Home Interview บทสัมภาษณ์ "คนต้นคิด" เปิดใจ “แท็กซี่” กับปัญหาเรื้อรังปฏิเสธผู้โดยสาร

เปิดใจ “แท็กซี่” กับปัญหาเรื้อรังปฏิเสธผู้โดยสาร

การจราจรในปัจจุบันที่ติดขัดไปซะทุกหนแห่ง เวลาเร่งรีบเราก็มักจะนึกถึง “แท็กซี่” เป็นอันดับแรก ๆ เสมอ แต่ภาพพจน์ของแท็กซี่ไทยในทุกวันนี้ที่มีกระแสในเชิงลบมาโดยตลอด ทั้งการปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร ไล่ผู้โดยสารลงจากรถโดยที่ยังไม่ถึงปลายทาง หรือแม้แต่คิดราคาค่าบริการแบบเหมาจนน่าเกลียด รวมถึงความไม่ปลอดภัยหลายอย่างที่ข่าวมีออกมาให้เห็น จนทำให้ผู้โดยสารหลายคนเริ่มหันไปใช้เรียกใช้บริการเสริมอื่น ๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตามในสังคมก็ย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แท็กซี่ก็เช่นกัน

วันนี้เราจึงจะพาทุกคนมาฟังอีกหนึ่งเสียงของแท็กซี่ไทยว่า ด้วยเหตุผลอะไรแท็กซี่ส่วนใหญ่ถึงปฏิเสธไม่ยอมรับผู้โดยสาร และมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างที่แท็กซี่ถูกตราว่ามีแต่ปัญหา และเอาเปรียบผู้โดยสารตลอด รวมถึงมีวิธีการแนะนำการเลือกใช้บริการแท็กซี่อย่างไรให้กับผู้โดยสาร เราไปฟัง คุณอนันต์ แน่นอุดร อายุ 40 ปี อาชีพคนขับรถแท็กซี่ ตอบคำถามเหล่านี้กันว่าส่วนตัวเขามีความคิดเห็นอย่างไร ในฐานะที่มีประสบการณ์ขับรถแท็กซี่ถึง 14 ปี

คิดยังไงที่แท็กซี่ถูกตราว่าเอาเปรียบผู้โดยสาร

คุณอนันต์ : อยากให้มองในภาพรวมครับ ว่าบางทีผู้โดยสารก็ต้องเห็นใจแท็กซี่ด้วยเหมือนกัน เพราะว่าแท็กซี่ต้องทำงานแข่งกับเวลา ส่วนหนึ่งเลยที่สำคัญคือต้นทุนของแท็กซี่ก็คือเวลานี่แหละครับ เพราะแท็กซี่ต้องวิ่งรถหาเงินให้เพียงพอต่อค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ถ้าเราไปในที่ที่รถติด รายได้มันก็จะลดลง แต่ถ้าผู้โดยสารเจอแท็กซี่ที่เอาเปรียบจริง ๆ เช่น คิดราคาเหมาที่มากเกินกว่าจะรับได้ หรือไม่กดมิเตอร์ อีกอย่างคือปฏิเสธผู้โดยสารให้ลงกลางทางแบบน่าเกลียด ตรงนี้ผู้โดยสารก็สามารถไปร้องเรียนได้ครับ

คิดยังไงที่คนส่วนใหญ่มองว่า แท็กซี่คือรถรับจ้าง ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธผู้โดยสาร

คุณอนันต์ : อันนี้บางทีผมคิดว่าแท็กซี่เขาก็ต้องเลือกด้วยนะครับ เพราะว่าเหตุสุดวิสัยแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก อย่างเช่น ที่ปฏิเสธผู้โดยสารก็อาจจะเพราะต้องรีบเอารถไปส่งอู่ หรือส่งคู่กะต่อจริง ๆ หากเรารับผู้โดยสารที่จะเดินทางไปในระยะที่ไกล ๆ ก็อาจจะกลับมาส่งรถไม่ทัน ผมเลยคิดว่าแท็กซี่ก็ต้องเลือกผู้โดยสารบ้างเป็นธรรมดาครับ

