Home Work & Living “The Face Thailand” ทำไมกระแสยังแรงดีไม่มีตก

“The Face Thailand” ทำไมกระแสยังแรงดีไม่มีตก

“The Face Thailand” เป็นรายการเรียลลิตี้ประกวดนางแบบและนักแสดงหน้าใหม่ของประเทศไทย โดยมีโจทย์ความสามารถที่หลากหลายของวงการบันเทิง อาทิ การเดินแบบ ถ่ายแบบ การแสดง กำหนดให้ผู้เข้าแข่งขันเป็นผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย มีอายุไม่เกิน 27 ปีบริบูรณ์ และมีส่วนสูง 165 เซนติเมตรขึ้นไป

และในปี 2561 กับการเปิดตัวรายการ “The Face Thailand Season 4 All Star” โดยนำผู้เข้าแข่งขันใน 3 ซีซันที่ผ่านมา และผู้เข้าแข่งขันจาก The Face Men Season 1 กลับเข้าแข่งขันอีกครั้ง และได้มีการเพิ่มจำนวนเมนเทอร์ของซีซันนี้เป็น 6 คน ได้แก่ ลูกเกด เมทนี, พลอย เฌอมาลย์, บี น้ำทิพย์, คริส หอวัง, ซอนย่า และศรีริต้า

ซึ่งกระแสตอบรับจากผู้ชมรายการ The Face Thailand ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมาโดยตลอดทั้ง 4 ซีซัน และแม้ว่าในซีซันที่ 4 จะมีดราม่าออกมาให้เสพย์กันทุกสัปดาห์ก็ตาม โดยเฉพาะการยุติบทบาท การเป็นเมนเทอร์ก่อนจบการแข่งขันของพลอย เฌอมาลย์ ในตอนที่ 13 รวมถึง Final Walk ที่เป็นรอบตัดสินผู้ชนะ เรียกได้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาทวิตเตอร์เดือดเป็นไฟกันเลยทีเดียว

โดยผู้ชนะในซีซันที่ 4 ก็ได้แก่ วิรายา ภัทรโชคชัย หรือ จีน่า ที่เธอได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศจาก The Face Thailand Season 2 มาแล้ว และได้รับตำแหน่งชนะเลิศในปีนี้อีกด้วย ซึ่งหลังจากประกาศผลรางวัลเรียบร้อย พีช พชร หนึ่งในเมนเทอร์ The Face Men ก็ยังได้พูดเกริ่นไปอีกว่า “The Face Men จะกลับมาเร็ว ๆ นี้” แน่นอนว่าแฟนรายการต่างตั้งตารอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อแล้ว และจากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น Tonkit360 ก็จะมาสรุปให้ทุกคนได้ทราบกันว่า ทำไม The Face Thailand กระแสถึงยังแรงดีไม่มีตก แม้ว่าจะผ่านมาแล้วถึง 4 ซีซันด้วยกัน

1. การนำเสนอที่ขยี้ปมในรายการ

งานนี้ต้องยกให้การนำเสนอ ที่ตัดต่อฉากของเมนเทอร์บัฟกันได้อย่างสนุกสนาน เป็นการนำปมความกดดันของแต่ละทีมมาต่อสู้กันด้วยคำพูด ก่อนที่จะแสดงความสามารถหรือกำลังแสดงความสามารถอยู่ก็ตามแต่ การใส่อารมณ์ ท่าทาง สีหน้าของเมนเทอร์แต่ละคน ให้ความรู้สึกที่สมจริง จึงทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับการแข่งขัน

2. การแสดงของเมนเทอร์

การแสดงของเมนเทอร์แต่ละคน เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการพยุงรายการ ให้รู้สึกมีชีวิตชีวา แซ่บและเด็ดไปในเวลาเดียวกัน ซึ่ง The Face Thailand ก็คัดเอาเมนเทอร์ที่ดีกรีแต่ละคนไม่ธรรมดาทีเดียว อย่าง ลูกเกด เมทนี ที่บทบาทโดดเด่นมาตั้งแต่ซีซันแรก แถมยังมีวลียอดฮิตประจำตัวไปอีกกับคำว่า “Strong (สตรอง)” ซึ่งทำให้คนดูสนใจในตัวเธอและลูกทีมได้ไม่น้อย

3. สร้างดราม่าได้ตลอด

ดราม่าจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนให้ความสนใจ และ The Face ก็มีดราม่าออกมาให้เสพย์กันทุกสัปดาห์อยู่แล้ว อย่างซีซันที่ 3 มาช่า หนึ่งในเมนเทอร์ก็ได้ยุติบทบาทก่อนจบการแข่งขัน เช่นเดียวกันกับในซีซันที่ 4 ที่พลอย เฌอมาลย์ ก็ยุติบทบาทการเป็นเมนเทอร์ก่อนจบการแข่งขัน ทำให้มีกระแสออกมาพูดถึงอยู่มากมาย แม้แต่รอบ Final Walk ที่ก็ยังหนีไม่พ้นดราม่า ว่าพิธีกรดูงง ๆ ดูไม่จำเป็นบ้าง รวมถึงการประกาศผลผู้ชนะ ที่อาจไม่เป็นไปตามที่คนดูแต่ละคนคาดหวัง ก็จะมีความคิดเห็นต่าง ๆ นานาออกมาโจมตีบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ตามงานนี้บอกเลยว่ายิ่งดราม่าก็ยิ่งดังจ้า

4. ใช้ Influencer ให้เป็นประโชยน์

Influencer ที่กล่าวถึงก็คือเหล่าเซเลปคนดังในทวิตเตอร์ ที่ช่วยปั่นกระแสให้คนดูมาติดตามรายการมากขึ้น ส่วนใหญ่ในทวิตเตอร์คนเหล่านี้จะมีบทบาทอย่างมากเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าพวกเขาจะทวีตข้อความถึงอะไร ผู้คนก็มักจะให้ความสนใจไปรีทวีตหรือโต้ตอบอยู่ด้วยเสมอ และที่ผ่านมา #TheFaceAllStar ก็เรียกได้ว่าอยู่อันดับที่ 1 ตลอดทุกสัปดาห์ ซึ่งเหตุผลก็มาจากการใช้ Influencer ให้เป็นประโชยน์ โดยให้พวกเขามาติดแฮชแท็ก เพื่อเรียกกระแสเพิ่มด้วยนั่นเอง

5. คาแร็กเตอร์ของแอดมินเพจ

การประชาสัมพันธ์ การตลาดทุกวันนี้ ก็ต้องอาศัยแอดมินเพจที่มีความสามารถและมีคาแร็กเตอร์ที่เข้ากับรายการด้วยเช่นกัน หากใครที่ติดตาม The Face อยู่แล้ว จะรู้ว่าแอดมินเพจนี้ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ การเข้าไปตอบกลับข้อความคนดูที่มาแสดงความคิดเห็นในโลกโซเชียล ในแบบฉบับ The Face ของแอดมินเพจที่เรียกได้ว่าแซ่บลืม ก็ถือเป็นการแสดงถึงความอยากให้คนดูเข้ามามีส่วนร่วมได้ตลอด และแอดมินเพจก็พร้อมตอบกลับเสมอ ทำให้คนดูรู้สึกเข้าถึง และเป็นการต่อยอดให้เพจมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย