Home Trending Story Trend ในประเทศ วิธีเอาตัวรอดจากวิกฤตของขึ้นราคา

วิธีเอาตัวรอดจากวิกฤตของขึ้นราคา

นับว่าเป็นช่วงวิกฤตของแพงโดยแท้จริง เพราะทุกอย่างในไทยล้วนพร้อมใจเดินหน้าขึ้นราคา เรียกได้ว่าขึ้นหมดยกเว้นค่าแรง (ฮา) ซึ่ง 8 สิ่งที่มีแนวโน้มพุ่งทะยานขึ้นแบบไม่เกรงใจใคร และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง ได้แก่ น้ำมัน ค่าไฟ ค่ารถเมล์ ค่ารถไฟ ผัก ก๊าซหุงต้ม ข้าว ภาษี

และแต่ละอย่างที่กล่าวมา ต่างมีผลกระทบในระยะยาวแน่นอน ยกตัวอย่าง การขึ้นราคาน้ำมันที่ทะลุถึงลิตรละ 30 บาท จะส่งผลให้นักลงทุนเก็งกำไรราคาน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นถึง 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (แต่หากราคาน้ำมันจริงพุ่งสูงเกิน 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันจะลดลง แต่ไม่มากนัก)

ถึงอย่างไร ข้อมูลจากอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าในปี 2018 นี้ ราคาน้ำโลกจะผันผวนอยู่ที่ 70-75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอาจพุ่งสูงสุดถึง 80 เหรียญสหรัฐบาร์เรล แต่จะไม่กระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และภาคเอกชนยอมรับได้ ประชาชนอย่างเรา ๆ ก็ได้แต่แอบหวังว่าอย่าแพงไปกว่านี้เลย

โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ของขึ้นราคาได้ขนาดนี้ น่าจะมาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ อันได้แก่ สภาวะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ความต้องการสินค้า และการเสื่อมของค่าเงิน ดังนั้นในช่วงวิกฤตของขึ้นราคาแบบนี้ Tonkit360 จึงมีวิธีการเอาตัวรอดมาฝากทุกคนกัน ไปดูเลยว่าจะมีทางแก้ไขเพื่อความอยู่รอด ในช่วงข้าวยากหมากแพงนี้ได้อย่างไรบ้าง

1. สำรวจค่าใช้จ่าย

การวางแผนการเงิน โดยสำรวจก่อนว่าในแต่ละเดือนจะต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่จำเป็น เช่น ค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ ค่าโทรศัพท์ หรือในบางกรณีที่อยู่บ้านกับพ่อแม่ โดยที่ไม่ได้มีส่วนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้าน ก็ต้องแบ่งสัดส่วนแล้วว่าใน 1 เดือนจะต้องใช้เงินไปทำงานแต่ละวันเท่าไหร่ ที่สำคัญอย่าลืมแบ่งเปอร์เซนต์สัก 20% ของเงินเดือน เพื่อเก็บออมด้วยเผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน นี่เป็นขั้นตอนเบื้องต้นเลยที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนจะต้องทำ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใช้เงินเดือนชนเดือน หรือชักหน้าไม่ถึงหลัง

2.ลดรายจ่าย

การลดรายจ่ายเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าคุณจะอยากมีเงินเก็บมากขึ้น หรือไม่ต้องการใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยเกินจำเป็นอยู่แล้วก็ตามแต่ รายจ่ายแต่ละอย่างย่อมมีระดับความสำคัญที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นควรใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตก่อน พยายามลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป ที่สำคัญคืออย่าสร้างหนี้ การไปกู้ยืมเงินขอให้ไว้เป็นหนทางสุดท้ายแล้วจริง ๆ ในการหาทางออกให้กับการเงินที่ติดขัดของตนเอง

3. ตั้ง Budget ให้ตัวเอง

การประเมินจัดสรรงบให้กับตัวเอง ก็ถือเป็นวิธีที่ช่วยได้ดีเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะเป็นการควบคุมเงินในรายเดือนนั้น ๆ ของคุณแล้ว ยังฝึกให้คุณเป็นคนมีระเบียบ มีวินัยในการใช้เงิน แถมยังได้ฝึกความอดทน ในการไม่ใช้จ่ายตามใจตัวเอง เรียกว่าอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ตั้งสติในการช้อปปิ้ง ทำให้มีเงินเหลือเก็บ และใช้ชีวิตอยู่รอดในวันต่อไปอีกด้วย

4. เพิ่มรายได้

วิธีเพิ่มรายได้มีอยู่ 3 วิธีหลัก คือ เพิ่มเวลาทำงาน ใช้ Leverage และเพิ่มมูลค่าของงานที่ทำ สำหรับมนุษย์เงินเดือน ที่ไม่อยากเอาเวลาของตัวเองเข้าแลก คุณก็ต้องเริ่มที่จะพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพิ่มมูลค่าของตัวเองให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สุดท้ายความสามารถที่คุณมี ก็จะส่งให้ผลตอบแทนของคุณเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ที่สำคัญความสามารถ ประสบการณ์ และความรู้ ไม่มีใครที่จะมาเอาไปจากคุณได้ ดังนั้นมันก็จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าติดตัวคุณไปตลอด

5. ประหยัด และอย่าลืมเก็บเงิน

ในช่วงที่อะไรก็แพงไปซะหมด ไม่มีวิธีไหนเวิร์คไปกว่าการประหยัดแล้ว และแต่ละคนต่างก็มีเทคนิคเก็บเงิน ตามไลฟ์สไตล์ ตามความชอบ และความสะดวกของตัวเองที่แตกต่างกันไป แถมยังมีเป้าหมายในการเก็บเงินที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย แต่สำหรับวิธีการเก็บเงินง่าย ๆ ที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน และรับรองว่าถ้าหากคุณหมั่นเพียร คุณจะต้องมีเงินเก็บก้อนใหญ่ให้ได้ชื่นใจอย่างแน่นอน คือ เก็บก่อนใช้, เก็บเศษเหรียญ, เก็บเงินทอน, เก็บธนบัตรใหม่ ๆ, เก็บธนบัตร 50 บาท, ฝากออมทรัพย์/ฝากประจำ ดอกเบี้ยสูง เป็นต้น

ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ก็ขอให้เลือกใช้สักวิธีนะคะ ถ้าหากทำหมดเลย ก็อาจจะทำให้คุณมีเงินเก็บเยอะมาก ๆ แต่ไม่มีเงินใช้เลยก็เป็นได้ (ด้วยความหวังดีจาก Tonkit360)