เคล็ดลับอายุยืน “ปิดโทรศัพท์แล้วไปนอน”

การนอนสำคัญแค่ไหน คำตอบคือสำคัญมาก มีผลทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นที่ยืนยันว่าการนอนหลับอย่างพอเพียงประมาณ 6-8 ชั่วโมงจะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรง ขณะเดียวกันยังช่วยรักษาระดับฮอร์โมนในร่างกายให้อยู่ในสภาพปกติ และความสำคัญของการนอนนั้นถึงขนาดที่มีการกำหนดให้มีวันนอนหลับโลกในทุกปีเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการนอน และในปีนี้ตรงกับวันที่ 16 มีนาคม

มาดูกันว่านอนไม่พอส่งผลอะไรต่อคุณบ้าง

ปกติแล้วการนอนที่ถูกต้องคือการนอนให้ครบ 6-8 ชั่วโมง โดยเข้านอนให้ได้ก่อนเที่ยงคืนจะเป็นการดีที่สุดเพราะจะทำให้ นาฬิกาชีวิตในร่างกายสามารถปรับสภาพที่เหมาะสมได้ และถ้าคุณเป็นคนนอนน้อย จะเกิดอะไรขึ้นได้บ้างในระยะยาว โรคแรกคือ โรคลำไส้อักเสบ อันเป็นที่มาของโรคมะเร็งลำไส้ หรือ สามโรคที่มาพร้อมๆ กันคือ โรคหัวใจ เบาหวาน และ อาการความดันโลหิตสูง นอกจากนี้การนอนไม่พอยังส่งผลทำให้เสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม เป็นโรคซึมเศร้า และ หลอดเลือดสมองตีบ

การผิดเพี้ยนของระบบการนอนนั้นจะทำให้คุณกลายเป็นคนตื่นสาย หรืออาจไม่ได้นอนไปเลย แล้วมานอนในช่วงสายหรือบ่ายซึ่งทำให้นาฬิกาในร่างกายผิดเพี้ยนไป จากนั้นร่างกายจะส่งสัญญานอาทิ อาการปวดหัวที่หาสาเหตุไม่ได้ หรือ มีอาการของไมเกรนร่วมเข้ามา

เทคโนโลยีส่งผลต่อการนอนหลับ

นอกเหนือจาก การใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ทำงานจนดึก หรือ ปาร์ตี้ทุกวัน หรือแม้กระทั่งการเดินทางที่กินเวลาในการพักผ่อน เทคโนโลยีก็กลายเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนกลายพักผ่อนไม่เพียงพอ หลายคนติดนิสัยวางโทรศัพทืไว้ที่หัวเตียง เพื่อชาร์จแบต จนทำให้เกิดโรคใหม่ในช่วงสองสามปีนี้ที่เรียกว่า โรคละเมอแชท

อาการของโรคละเมอแชท (Sleep Texting) มีสาเหตุหลัก ๆ มาจากพฤติกรรมติดสมาร์ทโฟนเกินเหตุ จนสร้างความวิตกกังวลต่อข้อความที่ถูกส่งมา ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีพฤติกรรมตอบสนองกับข้อความที่แจ้งเตือนเข้ามาโดยทันที รวมไปถึงอาการติดโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกชนิดร่วมด้วย

ทั้งนี้คนที่มีอาการละเมอแชท จะไม่รู้สึกตัวขณะที่กดส่งข้อความ เพราะเป็นสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นหลายคนที่หมกหมุ่นกับการใช้แอพลิเคชั่นสำหรับพูดคุยมากเกินไป และรู้สึกกระวนกระวายใจถ้ามีข้อความมาและไม่ได้เปิดอ่านทันที และนั่นเป็นเหตุที่ทำให้คนรุ่นใหม่หลายคนหลับไปพร้อมกับโทรศัพท์ที่ยังคามืออยู่ หรือวางไว้ที่หัวเตียง อาการหมกหมุ่นแบบนี้ทำให้สมองยังยึดติดอยู่กับสิ่งที่จะมากับโทรศัพท์ ทำให้ร่างกายที่แม้ว่าจะหลับไปแล้ว ไม่ได้หลับสนิทอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดความเครียด เสี่ยงเป็นโรคอ้วน และ กระทบต่อการเรียนและการทำงาน

ดังนั้นจึงสำคัญอย่างยิ่งที่ควรอยุ่ห่างจากสมาร์ทโฟน บ้างในเวลานอนควรปิดการสื่อสาร เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และไม่หมกหมุ่นกับโซเชียลมีเดีย จนมากเกินไป จนกลายเป็นความเครียดที่ก่อให้เกิดขึ้นในร่างกายของคุณเองโดยไม่รู้ตัว