ทำไมแท็กซี่ส่วนใหญ่ถึงปฏิเสธผู้โดยสาร

คุณอนันต์ : ที่แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารส่วนหนึ่งก็อย่างที่บอกครับ ว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนขับรถแท็กซี่ ต้นทุนเรามากับเวลา เพราะถ้าไปที่รถติดมันก็จะเสียเวลาด้วย ในมุมมองของแท็กซี่ก็คือ ยิ่งผู้โดยสารอยู่ในรถนานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเสียเวลามากเท่านั้นครับ แต่ถ้าเรารับส่งผู้โดยสารได้เร็ว มันก็จะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับรายได้ต่อวันครับ

เคยปฏิเสธผู้โดยสารบ้างไหม

คุณอนันต์ : ก็มีบ้างครับ ถ้าในระยะทางที่เราไปได้เราก็ไปให้ แต่บางทีไปไม่ได้จริง ๆ ระยะทางมันไกลเกินกว่า ที่ผมคิดว่าผมจะกลับมาส่งรถต่อให้คู่กะ ผมก็จะปฏิเสธครับ แต่ผมก็ยังไม่เคยเจอผู้โดยสารที่ผมปฏิเสธ แล้วเขาโวยวายอะไรนะครับ เพราะผมจะอธิบายเหตุผลให้เขาฟังว่า เรามีความจำเป็นจริง ๆ นะ เช่น ผมต้องกลับทางนี้ ถ้าผู้โดยสารไม่สะดวก ก็ขอให้เขาเรียกคันอื่นได้ไหม ก็จะพูดไปประมาณนี้อ่ะครับ

รู้สึกยังไงที่คนส่วนใหญ่มองว่า แท็กซี่มีแต่ปัญหา

คุณอนันต์ : ปัญหาของแท็กซี่ส่วนมากก็อยากให้มองในภาพรวมนะครับ เพราะว่าหนึ่งก็คือปัญหาการจราจร ถ้ารถติดก็ใช้เวลามากอยู่แล้ว ฉะนั้นมันก็จะไม่คุ้มกับรายได้ที่แท็กซี่ควรจะได้ หรือไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป แท็กซี่เขาเลยเลือกปฏิเสธผู้โดยสารที่จะเดินทางไปในระยะทางที่ไกล ๆ หรือว่าในโซนที่รถมันติดมาก ๆ เช่น ในช่วงเวลาที่รู้กันอยู่แล้วว่ารถมันจะติดเขาก็เลยเลือกที่จะไม่ไปกัน ก็อยากให้เห็นใจแท็กซี่บ้างอ่ะครับ

คิดว่าทางออกของการแก้ปัญหาแท็กซี่กับผู้โดยสารคืออะไร

คุณอนันต์ : ก็คงจะยากครับ เพราะแท็กซี่กับผู้โดยสารมันเป็นของคู่กัน ก็อยากให้เห็นใจแท็กซี่บ้าง แต่จริง ๆ ผู้โดยสารก็มีส่วนที่จะทำให้มีทางออกนะครับ เช่น ถ้าคุณรีบมาก ๆ คุณก็อาจจะเรียกใช้บริการอื่นที่เขามีให้บริการก็ได้ ตรงนี้ก็จะทำให้ปัญหาระหว่างแท็กซี่กับผู้โดยสารลดลง เพราะว่าจากที่ผมเห็นในข่าว เวลาแท็กซี่กับผู้โดยสารมีปัญหากันก็คือต่างคนต่างรีบอยู่แล้ว แต่แท็กซี่ก็ดันรับผู้โดยสารมา พอรถติดหนักมาก ๆ ก็ไล่ผู้โดยสารลง เลยทำให้ความรีบร้อนกลายเป็นความโมโห ซึ่งตรงนี้ผมว่ามันต้องตกลงกันให้ดีก่อนที่จะขึ้นรถ ถ้าแท็กซี่รีบผู้โดยสารก็รีบ ผมแนะนำว่าให้ผู้โดยสารเรียกใช้บริการอื่นจะดีกว่าครับ

เห็นด้วยไหม ที่ชมรมแท็กซี่ไปร้องขอค่ามิเตอร์ช่วงรถติดเป็น 50 บาท

คุณอนันต์ : ผมเห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยอย่างมาก เพราะว่าถ้าค่ามิเตอร์ขึ้น เรื่องการปฏิเสธผู้โดยสารที่เขาต้องการไปในที่ที่รถติด มันก็จะไม่มี เพราะแท็กซี่ก็ได้รายได้เพิ่ม ถึงจะไม่มาก แต่มันก็คือส่วนหนึ่งที่จะทำให้รายได้จากปกติของเราเพิ่มขึ้น อย่างผมขับแท็กซี่มาแล้ว 14 ปี พึ่งมีการปรับค่ามิเตอร์ไปแค่ครั้งเดียวเองนะครับ ก็อยากให้ท่านผู้ใหญ่เขารับไว้พิจารณาว่าควรปรับขึ้นไหมอย่างไร

