ว่ากันว่า คนเป็นนักเขียน มักปากจัด ที่สำคัญคือเหน็บเก่ง แซะเก่ง บางทีคนถูกเหน็บถูกแซะ ยังไม่ค่อยจะรู้ตัวเลยว่ากำลังถูกตัวหนังสือเฆี่ยนตีอยู่เหมือนกับที่หนังสือ “วิธีเดินทางกับแซลมอน” ของ อุมแบร์โต เอโค นักเขียนชาวอิตาลีที่จิกกัดสังคมตั้งแต่คนขับแท๊กซี่ ไปจนถึงหม้อกาแฟในโรงแรม

จะว่าไปงานวรรณกรรมอิตาลี ไม่ค่อยมีให้เห็นนักในเมืองไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานในแนว เสียดสีสังคมแบบนี้ และการได้เห็นสำนักพิมพ์ “อ่านอิตาลี” นำเอาวรรณกรรมหลายชิ้นที่น่าอ่านมาแปลเป็นภาษาไทย ถือว่าเป็นอาหารจานใหม่ที่น่าลิ้มลองเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลีลาการแปลของ นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ ที่ทำให้เกิดอรรถรสมากยิ่งขึ้น เพราะต่อให้งานเขียนต้นฉบับดีแค่ไหน ถ้านักแปล แปลออกมาไม่ได้อรรถรส ก็จะทำให้หนังสือที่เคยสนุกกลายเป็นหนังสือที่น่าเบื่อไป
มาที่เรื่องราวของ “วิธีเดินทางกับแซลมอน” ซึ่งเป็นตอนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ อาจจะไม่ใช่ตอนที่คุณจะชอบมากที่สุด เพราะหนังสือเล่มนี้ มีลูกเล่นในการเล่าเรื่อง ด้วยการเสียดสีสังคมอิตาลีอย่างมีชั้นเชิง ผ่านมุมมองของ อุมแบร์โต ที่เสมือนเป็นผู้สังเกตการณ์ที่นำเอาเรื่องราวที่เราเห็นอยู่ในทุกวัน มาตีความด้วยหลักปรัชญา และ จิตวิทยา แม้จะเจ็บแสบไปบ้าง แต่สุดท้ายคนที่อ่าน จะได้เห็นว่า แท้จริงแล้ว “มันก็เป็นเช่นนั้นเอง” เราจะไปมีอารมณ์กับเรื่องไม่เป็นเรื่องทำไม
บทหนึ่งจากตอน “วิธีกินไอศกรีม” อุมแบร์โต เล่าถึงชีวิตวัยเด็ก กับการกินไอศกรีมรถเข็น ระหว่างไอศกรีมโคนราคาสองสตางค์ กับ ไอศกรีมใส่กรวยวาฟเฟิลราคา 4 สตางค์ ความแตกต่างกันทั้งราคาและรูปแบบของไอศกรีม ทำให้เกิดวิธีคิดที่มองว่าคุ้มค่าของพ่อแม่ที่เห็นว่าซื้อ ไอศกรีมโคน ราคาสองสตางค์สองโคนให้ลูกได้ถือกินในมือซ้ายขวา ดูจะคุ้มค่ากว่าซื้อ ไอศครีมใส่กรวยวาฟเฟิล ราคา 4 สตางค์ ซึ่งอุมแบร์โต มองว่านั่นคือการสร้างค่านิยมความสุรุ่ยสุร่ายให้กับเด็ก ที่พร้อมจะเติบโต ไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีวิธีคิดว่า “ฉันอยากได้แต่ไม่มีปัญญา” หรือ เตรียมลูกให้พร้อมสำหรับการไปเช็คอินชั้นนักท่องเที่ยวกับกระเป๋ากุชชี่ปลอม” แสบดีไหมละคะ
หรือแม้กระทั่งตอน “วิธีใช้คนขับแท็กซี่” ในตอนนี้อุมแบร์โต แบ่งประเภทคนขับแท็กซี่ ได้อย่างน่าสนใจ และเชื่อไหมว่าคุณจะหัวเราะไปกับสำนวนของ อุมแบร์โต แต่เหนืออื่นใดบทสรุปของอุมแบร์โต อาจจะทำให้คุณรู้สึกสะดุ้งและคิดถึงแท็กซี่ที่คุณคุ้นเคย เมื่อเขาสรุปจบเรื่องนี้ว่า “มีวิธีหนึ่งที่ใช้อย่างได้ผลและไม่พลาดแน่นอนในการจะรู้ว่าใครเป็นคนขับแท็กซี่ กล่าวคือ คนขับแท็กซี่ คือคนที่ไม่เคยมีเงินทอนเลย”
เอาเป็นว่าไปลองหาซื้อมาอ่านกันค่ะ เพราะไม่ใช่แค่ความสะใจที่คุณจะรู้สึกได้จากการจิกกัดอันเจ็บแสบ แต่เชื่อหรือไม่เมื่อคุณอ่านหนังสือเล่มนี้จบ และวางมันลง คุณจะรู้สึกได้ว่าคนทุกที่บนโลกใบนี้ต่างคล้ายกันไม่มีที่ดีที่สุด หรือ เลวที่สุด ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเจอกับคนแบบไหน แล้วถ้าวันไหนเกิดเจอคนไม่น่ารักขึ้นมาก็คิดไปเสียว่าไม่ใช่วันของเรา พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันใหม่ก็ได้






























