Home Trending Story Trend ในประเทศ โรคเงินรั่วหนี้บัตรเครดิตรักษาวิธีไหนให้หายขาด

โรคเงินรั่วหนี้บัตรเครดิตรักษาวิธีไหนให้หายขาด

ภาพจาก Unsplash

เราเคยพูดวิธีการใช้บัตรเครดิตที่ทำให้คุ้มค่ามาพูดกันต่อกับการใช้หนี้บัตรเครดิตกันบ้าง !!!

แต่เดี๋ยวก่อน…ถ้าคุณเกิดโรคหนี้จากบัตรเครดิตแล้วอย่าคิดว่าทุกสิ่งในชีวิตจะพังทลายเสียสูญเพราะทางออกของเรื่องนี้มีจุดจบที่แฮปปี้แน่นอนขอแค่รู้และกล้ายอมรับกับตัวเองว่า“เราเป็นหนี้บัตรเครดิตเกินกำลังจ่ายของตัวเองแล้วนะ”

จุดสังเกตอาการเริ่มต้นของคนจะเป็นโรคหนี้บัตรเครดิตคือ

1. อาการเพลิน….เริ่มใช้รูดทุกสิ่งที่เป็นค่าใช้จ่ายประจำวันของชีวิต โดยไม่แยกประเภทบัตรตามโปรโมชันที่สมควร
2. อาการปล่อยตัว…ไม่เก็บสลิบบัตรในแต่ละเดือนหรือแม้แต่จะจดค่าใช้จ่ายที่จ่ายด้วยบัตรเครดิต
3. อาการไม่สด…ไม่ใช้เงินสด พกยาก ขี้เกียจกดเอทีเอ็ม รูดไปก่อน รูดไปก่อน
4. อาการอยากกำเริบ…ความอยากไม่สิ้นสุดหรือมีลิมิตอยากกินนั่นนี่อยากได้โน่นนั่นอยากผ่อนของที่ไม่จำเป็น

เมื่อมีอาการเหล่านี้ สิ่งที่ควรทำเลยก็คือ…

  1. หยุดการใช้จ่ายผ่านบัตรก่อนเป็นอันดับแรกเหมือนเป็นไข้ก็ต้องนอนอย่าไปออกแดดให้มันหนักขึ้น
  2. หยุดการจ่ายขั้นต่ำของแต่ละบัตรเพราะนั่นหมายถึงดอกเบี้ยที่จะเพิ่มพูนและยอดบัตรก็จะสูงขึ้น สูงขึ้น
  3. หยุดกิเลสอันนี้สำคัญสุดและจำเป็นต้องทำให้ได้จำไว้เสมอว่ารูดหนึ่งปรื้ดเหมือนเอามีดกรีดเนื้อตัวเองให้เลือดไหลหรือเทียบเท่ากับเงินที่จะกลายเป็นดอกเบี้ยไหลออกเรื่อยๆ
  4. หยุดใช้เงินเพียงอย่างเดียวโดยไม่ทำรายรับรายจ่าย หรือ เก็บข้อมูลการใช้จ่ายของตัวเอง
  5. หักดิบ โดยการหักบัตรที่เกินความจำเป็นทิ้งไป เพื่อไม่ให้เกิดอาการใช้จ่ายอย่างไร้ลิมิตของตัวเอง

การรักษาอาการบัตรเครดิตยอดพุ่งสูงเกินปรอทแดง 

1. ขั้นนี้เรียกว่าขั้นฉีดยา ฉีดทีละเข็มๆ

– นั่นก็คือหากมีหลายใบที่ติดภาระหนี้อยู่ให้เลือกใบที่มียอดแดงน้อยที่สุดแล้วดูจำนวนทั้งหมด หากเป็นจำนวนที่เราสามารถชำระเต็มจำนวนได้ปิดไปก่อนเลยค่ะหยุดเลือดที่ไหลออกได้หนึ่งทาง

2. ขั้นการกินยา หายช้าหน่อย แต่ไม่ทรมานนัก

– หากไม่สามารถปิดภาระหนี้ได้ทั้งหมดไม่ว่าบัตรเครดิตใบไหนก็ตามให้พยายามจ่ายให้ได้มากกว่าเงินขั้นต่ำเพื่อค่อยๆทยอยลดหนี้และลดดอกเบี้ยที่จะเพิ่มเรียกว่าค่อยๆโปะไปเรื่อยๆอาจจะช้าแต่อาการจะค่อยๆดีขึ้น พร้อมวินัยการใช้จ่ายที่ดีขึ้น

3. ขั้นนี้เรียกว่าขั้นไปหาหมอผ่าตัด

นั่นก็คือขั้นการประนีประนอมลองโทรหาบริษัท หรือ ธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตแต่ละใบเพื่อสอบถามและปรับโครงสร้างหนี้ใหม่เช่นหากเราเป็นหนี้บัตรอยู่ 100,000 บาทใช้เงินเพลินเกินไปมียอดที่ต้องชำระในแต่ละเดือนมากกว่า 20,000 และเป็นยอดที่เราไม่สามารถชำระได้จนต้องชำระแค่ขั้นต่ำแต่เมื่อเราโทรปรึกษาบริษัทเจ้าของบัตรขอปรับยอด100,000 เป็นยอดผ่อนชำระรวมและเฉลี่ยการผ่อนชำระเป็นงวดๆแล้วแต่จำนวนเงินที่เราสามารถชำระได้เต็มจำนวนจะมีให้เลือกแบบแบ่งชำระเป็นเวลา 6 เดือน 12 เดือน 18 เดือนหรือ 24 เดือน. ทางบริษัทจะดำเนินการปรับยอดที่ต้องจ่ายต่อเดือนน้อยลงและทำให้ดอกเบี้ยน้อยลงไปด้วยเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยของยอดที่เหลือจากการจ่ายขั้นต่ำของเรา

4. ถ้ายังไม่หาย ให้ย้ายโรงพยาบาล

– รวมยอดหนี้บัตรทุกใบที่มีแล้วหากู้เงินสินเชื่อสำหรับปิดบัตรเครดิต หรือคล้ายๆกับการรีไฟแนนซ์บ้านนั่นเอง ซึ่งตอนนี้มีหลายธนาคารที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตคุณก็อาจจะได้ดอกเบี้ยในเรท 10% ต้นๆหรือน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับ ฐานเงินเดือน หรือเครดิตที่มี และอาจต้องวางทรัพย์สินค้ำประกันหรือหาคนค้ำประกันด้วยซึ่งโดยมากจะมีระยะเวลาในการใช้คืนประมาณ 1-5 ปีขึ้นไป

5. หารายได้เพิ่ม

– อันนี้ต้องทำสำหรับทุกคนที่เป็นหนี้บัตรเครดิตนะคะ ดูความสามารถหรือสิ่งที่ตัวเองถนัดว่าสามารถหารายได้เพิ่มเติมได้อย่างไรแม้ได้เงินเล็กน้อยแต่เงินเหล่านี้สามารถมาทยอยปิดหนี้ของเราเรื่อยๆได้หรือ ดูสิ่งของที่ไม่จำเป็นของเรา ขายได้ขายทิ้งเอาเงินสดมาปิดยอดหนี้จะดีกว่า

ด้วยความปรารถนาดีอยากให้คุณคิด…ถึงภาระหนี้บัตรเครดิตที่อาจทำให้ชีวิตไม่แฮปปี้