ถ้าคุณต้องย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯ ย้ายมาเรียนต่อในกรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งต้องย้ายงานไปทำงานอีกฟากเมืองหนึ่งของกรุงเทพฯ หอพักหรือ อพาร์ทเม้นท์ คือความจำเป็นแรกที่ทุกคนต่างมองหา แต่จะหาที่ถูกใจได้ ชนิดลงตัวตั้งแต่ที่แรกเลยนั้น คุณต้องโชคดีจริงๆ เพราะหลายคน ต้องย้ายหอ หรือ อพาร์ทเม้นท์ อย่างน้อยสองถึงสามแห่งกว่าจะได้ที่ลงตัวและถูกใจ เมื่อเป็นเช่นนั้นเวลาต้องเลือกที่พักที่เราไม่ได้อยู่แค่ชั่วคราว บางคนต้องอยู่ไปจนสำเร็จการศึกษา บางคนต้องอยู่เพื่อรอเวลาในการสร้างฐานะก่อนขยับขยายไปซื้อบ้านหรือ คอนโดเป็นของตนเอง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วมาดูวิธีการเลือกหอพัก หรือ อพาร์ทเม้นท์ ที่ทำให้เราไม่ต้องย้ายบ่อย เปลืองค่ามัดจำ ค่าประกันโดยใช่เหตุกันดีกว่า

ทำเล ทำเล และ ทำเล
วิธีการหาที่พักแบบฉบับ How To ของฝรั่งนั้น ทำเล คือหัวใจสำคัญ ดังนั้นสิ่งแรกคือการมองหาที่พักที่ใกล้สถานที่ทำงาน หรือ สถาบันการศึกษาของคุณ โดยสำรวจในรัศมี 800 เมตร – 1 กิโลเมตรเป็นอันดับแรก เพราะระยะดังกล่าวถ้าใช้บริการรถสาธารณะก็ใช้เวลาไม่นาน หรือถ้าไม่นั่งรถสาธารณะแล้วเดินกลับก็ยังได้
แต่ถ้าในรัศมีดังกล่าวหอพักเต็มหมดแล้ว หรือมีราคาค่อนข้างสูง ให้หาทำเลที่ไกลออกไปไม่เกิน 5-6 กิโลเมตร เพราะเป็นระยะทางที่ใช้เวลาในการเดินทางไม่มากนัก ที่สำคัญหอพัก หรือ อพาร์ทเม้นท์ ที่ไม่ไกลจากถนนใหญ่ แล้วมีบริการรถสาธารณะให้เลือกหลายระบบ จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้สบายยิ่งขึ้น
เสิร์จแล้วไปดูสถานที่จริงก่อนเช่า
เวลาซื้อบ้าน มีคำเตือนที่ต้องท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจว่า “ถ้าไม่ได้เลือกอย่าซื้อ” เช่นเดียวกับหอพัก และ อพาร์ทเม้นท์ ถ้าเสิร์จหาทางอินเทอร์เนต จนพอใจแล้ว ก็ขอให้ทำ ลิสต์ออกมาแล้วโทรศัพท์ไปสอบถามว่ามีห้องว่างไหม โดยส่วนใหญ่ ถ้าสอบถามช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนปลายเดือนจะเป็นการดี เพราะทางหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ จะทราบว่าจะมีห้องไหนเตรียมจะย้ายออกบ้าง ซึ่งคุณจะทำให้คุณวางแผนในการย้ายเข้าพักได้ง่ายขึ้น
เมื่อทราบว่ามีห้องว่างแล้วก็ไปสำรวจสถานที่จริงกัน เพราะคุณจะได้เห็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่โดยรอบที่พัก บรรยากาศภายใน ความปลอดภัย การรักษาความสะอาด รวมไปถึงห้องพักที่คุณจะได้เห็นของจริงว่าจะสามารถอยู่ได้หรือไม่ เพราะสถานที่จริงไม่สามาถตกแต่งภาพได้
ความปลอดภัย
ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายสมัยนี้ ต้องระมัดระวังกันให้มาก ถ้าคุณต้องมาเช่าหอ หรือ อพาร์ทเม้นท์อยู่คนเดียว ขอให้สำรวจดูความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกของสถานที่พัก เริ่มนับตั้งแต่การเดินทางจากปากซอยมายังหน้าอพาร์ทเม้นท์ ถ้าไม่มีรถรับจ้างให้บริการแล้วคุณต้องเข้ามาเองไม่ว่าจะเดินหรือนั่งแท๊กซี่ ซอยที่คุณอยู่นั้นเปลี่ยวมากขนาดไหน
จุดที่สองคือการรักษาความปลอดภัยโดยรอบหอพักว่ามี รปภ. คอยเฝ้าระวังหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ต้องไปดูเรื่องของการเข้าสู่ตัวอาคารว่ามีการใช้คีย์การ์ด หรือ เปิดประตูโล่งให้ใครเข้าไปในตัวอาคารได้ง่ายๆ (ถ้าเป็นอย่างหลังขอให้หาที่ใหม่เถอะ) ความปลอดภัยภายในห้องพัก จุดที่เปราะบางที่สุดคือบริเวณระเบียง และ ฝ้าห้องน้ำในหอพักที่คนร้าย หรือ คนข้างห้องที่คิดจะร้าย สามารถเข้ามาได้โดยง่าย ขอให้สำรวจบริเวณเหล่านี้ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะคิดเช่าที่พัก

สภาพแวดล้อม – สิ่งอำนวยความสะดวก
สภาพแวดล้อมที่พักคือสิ่งสำคัญ สำหรับการใช้ชีวิต ถ้าโดยรอบที่พักมีชุมชนแออัดอยู่โดยรอบ ความรู้สึกปลอดภัยหรือความสงบภายในที่พักก็จะลดลงตามจำนวนของชุมชน แต่ถ้าโดยรอบที่พักคุณคืออาคารพาณิชย์ และ ห้างสรรพสินค้า แม้จะสะดวกกับการใช้ชีวิต แต่ก็ต้องคำนึงถึงความแออัดภายในซอย ส่วนหอพักประเภทอยู่ท้ายซอย สงบเงียบก็ต้องคำนึงต่อว่าการเดินทางไปหน้าปากซอยมีความสะดวกแค่ไหน และ คุณเองจะสามารถใช้ชีวิตได้อยากไม่ยากลำบากหรือเปล่า
นอกจากนี้แล้วสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตเป็นมนุษย์หอ ก็เป็นเรื่องที่คุณต้องสังเกตุให้ถ้วนถี่เมื่อไปสำรวจสถานที่จริง ไม่ว่าจะเป็นบริการซักรีด เครื่องซักผ้าสาธารณะ ตุ้กดน้ำดื่ม รวมไปถึงที่จอดรถ ร้านอาหารภายในอพาร์ทเม้นท์ ร้านสะดวกซื้อบริเวณใกล้เคียง ทั้งหมดนี้คือสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์หอ
มนุษย์หอกับคุณป้าอพาร์ทเม้นท์
เรื่องเล่าสุดคลาสสิค ของคนที่อยู่หอ หรือ อพาร์ทเม้นท์ กับบรรดาคนดูแลที่พัก ที่ส่วนใหญ่จะเป็นหญิงวัยกลางคน ที่คอยจัดระเบียบสถานที่พัก หรือ คอยตอบคำถามเวลาที่เราไปสอบถามรายละเอียดเรื่องที่พัก ถ้าเจอดีก็ดีกันใจหาย ถ้าเจอแบบไม่ค่อยรับแขกหน่อยก็อาจทำให้เรา รู้สึกลำบากใจที่จะอยู่ และในประเภทหลังนั้น จะได้รับความนิยมจากเจ้าของหอ หรือ อพาร์ทเม้นท์ ให้ทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกฎ เพราะมนุษย์หอ ทั้งหลายนั้น เรียกได้ว่าร้อยพ่อ พันแม่ คนที่อยู่แล้วไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใครก็มีอยู่เยอะ แต่คนที่อยู่แล้วไม่รู้ว่าต้องเกรงใจส่วนรวมอย่างไรก็มีอยู่มาก ดังนั้นเรื่องราวระหว่าง มนุษย์หอ กับคุณป้าอพาร์ทเม้นท์ เป็นสิ่งที่คุณต้องเจอแบบวนลูบไป ดังนั้นเมื่อคิดจะเช่าหอที่ไหน ก็ขอให้ลองพูดคุยกับเขาดู จะได้พิจารณาไปด้วยว่าถ้าต้องอยู่แบบระยะยาวคุณจะรับเขาได้ขนาดไหน






























