ดูแล้วอรรถรสของการชมฟุตบอลแบบยุโรป โดยเฉพาะถ้วยอย่างเอฟเอ คัพ ที่เรามักจะเห็น “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” นั้น อาจจะกำลังเกิดขึ้นใน ไทยลีก 1 ศึกฟุตบอลลีกสูงสุด เพราะตอนนี้มีทีมเล็กๆหลายทีม ที่เริ่มมองหานักเตะดีๆ จัดแท็กติกโหดๆ มาต่อกรกับทีมใหญ่ จนบางทีมมีถึงทรุดมาแล้ว ทีนี้ Tonkit360 จะพามาดู 3 ทีมเล็ก แต่เปิดหัวได้ดีเกินคาดในไทยลีก 1 อ่านกันแล้ว ก็อย่าลืมไปซื้อตั๋ว และแวะไปชมฟุตบอลในสไตล์ของพวกเขากันด้วยล่ะ
พีที ประจวบ เอฟซี
เป็นทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาในไทยลีกเป็นครั้งแรก ด้วยการคุมทีมของกุนซือมากประสบการณ์ และเจ้าของลูกฟรีคิกในตำนานที่พาไทยได้อันดับ 4 ในเอเชียน เกมส์ ปี 1998 อย่าง “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่อนตระกูล ที่จะกลับมาโชว์ลวดลายการคุมทีมในลีกสูงสุดอีกครั้งหลังปีที่แล้วเขาไปคุมทีมนครปฐม ในปีนี้ “ต่อพิฆาต” อย่างพีที ประจจวบ เอฟซี ที่สามารถเปิดบ้านถล่มเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ดีกรีรองแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้วได้อย่างราบคาบด้วยสกอร์ 6-1 ชนิดที่ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปานถึงต้องออกมาลาออกรับผิดชอบกับผลงาน
นักเตะที่เป็นตัวหลักของ “ต่อพิฆาต” ปีนี้ น่าจะเป็นปีกอย่าง อมร ธรรมนาม ปีกตัวเก๋า และอดีตมิดฟิลด์ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่าง จิตปัญญา ทิสุด ที่เคยเป็นหนึ่งในนักเตะน่าจับตามองสมัยที่เขาอยู่ที่ชัยนาท ฮอร์นบิล และปีนี้ได้กลับมาร่วมงานกับนายเก่าอย่าง “โค้ชวัง” อีกครั้งหลังทั้งสองเคยร่วมงานกันในปี 2014 ถึง 2015 ก่อนที่ชัยนาท จะตกชั้นไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทีมจะผลงานดี แต่ธวัชชัยก็ยังไม่อยากจะคอนเฟิร์มกับแฟนๆว่า ประจวบจะรอดตกชั้นในปีนี้ ซึ่งต้องมาดูกันว่า “น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์” ทีมนี้ จะจบอันดับที่เท่าไหร่ในไทยลีก (อย่าลืมนะว่า ปีนี้ตกชั้นกัน 5 ทีมเลยนะ)
สุโขทัย เอฟซี
ถ้าพูดถึงสุโขทัยแล้ว หลายๆคนคงยังจำกันได้ว่า สุโขทัยนั้นเคยได้โอกาสไปเล่นในถ้วยเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปีทีแล้วด้วยนะ แต่น่าเสียดายที่ไปโดนทีมใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี อัดน่วม 3-0 แต่อย่างไรก็ตาม ทีม “ค้างคาวไฟ” ในซีซั่นนี้ ก็ยังถือว่ามีนักเตะที่ดีหลายคน เช่นมิดฟิลด์อนาคตไกลอย่างสรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ รวมถึงกองหลังมากประสบการณ์อย่างปรัชญ์ สมัคราษฎร์ ที่ยืมมาจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ดทั้งสองคน
ส่วนตัวต่างชาติเอง ก็ต้องให้เครดิตกับทางสโมสร และ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ที่เลือกสรรหานักเตะต่างชาติมาร่วมทีม โดยผนึกกำลังโดยสองนักเตะทีมชาติมาดาร์กาสกา อย่าง จอห์น บาจโจ และ เอ็นจีวา ราโคโตฮาริมาลาลา ไปจนถึงกองหน้าทีมชาติเอล ซาลวาดอร์ตัวใหม่ นามว่า เนลซอน โบนิญ่า อีกคนด้วย โดยผลงานเด่นๆจนถึงตอนนี้ คือการบุกชนะทีมใหญ่อย่าง “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซีถึงถิ่น และเปิดบ้านอัดทีมจอมซื้ออย่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ดไปอีก 2-0 เรียกได้ว่าฟอร์มสด และน่ากลัวจริงๆสำหรับ “ค้างคาวไฟ” ทีมนี้
การท่าเรือ เอฟซี
สำหรับ “สิงห์เจ้าท่า” อย่างท่าเรือนั้น เป็นสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานพอสมควรทีมหนึ่ง และกาลครั้งหนึ่งนั้นยังเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว ในยุคของ “พี่เตี้ย” สะสม พบประเสริฐ แต่หลังจากการบริหารที่ผิดพลาด และผลงานอันน่าผิดหวังอยู่หลายปี รวมถึงปัญหาเรื่องแฟนบอล ท่าเรือเลยเริ่มจะถดถอยออกจากความสำเร็จไป
แต่เมื่อพวกเขาเปลี่ยนทีมบริหาร ได้ “มาดามแป้ง” นวรพรรณ ล่ำซำ เข้ามาจัดการทีม ด้วยประสบการณ์เรื่องฟุตบอล (แม้จะเป็นฟุตบอลหญิง) ของเธอ รวมถึงการได้โค้ชมือดีอย่าง “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ เข้ามาทำทีม และงบประมาณก้อนใหญ่ ทำให้ท่าเรือเริ่มกลับมามีสีสัน ปัญหาแฟนบอลน้อยลง และที่สำคัญคือฟอร์มกำลังกลับมาดีวัน ดีคืนเรื่อยๆ โดยในฤดูกาลนี้ “สิงห์เจ้าท่า” จัดการปราบเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดถึงบ้านมาแล้วด้วย
แต่ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกจนเกินไป เพราะหากลองมาดูทัพนักเตะแล้ว เชื่อว่าถ้าไม่บอกชื่อทีม หลายๆคนอาจจจะคิดว่านี่คือทีมใหญ่ทีมหน่ึงเลยก็ได้ เพราะท่าเรือชุดนี้ มีนักเตะดีกรีทีมชาติไทยหลายตน เช่นนูรูล ศรียานเก็ม (นักเตะที่มีสถิติแอสซิสต์มากที่สุดในลีกปีที่แล้ว) บดิน ผาลา ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และเควิน ดีรมรัมย์ รวมถึงตัวต่างชาติชั้นยอดอย่างเช่นดาบิด โรเชลล่า กองหลังสแปนิช และดราแกน บอสโกวิช ดาวซัลโวสูงสุดของไทยลีกเมื่อปีที่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นขุนพลที่ดูดี น่าจับตามอง และน่าลุ้นมากว่า ปีนี้ท่าเรือจะสามารถเบียด 4 อันดับแรกของไทยลีก ได้หรือไม่

































