
BOSS หรือ BOSS Drive เป็นอุปกรณ์ชนิดใหม่ ที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูล โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องคอมพิวเตอร์อีกต่อไป
BOSS ย่อมาจาก Backup On Set Solution เป็นแนวคิดใหม่ในการจัดเก็บหรือสำรองข้อมูล โดยเฉพาะมืออาชีพด้านการถ่ายภาพ หรือวิดีโอ และเหล่าเกมเมอร์ทั้งหลาย ที่มีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ สามารถนำข้อมูลขนาดใหญ่ติดตัวไปได้ โดยไม่ต้องแบก Notebook
BOSS เป็นลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ของ LaCie DJI Copilot ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ผู้มีไลฟ์สไตล์แบบ Outdoor
อันที่จริง BOSS ก็คือ External Hard Disk ชนิดหนึ่ง ทว่า ถ้าเป็น External Hard Disk ทั่วไป เวลา Write หรือบันทึกข้อมูล และการ Read หรือการเรียกข้อมูล จะต้องทำผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น PC Mac Notebook หรือ Tablet
แต่หากเป็นแนวคิดแบบ BOSS ก็ไม่ต้องอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์เลยแม้แต่น้อย
เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับ BOSS และ External Hard Disk เพิ่มมากขึ้น ขอย้อนกลับไปปูพื้นฐานเกี่ยวกับ Hard Disk สักเล็กน้อย
กลไก Hard Disk นั้น ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนหลักๆ คือจานเหล็กที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็กบนแผ่นอลูมิเนียมบางเฉียบ หัวอ่านข้อมูลและเขียนข้อมูล และภาคสัญญาณไฟฟ้า
ขั้นตอนการทำงานของ Hard Disk ประกอบไปด้วย วงแหวน Track หรือ Cylinder ขอให้นึกถึงร่องแผ่นเสียงที่เข็มแผ่นเสียงวิ่งอ่านนั่นคือการอ่านผิวขรุขระของแผ่นเสียงทำให้เกิดความถี่ที่ต่างกันเกิดเป็นเสียงต่างๆ
Track ของ Hard Disk ก็เช่นกัน เพราะ Hard Disk ใช้ประจุไฟฟ้าแปรรูปข้อมูล Digital ให้อยู่ในรูปของ Domain แม่เหล็กบันทึกไว้ใน Sector ของ Hard Disk โดย Sector จะเป็นภาพขวางของ Track ขอให้นึกถึง Pizza หรือขนมเค้ก เวลารับประทานจะต้องตัดแบ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมออกมาจากก้อนวงกลม
ส่วน Cluster จะมีลักษณะคล้าย Track แต่ไม่ครบวงร่อง เพราะ Cluster เป็นการรวม Sector ที่เกี่ยวข้องกันเป็นชุดสั้นๆ เรียงเอาไว้อย่างต่อเนื่องกัน แม้ Cluster จะถูกพูดถึงมากในระยะต่อมาของประวัติศาสตร์ Hard Disk แต่หลักๆ แล้ว การทำงานของ Hard Disk จะยึดที่ตัว Sector และ Track
ในขณะที่ราคา Hard Disk ในยุคเริ่มต้น ยังมีราคาแพงมาก สถาปัตยกรรมของเครื่องคอมพิวเตอร์หลายรุ่นจึงยังไม่ใช้บริการของ Hard Disk ต้องใช้ Floppy diskettes ที่เป็นระบบปฏิบัติการหรือ DOS ในการเปิดเครื่อง หรือ Boot
จนกระทั่งราคา Hard Disk ถูกลงเรื่อยๆ และประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆ แผ่น Floppy diskettes จึงค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไปพร้อมๆ กับการมาถึงของ CD-ROM และพัฒนามาเป็น DVD ในที่สุด
คู่ขนานกันมากับนวัตกรรม Hard Disk รุ่นใหม่ๆ แผ่น CD-ROM และ DVD ก็ถูกใช้เป็นสื่อบันทึกข้อมูลแทน Floppy disk เพราะตัว Hard Disk เป็นทั้งตัว DOS หรือ Windows ที่เป็นระบบปฏิบัติการและตัวมันเองก็สามารถจัดเก็บโปรแกรมและข้อมูลได้อย่างเอกเทศ
แต่ด้วยขนาดที่อุ้ยอ้าย และต้องใช้พลังงานค่อนข้างมากในการปฏิบัติการ ทำให้มีการค้นคิดประดิษฐ์ Hard Disk ที่เล็กลงแต่มีความเร็วและความจุเพิ่มมากขึ้นในเวลาต่อมา
โดยมีทั้ง Internal Hard Disk และ External Hard Disk ให้เลือกใช้ตามแต่ความต้องการและตามความสะดวก รวมถึงการต่อยอดมาเป็น SAN (Storage area network)
โลกของเราจึงได้ให้การต้อนรับ Hard Disk ขนาดเล็กที่สามารถอัดเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook ได้ และก็มีความต้องการใช้งาน Hard Disk ที่เล็กและบางลงเรื่อยๆ เมื่อโลกเดินทางมาถึงยุค Smart phone และ Tablet PC
จึงนำไปสู่การสร้างสรรค์ Hard Disk ชนิดใหม่ที่มีชื่อว่า Solid State Drive และ USB Flash Dive ในเวลาต่อมา
และแม้ว่าโลกจะพัฒนามาจนถึงช่วงเวลาทองของ Internet หรือ Tablet PC และ Smart phone หรือ Solid State Drive และ USB Flash Dive และแม้กระทั่งเป็นยุครุ่งเรืองและเฟื่องฟูของ Cloud Computing
แต่รูปลักษณ์การจัดเก็บข้อมูลก็ยังคงต้องพึ่งพาหลักการเบื้องต้นเมื่อ ค.ศ.1956 ซึ่งเป็นปีที่ Reynold B. Johnson ค้นคิดประดิษฐ์ Hard Disk ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยขณะนั้น Johnson ทำงานอยู่ที่บริษัท IBM และได้กลายเป็นรากฐานสถาปัตยกรรม Hard Disk ไว้ให้พวกเราตราบจนปัจจุบัน





























