สำหรับเรื่องราวที่ผมจะนำมาฝากกันในวันนี้ จะเป็นการเล่าประสบการณ์ของการชมฟุตบอลกับแฟนบอลอังกฤษ ว่าพวกเขามักจะชอบทำอะไร หรือพูดอะไรเวลาชมเกมกันบ้าง ซึ่งผมก็จะมีทั้งประสบการณ์ที่ดี และแปลกๆมาเล่ากัน
ฟุตบอลเป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์…(คล้ายกับศาสนา)

อันนี้ผมขอพูดในแนวซีเรียสนะ เพราะผมก็เห็นมากับตาแล้ว กับแฟนบอลบางรายที่เข้ามาในสนาม และไม่ให้ “เกียรติ” เช่นการยืนถ่ายภาพระหว่างที่ทีมกำลังแข่ง (บังคนอื่น) หรือบางทีผมเคยได้ยินแฟนบอลพูดว่า “ตอนนี้สกอร์เท่าไหร่แล้ว?” ราวกับว่าไม่ได้ตั้งใจชมเกมอยู่เลย คือบางทีการเข้ามาชมเกมที่สนามของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันจะเหมือนกับการมาชมละครเพลง ที่คุณไม่จำเป็นจะต้องเป็นแฟนละคร ก็มาดูเพื่อซึมซับวัฒนธรรมหรือ “ทำตามกระแส” ก็ได้…ซึ่งเท่าที่ผมได้มีโอกาสคุยกับแฟนบอลที่ถือตั๋วปีบางราย เขาก็เคยพูดบอกว่าคนเหล่านี้แหละ คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เสียงเชียร์ในสนามมันหายไป เพราะพวกเขาแค่เข้ามาถ่ายภาพ ซื้อของ แล้วก็กลับไป ในแง่ธุรกิจอาจจะเป็นเรื่องดี แต่ถ้ามองภาพกว้าง มันก็ไม่ดีนะ
ซึ่งวัฒนธรรมการชมฟุตบอล (อย่างน้อยก็ของอังกฤษ) คือคุณต้องให้เกียรติกับทีมที่ลงแข่ง มาดูแล้วก็ต้องตั้งใจดู ค่าตั๋วก็แพง แฟนบอลที่เขาเชียร์จากใจจริงก็อดมาเพราะไม่สามารถสู้ราคาตั๋วไหว เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ควรจะทำตัวแบบนี้นะ ไปดูกีฬา ก็ต้องให้เกียรติสถานที่ แค่ไปทัวร์สนามเองก็เหมือนกัน เช่นการใส่เสื้อลิเวอร์พูลหรือแมนฯซิตี้ไปทัวร์สนาม “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” ก็ถือว่าค่อนข้างผิดกาละเทศะแล้วนะ ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่มันก็ไม่ควรครับ อันนี้คงต้องฝากเตือนไว้
อีกเรื่องที่แฟนบอลท้องถิ่นเคยเอามาบ่นกัน ก็คือเรื่องบรรยากาศในสนามที่อาจจะหายไปเพราะแขกระดับวีไอพี (เน้นเลยนะครับว่า “บางส่วน” เท่านั้น) ซึ่งแฟนบอลเหล่านี้จึงเสนอให้สโมสรลองปรับที่นั่งของแฟนบอลที่เป็นระดับ corporate หรือวีไอพี ให้แยกออกจากโซนอย่างสเตร็ตฟอร์ด เอนด์ จุดที่จะมีแฟนบอลร่วมร้องเพลงเยอะที่สุด เพื่อให้มีที่กับแฟนบอลในระดับปกติมากขึ้น
แฟนๆ มักจะบ่นเรื่องราคาตั๋ว (แต่ก็ยังซื้อ…)

