ด้วยกระแสหนังของทางค่าย Marvel นั้นมาแรงมาก ทำให้หนังหลายเรื่องถึงกับหลีกทางให้ เลื่อนไปฉายรอบอื่นกันทั้งหมด แต่ยังมีหนังบางเรื่องที่ไม่รู้ว่ามีดีหรือผู้จัดนั้นเขาตั้งใจ เอามาเบียดรอบเดียวกับ Avengers: Infinity War เพราะส่วนผมเองก็คิดว่าหนังเรื่องนี้ขายไม่ได้แน่ ๆ แต่ผมก็คิดผิดครับ เพราะมีหนังอยู่เรื่องหนึ่งที่ดีมาก ๆ และพอที่จะเบียดหนังของ Marvel ได้ หนังเรื่องนั้นก็คือ Truth Or Dare นั่นเองครับ

วันนี้ผมเลยจะมารีวิวบอกต่อหน่อยว่า หนังเรื่องนี้มันมีดียังไง แล้วควรค่าแก่การไปดูแค่ไหน การดำเนินเรื่องของ Truth Or Dare นั้นคล้ายกับเรื่อง Final Destination เลยครับ แต่ผมคิดว่าคงมีแต่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะรู้จักหนังเรื่องนี้ Final Destination เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่มีนิมิตเห็นตัวเองว่ารอดมาได้แต่สุดท้ายก็ต้องเริ่มตายทีละคน ซึ่ง Truth Or Dare พลอตเรื่องก็คล้าย ๆ กัน เพียงแต่ใส่กิมมิคว่ามีคำสาปของผีเข้ามาเกี่ยวในเรื่องด้วยแค่นั้นเอง
ผมว่าถ้าบทจะคล้ายกันกับหนังภาคต่อที่มียาวถึง 5 ภาคขนาดนี้ ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงได้ดูมีความน่าสนใจ Truth Or Dare มีความหักมุมที่แปลกใหม่จากหนังทั่วไปครับ เพราะหนังแทบทุกเรื่องที่ถ้าดำเนินมาเรื่อย ๆ ราบ ๆ คงจะน่าเบื่อและไม่อยากดูต่อแล้ว แต่หนังเรื่องนี้หักมุมสุด ๆ จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ และที่สำคัญใครจะไปคิดล่ะครับ ว่าหนังผีที่มีผีอายุหลายพันปีแล้ว คุณต้องมานั่งติดคำสาปบ้า ๆ นี้ และวิธีถอนคำสาปก็ต้องมีพิธีการอะไรที่ยุ่งยากเข้าไปอีก แต่ในปัจจุบันกลับกลายเป็นว่าคำสาปเหล่านี้ มันสามารถแก้ได้สบาย ๆ ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนั่นเอง หนังเรื่องนี้ตบหน้าคนดูกับความเชื่อเดิม ๆ ไปได้เลยล่ะครับ
ใครที่ดูหนังผีส่วนใหญ่จะรู้ครับว่าในเรื่องเราไม่สามารถทำอะไรกับผีได้เลย บางคนกลัวกันมาหลายปี บางคนถึงกับยอมตาย บางคนถึงกับเสียสละเพื่อที่จะแก้คำสาป แต่ใครจะไปคิดว่าวิธีแก้นั้นง่ายแสนง่ายเหมือนใน Truth Or Dare หนังเข้าใจง่ายคลายปมทุกช่วงเวลา หนังนั้นเวลามีปมในเรื่องก็ควรแก้ปมนั้น ๆ ให้จบด้วย ซึ่งใช่ครับ Truth Or Dare แก้ปมหนึ่งได้แล้ว ปมหนึ่งก็เกิดขึ้นมาใหม่อีก แก้ไปเรื่อย ๆ จนไปถึงจุดหนึ่งก็ทิ้งทุกปมแล้ว สร้างปมใหม่มาอีกให้คนอื่นแก้ (ปมเยอะแต่จบในเรื่องครับ)
ทั้งหมดนี้ก็เป็นการรีวิวหนังเรื่อง Truth Or Dare ของผมครับ ซึ่งมันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าการฟังรีวิวคนอื่นมันก็ไม่ได้สนุกเท่ากับเราไปดูเองหรอกครับ แต่ว่าหนังบางเรื่องมันมีดีมากกว่าบทของนักแสดงหรือตัวนักแสดงเอง เลยอยากจะบอกต่อ ส่วนถ้าถามถึงเหตุผลจากหนังผีล่ะก็ มันไม่มีเหตุผลอยู่แล้วครับ ฮ่าๆ






























