลู” จะสามารถแก้ตัว และล้างตาเหล่าขุนพล “โคเคน” จากฟุตบอลโลกหนก่อนได้หรือไม่ โดยทั้งคู่จะลงเตะกันเป็นคู่แรก ในวันอังคารที่ 19 มิถุนายน เวลา 19.00 น.
ข้อมูลจาก – www.bbc.co.uk
รูปภาพจาก – www.fifa.com, @FIFAWorldCup, @jfa_en, @FCFSelecionCol

































