Home Trending Story Trend ต่างประเทศ #MeToo อย่ายอมเป็นเหยื่อที่หลบอยู่ในเงามืด

#MeToo อย่ายอมเป็นเหยื่อที่หลบอยู่ในเงามืด

“Me Too” movement หรือการเคลื่อนไหวโดยใช้แฮชแทคคำว่า #MeToo อันเป็นคำที่ “ทาราน่า เบิร์ค” นักเคลื่อนไหวทางสังคมชาวอเมริกันคิดขึ้นมาใช้ใน Myspace ของเธอและถูกนำมาติด แฮชแทค ทั้งในภาษาอังกฤษหรือในภาษาท้องถิ่นอื่นๆ ที่มีความหมายเดียวกันนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2017

แฮชแทคดังกล่าว ถูกใช้ในโซเชียลมีเดีย เพื่อสื่อถึงการเรียกร้องความยุติธรรมให้ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ทำงาน และกระแสการติด แฮชแทค #MeToo ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว หลังมีนักแสดงและ ผู้หญิงหลายคนที่เคยทำงานกับ โปรดิวเซอร์ ดังของฮอลีวู้ด อย่าง ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ ออกมาเปิดเผยว่าเคยถูก ฮาร์วี่ย์ ล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อแลกกับอนาคตในวงการ และทำให้ นักแสดงหญิงหลายคน ที่เคยถูก ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ ออกมาเรียกร้องความยุติธรรม ผ่านแฮชแทค #MeToo จนทำให้ท้ายที่สุด ฮาร์วีย์ ต้องออกจากบริษัทของตนเองและเลิกรากับภรรยา

จากนั้นเป็นต้นมา #MeToo ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ในการรณรงค์เพื่อต่อต้านการข่มขืน และ ล่วงละเมิดทางเพศ ไปในหลายประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นในอัฟกานิสถาน ออสเตรเลีย แคนาดา จีน เอธิโอเปีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อิสราเอล และ ปาเลสไตน์ อิตาลี่ ญี่ปุ่น เคนย่า นอร์เวย์ ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ สเปน สวีเดน และ สหราชอาณาจักร

ซึ่งเรื่องราวของ แฮชแทค #MeToo ในเอเชียนั้นดูเหมือนว่าสังคมเกาหลี จะใช้ได้อย่างร้อนแรงที่สุดเพราะทำให้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล หรือ แม้แต่นักแสดงชื่อดังถูกนำเอาพฤติกรรมน่ารังเกียจนั้นออกมาเปิดโปง เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาเมื่อ อัยการสาว อย่าง โซ จี ยอน ออกมาเปิดเผยว่า เธอนั้นถูกเจ้าหน้าที่ระดับสูง ในกระทรวงล่วงละเมิดทางเพศ และในครั้งนั้นทำให้มีข้าราชการระดับสูงของเกาหลีต้องลาออกกันหลายคน

ขณะที่นักแสดงชื่อดัง ในเกาหลีก็ถูกเปิดโปงว่าเคยมีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศมาแล้วหลายคน แต่ที่กลายเป็นข่าวครึกโครมมากที่สุดคือ โจมินกิ นักแสดงชายชื่อดังในวัย 53 ปีที่ก่อเหตุฆ่าตัวตาย หลังถูกกระแส #MeToo กล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศนักศึกษาที่เขาเคยสอนการแสดงให้ถึง 20 คนและ โจมินกิ ก็ได้ออกมายอมรับว่าทำจริง ขณะเดียวกันเตรียมเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปากคำ ซึ่งการฆ่าตัวตายของ โจมินกิ นั้นทำให้มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า เขาไม่สามารถรับมือกับความกดดันที่เกิดขึ้นได้ จึงตัดสินใจจบชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา

แม้ว่าการปลุกกระแสสังคมโลกเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม และ การล่วงละเมิดทางเพศในผู้หญิง ด้วย #MeToo จะเป็นการขับเคลื่อนที่ดี แต่ก็ยังมีนักสิทธิสตรี และ ศิลปินบางคนมองว่าการใช้ แฮชแทคดังกล่าวเปรียบเสมือนการ “ล่าแม่มด” เพราะเป็นการกล่าวหาโดยที่ยังไม่ได้ทำการสอบสวนความจริงทั้งหมด และยังมองว่าการปลุกกระแส #MeToo จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้จริง หรือเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

แต่ถึงจะมีความคิดเห็นต่างอย่างไร ผู้ที่เป็นคนแรกในการคิดคำว่า Me Too ขึ้นมาอย่าง ทาราน่า เบิร์ค ก็ยังยืนยันที่จะใช้ #MeToo เพื่อเป็นการเรียกร้องให้สตรีที่ล่วงละเมิดทางเพศ ออกมาสู้เพื่อความยุติธรรมให้กับตนเอง มิเช่นนั้นแล้วพวกเธอจะเป็นเพียงเหยื่อที่ต้องหลบอยู่แต่ในเงามืดแต่เพียงอย่างเดียว

ส่วนกระแส #MeToo ในเมืองไทยนั้นยังถือว่าเบาบางอยู่มาก ไม่ใช่เพราะสังคมไทยไม่มีเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศในทางกลับกันสังคมไทย ผู้ชายไทยทำการล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นคำพูด หรือ พฤติกรรมที่ละเมิดสิทธิของผู้หญิง ขณะที่ผู้หญิงในสังคมไทยเองก็ยังรู้สึกอายที่ต้องออกมาพูดในเรื่องแบบนี้ หรือบางคนกลัวว่าหน้าที่การงานของตนเองอาจจะติดขัด จึงไม่น่าแปลกใจที่ #MeToo จะมีกระแสอย่างเบาบางเสียเหลือเกินในบ้านเรา