รายได้แต่ละวันเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายไหม แล้วรายได้ต่อวันอยู่ที่เท่าไหร่

คุณอนันต์ : ถ้าทุกวันนี้สำหรับผมก็คิดว่าเพียงพอครับ พออยู่ได้ แต่ค่าใช้จ่ายผมก็ค่อนข้างเยอะอยู่นะ (หัวเราะ) ไหนจะค่าซ่อมบำรุงรถ ค่าแก๊ส ค่าเทอมลูก ค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ แต่ว่าถ้าหักพวกนี้ไปก็ยังถือว่าโอเคอยู่ครับ รายได้ผมก็จะอยู่ที่ประมาณ 900-1,000 บาทต่อวันครับ

พอมี grab car เข้ามาทำให้รายได้ลดลงบ้างไหม

คุณอนันต์ : มีส่วนครับ เพราะว่าเราก็จะหาผู้โดยสารยากขึ้น พอผู้โดยสารมีทางเลือกเยอะ มันก็ทำให้รายได้ของแท็กซี่ลดลงบ้าง แต่ผมก็เข้าใจครับว่ามันเป็นสิทธิ์ของผู้โดยสารที่จะเลือกใช้บริการอันไหนก็ได้ ผมเลยคิดว่าตัวเราเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากกับตรงนี้ เราไม่ได้เดือดร้อนมากขึ้น ก็ต้องยอมรับและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นครับ

ช่วยแนะนำผู้โดยสารในการเลือกใช้บริการแท็กซี่หน่อย

คุณอนันต์ : ในการเลือกใช้บริการแท็กซี่นะครับ ผมอยากให้ผู้โดยสารรู้ไว้ว่าแท็กซี่ที่วิ่งให้บริการอยู่ทุกวันนี้ คือมีทั้งรถแท็กซี่แบบใหม่ที่ถูกต้อง แล้วก็มีพวกรถแท็กซี่แต่งซิ่ง รวมถึงรถแท็กซี่ที่หมดอายุแต่ยังเอามาวิ่งหาเงิน ก็อยากให้เรียกใช้บริการรถแท็กซี่ที่ถูกต้องตามกฎหมายครับผม ผู้โดยสารจะได้ปลอดภัยด้วย และที่สำคัญเวลาผู้โดยสารขึ้นรถแท็กซี่แล้ว อย่างแรกเลยที่ควรสังเกตคือ เลขทะเบียนรถที่ติดอยู่ข้างประตูด้านในรถ ผู้โดยสารจะถ่ายรูปไว้แล้วส่งไปในไลน์ของแฟนหรือของพ่อแม่ก่อนก็ได้ครับ เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน แล้วก็บัตรคนขับที่อยู่ตรงหน้ารถ ให้ดูด้วยว่าหน้าตรงกับคนขับในตอนนั้นไหม อันนี้ก็เป็นเบื้องต้นที่ผู้โดยสารต้องสังเกตครับ

ฝากถึงคนขับแท็กซี่ด้วยกันหน่อย

คุณอนันต์ : ก็ฝากถึงคนขับรถแท็กซี่ทุกคนนะครับว่า อยากให้คิดถึงหัวอกเขาหัวอกเรา เช่น บางทีเราไปเจอเหตุที่เรารีบ ๆ จะเรียกใช้แท็กซี่เองแบบนี้ ก็อยากให้นึกถึงตรงนั้นสลับกันดู คือถ้าเราไปได้ก็ควรจะไป ไม่ควรปฏิเสธผู้โดยสาร แต่ถ้าไปไม่ได้จริง ๆ ก็ควรอธิบายเหตุผลให้ผู้โดยสารฟัง ให้เขาเข้าใจ ว่าเพราะอะไรเราถึงไปไม่ได้ เรารีบจริง ๆ นะ มีเหตุสุดวิสัยจำเป็นเร่งด่วนหรืออะไรเราก็อธิบายเขาไปให้เขาเห็นใจครับ