แน่นอนว่าเรื่องราคาตั๋วนั้นมันเป็นเรื่องไม่เข้าใคร ออกใครอยู่แล้วล่ะ แต่สำหรับแฟนปีศาจแดงบางคน ราคาตั๋วก็แพงจริงๆครับ คือค่าตั๋วรายปีที่แพงที่สุดเนี่ย จะอยู่ที่ 950 ปอนด์ (ประมาณ 45000 บาท) และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหาก “เร้ด เดวิลส์” เข้ารอบลึกๆในถ้วยเอฟเอ คัพ หรือแชมเปี้ยนส์ ลีกด้วยนะ แถมบางทีสโมสรยังมีมาตรการว่า คุณต้องซื้อตั๋วเข้ามาชมเกมเล็กๆ เพื่อจะมีโอกาสได้ซื้อตั๋วดูเกมใหญ่ เช่นว่าคุณต้องมาชมเกมลีกคัพ ที่แมนฯยูเตะกับทีมรองบ่อน ถ้าอยากจะมีโอกาสซื้อตั๋วเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นต้น ซึ่งมันจะเหมือนเป็นการ “มัดมือชก” นิดๆเลย
ล่าสุดเองก็มีแฟนบอลบางส่วนที่โทรเข้าไปบ่นกับทางบีบีซี แมนเชสเตอร์ ว่าค่าตั๋วในสนามนั้นแพงมาก และแฟนบอลท้องถิ่นอาจจะไม่สามารถจ่ายเงินเข้าไปชมได้ ซึ่งทางสโมสรควรจะมีการจัดตั้งตั๋วราคาถูก ให้สำหรับเด็กๆในเมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อจะรักษารากฐานแฟนบอลท้องถิ่นไว้บ้าง แต่ก็ต้องคงความสมดุลระหว่าง “บรรยากาศ” และ “ธุรกิจ” ไว้
เรื่องที่เราต้องเข้าใจด้วย คือลักษณะของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เกิดและโตในเมืองแมนเชสเตอร์ ในสมัยก่อนนั้น ฐานแฟนบอลของทีมจะเป็นพวก working class หรือพวก “หาเช้า กินค่ำ” นั่นเอง โดยจะแตกต่างจากแฟนแมนฯซิตี้ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นคนฐานะกลาง ถึงสูง เพราะฉะนั้นการบ่นเรื่องราคาตั๋ว เลยอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกจนเกินไปนัก (แต่ตั๋วก็แพงจริงๆนะในบางเกม จากความเห็นส่วนตัว)
มีหยาบ และพูดจาแรงกันบ้าง

อันนี้ก็ปกตินะ เพราะเพลงเชียร์ของผีแดงก็มีคำหยาบอยู่เยอะ แฟนบอลที่เป็นเด็กก็ร้องเพลงเชียร์ตาม มีทั้งการแหย่แรงๆ เจ็บๆใส่ทีมอื่น ซึ่งสำหรับคนไทยแล้ว อาจจะดู “แรง” แต่คนที่นี่เขาถือว่าเป็นเรื่องปกตินะ เพราะฉะนั้นก็อย่าตกใจกันเกินไป สมัยผมย้ายไปอยู่อังกฤษใหม่ๆก็มีอาการแบบนี้เหมือนกัน หลังๆก็เริ่มชินไปเอง
แต่ถึงเขาจะพูดจาไม่ดี เขาก็ไม่ไป “ทำร้ายร่างกาย” หรือ “ละเมิดสิทธิ” ใครนะ วางใจได้ครับ แต่ถ้าไปชมเกมใหญ่ และอยู่ใกล้ๆโซนแฟนทีมเยือน ก็ควรจะสงบๆไว้บ้าง ระวังไว้จะดีกว่า การพูดจาแรงๆของเขาเนี่ย ก็จะพูดกันแค่ในสนาม อารมณ์ก็หมดหลังจากเกมจบ (ถ้ากรรมการไม่มาตัดสินอะไรผิดๆนะ) และก็จะกลับมาคุยดีๆกัน
เพื่อนๆของผมเองหลายคนก็เป็นแฟนแมนฯซิตี้ ปกติเราก็จะแซว ทับถมกันเป็นเรื่องปกติ จนถึงวันนี้ก็ยังมีส่งข้อความมาแซวๆกันบ้างเลย อาจจะใช้อารมณ์บ้างเวลาทีมแพ้ แต่ผมก็เคยไปชมเกมที่สนามกับเขานะ จบเกมก็กลับมาคุยกันปกติ เพราะส่วนใหญ่แล้วแฟนบอลในเมืองแมนเชสเตอร์ ทั้งยูไนเต็ด และซิตี้ (เท่าที่ผมเคยเจอ) นั้น จะไม่ค่อยมีพวก “ปากพล่อย” กันหรอก เขาจะรู้จักกาลาเทศะ ว่าอะไรควร ไม่ควรในเวลาไหนบ้างครับ แต่ที่จะเจอ…ก็คงเป็นแฟนของ “ทีมที่ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อ” นั่นแหละ (อันนี้ผมขอไม่พาดพิงละกันนะ)
“101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด คือ เรื่องที่เจาะลึกของสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้เป็นเวลากว่าปีครึ่ง โดยนำเสนอเป็นประจำทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ไปจนกว่าจะครบ 101 เรื่อง
ส่วนใครที่พลาดตอนอื่นๆของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดไป สามารถเข้าไปย้อนอ่านกันได้ที่ https://tonkit360.com/tag/101-เรื่องลึกไม่ลับ

































