
การประกาศผลรางวัลออสการ์ วันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา หนังรักระหว่างมนุษย์และอสูรกาย The Shape of Water คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมกลับบ้านตามคาด กระนั้นทีมงานและผู้เกี่ยวข้องของเรื่องนี้คงลุ้นกันหืดขึ้นคอเหมือนกันเมื่ออยู่ๆ ก็มีม้ามืดที่ชื่อ Three Billboards Outside Ebbing, Missouri ทะยานขึ้นมาในโค้งสุดท้าย ถึงจะพลาดรางวัลใหญ่สุดไปแต่สำหรับคนที่ได้ชมแล้วคงรู้ว่ามันไม่ได้ลดทอนคุณค่าของหนังแม้แต่น้อย
ช่วงก่อนงานประกาศรางวัลยิ่งใหญ่แห่งวงการภาพยนตร์ หนังดราม่าตลกร้ายของ มาร์ติน แม็คดอนนา ไปสร้างชื่อบนเวทีลูกโลกทองคำด้วยการกวาดรางวัลสำคัญไป 4 ตัว หนึ่งในนั้นคือสาขาภาพยนตร์ดราม่ายอดเยี่ยม ซึ่งก็ทำให้คอหนังที่ติดตามอยู่แอบลุ้นกันเล็กๆ ว่าจะมีพลิกโผหรือไม่เมื่อถึงงานใหญ่ที่ ดอลบี เธียเตอร์ แต่สุดท้ายก็เป็นหนังรักโรแมนติกของ กิลเลอร์โม เดล โทโร ที่เอารางวัลไปนอนกอด

Three Billboards Outside Ebbing, Missouri (หรือชื่อไทยสุดเดือด 3 ป้ายระบายแค้น) เล่าเรื่องของ มิลเดรด เฮยส์ (ฟรานเชส แม็คดอร์แมนด์) คุณแม่ผู้ตกอยู่ในความระทมทุกข์เมื่อลูกสาวถูกคนร้ายลงมือฆ่า-ข่มขืน ซึ่งคดีนี้อยู่ในความดูแลของ วิลเลียม วิลโลบี (วูดดี้ ฮาร์เรลสัน) นายตำรวจผู้เป็นที่รักของคนในเมือง ทว่าเมื่อคดีไม่คืบหน้า บวกกับการเห็นเหล่าตำรวจทั้งหลายทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ทำให้เธอลงทุนจ่ายเงินซื้อป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ 3 ป้ายข้างถนน พร้อมข้อความที่เขียนเพื่อทวงความยุติธรรมให้ลูกสาว และกระตุ้นตำรวจเฮงซวยในเมืองของเธอ เด้งจากเก้าอี้มาช่วยเหลือประชาชนบ้าง

ดูจบแล้วก็ไม่แปลกใจที่หนังกวาดรางวัลมากมายก่อนถึงเวทีออสการ์ เพราะหนังเล่นจิกกัดประเด็นปัญหาสังคมของสหรัฐอเมริกาแบบครบเครื่องประหนึ่งอัลบั้มรวมฮิตตลับทอง มีทั้งการล่วงละเมิดทางเพศ, การกลั่นแกล้งในโรงเรียน, เหยียดชาติพันธุ์, ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่เลือกปฏิบัติกับประชาชน, สถาบันครอบครัว, ความรุนแรง และอิทธิพลของสื่อ แต่หนังก็เอาสิ่งเหล่านี้มาเล่าได้อย่างกลมกล่อม ไม่ขยี้หนักจนดูน่ารำคาญ ถึงบางประเด็นจะงงๆหน่อยว่าใส่มาทำไม
ขณะเดียวกัน ถึงชื่อหนังภาษาไทยจะดูเดือดดาลชวนให้คิดว่านี่เป็นหนังสไตล์ตัวเอกเดินหน้าไล่ล่าหาตัวคนร้ายมาฆ่าล้างแค้น แต่หนังเลือกที่จะให้ป้าบิลบอร์ด ดำเนินการกับเหล่าข้าราชการในเรื่องด้วยการจี้ให้ออกไปหาตัวคนร้ายมาลงโทษ มากกว่าไปตามหาคนร้ายเอง (ซึ่งก็ไม่ใช่หน้าที่ของประชาชนอยู่แล้ว) โดยมีสื่อเป็นป้ายบิลบอร์ดเป็นเครื่องมือช่วยกระตุกอีกด้าน
เรื่องอิทธิพลของสื่อที่สะท้อนการทำงานของเหล่าข้าราชการทำนอง “สื่อไม่มา งานไม่เดิน” ที่หนังนำเสนอ ระหว่างดูก็อดขำไม่ได้เพราะมันชวนให้นึกถึงเรื่องราวในบ้านเราช่วงนี้เหลือเกินเช่น คุณป้าที่เอาขวานฟันรถที่จอดขวางหน้าบ้าน, คดีเศรษฐีล่าเสือดำที่ประชาชนออกมารณรงค์ให้ดำเนินคดีกับคนกระทำผิด ด้วยการแสดงออกทางสัญลักษณ์ต่างๆ ผ่านโซเชียลและงานศิลปะบนกำแพง จนเจ้าหน้าที่ต้องไล่ลบทิ้ง (ที่ฮามากคือตำรวจในเรื่องก็สั่งให้ป้าบิลบอร์ดเอาป้ายลงเหมือนกัน) หรืออุบัติเหตุต่างๆ ที่ถูกเพิกเฉย แสดงให้เห็นว่าถึงเรื่องความเดือดร้อนของคุณไม่ได้รับความสนใจ แต่หากเอาลงสื่อเมื่อไหร่ โดยเฉพาะโลกโซเชียล แวดวงข้าราชการก็จะร้อนเป็นไฟลุกมาดูแลให้ทันที น่าเศร้าจัง ฮา…

