Fiona O’Leary จบปริญญาโทด้านการออกแบบ ปัจจุบันเธอเป็นนักวิจัยและเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์อยู่ที่ประเทศอังกฤษ
Fiona O’Leary เป็นตัวอย่างหนึ่งของ Generation Alpha
จุดเด่นของ Generation Alpha นอกจากการเป็นตัวของตัวเอง รักการเรียนรู้ ไม่ยึดติดกับกรอบเกณฑ์เก่าๆ แล้ว คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของ Generation Alpha ก็คือความคิดสร้างสรรค์
Fiona O’Leary ได้สร้าง Spector หรือ “กระบอกสแกน” ขึ้นด้วยฝีมือของเธอเอง
กลไกการทำงานของ “กระบอกสแกน” ดังกล่าวคือการใช้กล้องขนาดเล็กเพื่อดักจับ Font หรือ “แบบตัวอักษร” และ Color หรือ “สี” ที่เราต้องการ จากหนังสือหรือวัสดุสิ่งของต่างๆ
เมื่อจับ “แบบตัวอักษร” หรือ “สี” ได้แล้ว ให้ทำการเชื่อมต่อ “กระบอกสแกน” กับโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เพื่อแปลง “แบบตัวอักษร” หรือ “สี” ดั้งเดิมในโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ให้เปลี่ยนเป็น “แบบตัวอักษร” หรือ “สี” ตามที่เราต้องการ ซึ่งได้มาจากการสแกนด้วย กระบอกสแกน”
Fiona O’Leary จึงเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมหากเราจะพูดถึง Generation Alpha
เพราะการ “คิดนอกกรอบ” ของ Fiona O’Leary เจ้าของสิ่งประดิษฐ์ “กระบอกสแกน” เครื่องมือดักจับและแปลง “แบบตัวอักษร” และ “สี” ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิก นับเป็นตัวอย่างที่ดีหากเราจะพูดถึง Generation Alpha
Generation Alpha นั้น นับเป็นคนรุ่นที่ถูกจัดให้อยู่ถัดจาก Generation X Generation Y และ Generation Z ซึ่งทั้งสาม Generation กำลังมีบทบาทโลดแล่นอยู่ในทุกสังคม
แน่นอนว่า ในวันนี้ พลังขับเคลื่อนโลกของ Generation Alpha อาจยังเกิดขึ้นอย่างไม่เต็มที่ และผู้คนทั่วไปอาจมองเห็นภาพ Generation Alpha ยังไม่ชัดนัก
การยกตัวอย่างผลงานของ Fiona O’Leary ถือเสมือนภาพแสดงแทน Generation Alpha ถือเป็น Generation Alpha Model ประดุจดั่งผู้แผ้วถางวิถีทางแบบ Generation Alpha
คู่กันกับ Spector อีกหนึ่งผลงานอันน่าทึ่งของ Fiona O’Leary ก็คือ MIMO
MIMO คือ Mouse Cursor 4 Channel หรืออุปกรณ์สำหรับการ Copy and Paste ได้ 4 ครั้งในเวลาเดียวกัน เพราะรูปร่างหน้าตาของเจ้า MIMO นี้จะมีปุ่ม 4 ปุ่มสำหรับใช้ Copy and Paste จำนวน 4 Objects ในคลิกเดียว
MIMO สามารถทำหน้าที่แทน Mouse ในแง่ของการ Copy and Paste รูปหรือข้อความที่ต้องการได้ถึง 4 Objects ในคราวเดียว
เช่น หากเราต้องการส่งอี-เมล MIMO จะช่วยเรา Copy ตัว e-Mail Address, หัวเรื่องจดหมาย, เนื้อความในจดหมาย และรูปถ่ายที่ต้องการส่ง e-Mail ได้ในการคลิก Copy and Paste เพียงหนึ่งครั้งผ่านเจ้า MIMO
โดยทั้ง MIMO ก็ดี ทั้ง Spector ก็ดี ชี้ให้เห็นว่า เรากำลังอยู่ในยุคสมัยของ Creativity 4.0
จากผลงานทั้งสองชิ้น Fiona O’Leary ได้บอกกับเราว่า Creativity 4.0 เป็นยุคที่ใครๆ ก็สามารถเป็น Creative เองได้ ซึ่งต่างจาก Creativity 3.0 ที่คนทั่วไปแม้จะคิดแต่ก็ยังไม่สามารถสร้างสรรค์อะไรได้ด้วยตนเองแบบ 100%
ยิ่งหากมองย้อนกลับไปที่ Creativity 2.0 ก็ยิ่งเป็นยุคที่ Creative ครอบงำโลกทั้งใบ ยังไม่ต้องพูดถึง Creativity 1.0 ซึ่งเป็นยุคที่เรียกว่ายังไม่มี Creativity เกิดขึ้นในโลกนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
Creativity 4.0 จึงเป็นเหมือนหลักไมล์สำคัญของนักสร้างสรรค์
1.0 คือยุคที่ยังไม่มี Creativity เพราะสินค้าหรือบริการในยุคนั้น ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแบบตรงไปตรงมา การโฆษณาประชาสัมพันธ์เน้นสรรพคุณของสินค้าและบริการ
ส่วน 2.0 คือยุคที่โลกมีอาชีพ Creative เป็นยุคที่เน้นการสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าหรือบริการ ในแง่ดีคือได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ที่พรั่งพรูออกมาจาก Agencies โฆษณา ข้อเสียคือการก้าวข้ามเส้นของการโฆษณาชวนเชื่อ
3.0 คือยุคที่ลูกค้ามีส่วนร่วมในการ Creativities กับเจ้าของสินค้าและบริการมากขึ้น ควบคู่ไปกับยุคอินเตอร์เน็ต แต่ยังเป็นการทำงานร่วมกันทั้งทางตรงและทางอ้อม
ส่วน 4.0 เป็นยุคที่ใครๆ ก็สามารถเป็น Creative เองได้ แม้ว่าจะไม่มีสินค้าหรือบริการเป็นโจทย์ก็ตาม เราจึงพบเห็น Creativity ได้ทั่วไป
เหมือนกับ Generation Alpha ที่ชื่อ Fiona O’Leary ได้ Startup เอาไว้นั่นเอง






























