
ถ้าคุณเคยเห็นคลิป “วัยรุ่นรวมตัวกันทำคลิปป่วนเมือง วิ่งข้ามรถ-สไลด์ลงบันได” แล้วคิดว่านั่นเป็นแค่เกมอันตรายของวัยรุ่นเกรียน ๆ ขอบอกว่า คุณอาจต้องคิดใหม่
เพราะการละเล่นที่ว่า เป็นการเลียนแบบกีฬาผาดโผนอย่าง “Free Running” เท่านั้น พอได้ยินชื่อ Free Running หลาย ๆ คนคงสงสัยว่า กีฬาประเภทนี้มีอยู่จริงหรือ ? เพื่อคลายข้อสงสัยของทุกคน วันนี้ Tonkit360 ขอพาไปทำความรู้จัก “Free Running” แบบฉบับย่อ ๆ กันค่ะ

รู้จัก Free running
เป็นหนึ่งในกีฬา X-Treme ที่ต้องวิ่งผสานไปกับการเคลื่อนไหวแบบอิสระทั้งกระโดด หรือตีลังกาไปในทุก ๆ ที่ ทำให้ผู้เล่นกีฬา Free Running มักนิยมไปเล่น หรือฝึกฝนตามอาคาร, สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งกีดขวางต่าง ๆ (ม้านั่ง, กำแพง) เพื่อฝึกการใช้ความสามารถทางด้านร่างกายในการหลบสิ่งกีดขวางของตนเองให้คล่องแคล้ว และที่สำคัญเป็นการวัดใจกันไปเลยว่า ตนเองเหมาะกับกีฬาประเภทนี้หรือไม่ ?
หากคุณใจไม่กล้า และบ้าบิ่นพอ ต่อให้มีร่างกายแข็งแรงและยืดหยุ่นเพียงใด ก็ไม่เหมาะที่จะเล่นกีฬา Free Running อย่างแน่นอน เพราะทุกครั้งที่กระโดดหรือตีลังกา เพื่อสร้างเส้นทางใหม่ในแบบฉบับของตนเอง หากคุณลังเลเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจเกิดอันตรายได้
ประโยชน์ของกีฬา Free Running
ทำให้ร่างกายของผู้เล่นนั้นมีความแข็งแรงกล้ามเนื้อยืดหยุ่นขึ้น เพราะในบางท่าของกีฬาชนิดนี้จะมีส่วนช่วยเรื่องยืดกล้ามเนื้อ

ท่าพื้นฐานของกีฬา Free Running
- ท่า Front Flip เป็นการตีลังกาไปข้างหน้า
- ท่า Palm Spin มีลักษณะคล้ายท่ากลับตัว
- ท่า Wall Run ท่าจะเหมือนเป็นการปีนกำแพง แต่เป็นการวิ่งขึ้นไปแทน
- ท่า Wall Spin วิธีเล่นก็เหมือนกับ Palm Spin เพียงแต่เล่นกับกำแพงเฉย ๆ
- ท่า Palm Flip เป็นการกระโดดใช้มือยันกับกำแพงแล้วก็ตีลังกากลับหลัง
และนี่เป็นเพียงเรื่องราวคร่าว ๆ ของกีฬา Free Running ที่เรานำมาฝากกัน สำหรับคนที่สนใจและอยากฝึกเล่นกีฬาประเภทนี้จริง ขอแนะนำให้ศึกษาวิธีการเล่น และทำร่างกายให้แข็งแรงก่อนนะคะ ที่สำคัญเราไม่แนะนำให้เพื่อน ๆ ไปฝึกฝนหรือลองเล่น Free Running ในพื้นที่สาธารณะอย่างบนถนน หรือในสถานที่ที่อาจสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นนะ






