อย่างไรก็ตาม สาระสำคัญที่สุดของคือการแสดงให้เห็นว่า การใช้อารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อนชีวิตอย่างไร้สติ คือสิ่งที่ไม่ช่วยอะไร ยกตัวอย่างป้าบิลบอร์ด แม้จะลงทุนซื้อป้ายทวงความยุติธรรม แต่มันก็ทำให้คนในครอบครัวและคนรอบข้างพลอยเดือดร้อนไปด้วย หรือหลายๆ เหตุการณ์ที่ตัวละครเอาอารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล ซึ่งนั่นก็นำมาสู่ความฉิบหายเลวร้ายตามมา จนมาถึงช่วงท้ายเรื่อง เมื่อทั้งฝั่งตำรวจและป้าบิลบอร์ด ค่อยๆ ลดอัตตา อีโก้ การเอาชนะกันลงมา เรื่องราวจึงค่อยๆ คลี่คลายและต่างคนก็เริ่มเข้าใจกันและกันมากขึ้น
ฟรานเชส แม็คดอร์แมนด์ นักแสดงหญิงตัวเก๋า เคยดูหนังที่เธอแสดงแค่ไม่กี่เรื่อง แต่จากการแสดงสีหน้า แววตา ในบทบาทของแม่ผู้อัดแน่นไปด้วยความทุกข์และความแค้น ก็ไม่มีอะไรน่ากังขากับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมคนล่าสุด ยิ่งเมื่อเทียบกับผู้ท้าชิงคนอื่นๆ บอกเลยว่าเธอเหมาะสมที่สุดแล้ว (ถึงขนาดมีโจรมาขโมยรางวัลของเธอหลังจบงาน คิดดูว่าเธอเล่นดีไหม ฮา…) ส่วน แซม ร็อคเวลล์ กับบทบาทตำรวจเจ้าอารมณ์ อันธพาล ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาของเธอ ซึ่งคว้าไปอีก 1 รางวัลสาขาสมทบชายยอดเยี่ยม ก็ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการแสดงช่วงท้ายเรื่องที่นักแสดงหนุ่มชาวอเมริกัน ค่อยๆ เปลี่ยนตำรวจที่น่ากระทืบให้ตายกลายเป็นคนที่น่าเห็นใจได้
Three Billboards Outside Ebbing, Missouri เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่แสดงให้เห็นว่า ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ล้วนมีที่มาจากการใช้ “อารมณ์” เป็นใหญ่ด้วยกันทั้งสิ้น ถึงปฏิเสธไม่ได้ว่าอารมณ์แบบ รัก โลภ โกรธ หลง คือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของมนุษย์ แต่จะดีกว่าไหมหากเราเลือกใช้ สติ และ เหตุผล เพื่อคลี่คลายปัญหามากกว่าสาดอารมณ์ใส่กัน……..แม้จะทำได้ยากก็ตาม






























