เรื่องราวในอดีตกาลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้นก็น่าสนใจใช่เล่นนะครับ เพราะว่ากว่าที่สโมสรแห่งนี้จะขึ้นมาเป็นมหาอำนาจลูกหนังใจปัจจุบัน ก็ต้องฝ่าอุปสรรค และมีการเปลี่ยนแปลอะไรค่อนข้างเยอะ โดยเรื่องราวของตอนนี้ จะมาเล่าถึงสองบุคคลสำคัญ ที่ทำให้สโมสรมีวันนี้มาได้ เพราะถ้าไม่มีพวกเขา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจเป็นแค่ชื่อของ “ทีมฟุตบอลเก่าๆ” ทีมหนึ่งไปแล้วก็ได้
“ยุคใหม่” ของสโมสร

สองคนนี้ คือคุณจอห์น เฮนรี เดวีส์ และ เจมส์ ดับเบิลยู กิ๊บสัน ซึ่งเคยเป็นเจ้าของสโมสรมาก่อน โดยจอห์น เฮนรี เดวีส์ เข้ามาซื้อสโมสรเมื่อปี 1902 ตอนที่สโมสรยังติดหนี้อยู่จำนวนสองพันกว่าปอนด์ (เป็นเงินไทยประมาณแสนกว่าบาท) ซึ่งอาจจะดูเหมือนน้อย แต่เงินสมัยนั้นถือว่าเยอะมาก เดวีส์นั้นเมื่อก่อนเป็นเจ้าของกิจการโรงแรม ก่อนจะเริ่มมีเงิน และเข้ามาทำกิจการโรงงานต้มเหล้า ซึ่งเดวีส์คนนี้คือคนที่เราต้องขอบคุณเลยครับ เพราะเดวีส์ คือคนที่เปลี่ยนชื่อสโมสรจาก นิวตัน ฮีธ มาเป็น “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ตอนที่เขาเข้ามาซื้อกิจการสโฒสร และย้ายสนามมาอยู่ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในปัจจุบันด้วย เนื่องจากว่าทางสโมสรไม่สามารถจะขยายสนามเก่า ที่มีชื่อว่า แบงค์ สตรีท (เล่นกันที่นี่ตอนปี ออกไปได้อีก จึงเลือกที่จะสร้างสนามใหม่ขึ้นมาแทน แถมนอกจากนั้น เดวีส์ ก็ยังเป็นคนที่ให้สโมสรตัดสินใจเปลี่ยนสี่เสื้อ จากสีเขียว-ทอง มาเป็น แดง-ขาว-ดำอันน่าเกรงขามจนถึงวันนี้อีก
จริงๆแล้วสโมสรนิวตัน ฮีธ เนี่ย ถือเป็นสโมสรที่ก่อตั้งขึ้นจากบริษัทรถไฟนะครับ และนี่เลยกลายเป็นที่มาว่า ทำไมถ้าเราไปถามคนพื้นเมืองแมนเชสเตอร์ ส่วนใหญ่คนที่มาฐานะยากจน จะเลือกเชียร์แมนฯยูไนเต็ด และคนที่มาฐานะกลางและสูงส่วนใหญ่ จะเลือกเชียร์แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งมีทั้งเหตุผลจากที่มาของสโมสร และสถานที่ที่ตั้งของสโมสร ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้จะอยู่ในตัวเมือง ที่คนมีฐานะเขาจะอยู่กันด้วย
ตอนสโมสรเป็นหนี้สิน…อีกครั้ง

ส่วนเจมส์ กิ๊บสันนั้น ก็ถือเป็นเจ้าของทีมคนสำคัญอีกรายที่มีส่วนสำคัญ ในการสร้าง “ภาพลักษณ์” และช่วยเหลือสโมสรเรื่องการเงิน เพราะในช่วงปี 1929 นั้นสโมสรเริ่มจะมีหนี้สินเยอะขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์เศรษฐกิจตกต่ำหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ประกอบกับการที่เจ้าของคนในตอนนั้นอย่างจอห์น เฮนรี่ เดวีส์ ถึงแก่ความตายไป ทางสโมสรจึงมีปัญหาเรื่องการเงินอย่างมากจนถึงขั้นว่าจะต้องปิดตัวลง
แต่สุดท้าย ก็เป็นกิ๊บสัน ซึ่งถือว่าเป็น “คนรวย” ในท้องที่แถวย่าน “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรและจ่ายเงินหนี้สินให้กับทีม แถมยังลงทุนต่างๆให้กับสโมสรอีกด้วย ซึ่งนอกจากลงทุนแล้ว ผลงานของสโมสรในช่วงที่เขาเป็นเจ้าของนั้น ก็ถือว่าดีเยี่ยม เพราะคว้าแชมป์ลีกได้ และได้แชมป์เอฟเอ คัพอีกด้วย
ด้วยความรวยของเขานั้น ทำให้สโมสรไม่ต้องห่วงเรื่องเงินมาก แม้ขนาดว่าสนามโอล์ด แทรฟฟอร์ดต้องเจอระเบิดเมื่อช่วงสงความโลกครั้งที่สอง พวกเขาก็ยังมีเงินจากกิ๊บสันที่เอามาซ่อมแซมสนามได้ เพียงแต่มันใช้เวลากว่า 9 ปี เพื่อซ่อมแซม แมนฯยูไนเต็ดเลยต้องไปใช้สนามของแมนฯซิตี้อย่าง เมน โร้ด ไปก่อน แต่สิ่งที่แฟนบอลส่วนใหญ่ต้องของคุณกิ๊บสันนั้น มีสองเรื่อง คือการที่เขาก่อตั้งอคาเดมี่ของสโมสร เพื่อเฟ้นหาเด็กๆที่เล่นฟุตบอลเก่ง จะได้ดึงมาร่วมทีมได้ พร้อมกับการตั้งตั้ง แม็ตต์ บัสบี้ ขึ้นเป็นกุนซือด้วย ซึ่งการตั้งอเคเดมี่ตรงนี้ ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ “บัสบี้ เบ๊บส์” นั้นเอง (และต่อจากนั้น ทุกคนก็น่าจะพอทราบกัน เราก็เลยขึ้นมาเป็นมหาอำนาจลูกหนังของยุโรป และของโลกไป)

สิ่งที่เจ้าของสโมสรทั้งสองเคยทำไว้นั้น ถ้าเป็นแฟน “ผีแดง” ท้องถิ่นนั้นจะจำได้ไม่ลืมเลยล่ะครับ แถมทางสโมสรก็ยกย่องทั้งสอง ด้วยการนำแผ่นป้ายชื่อ พร้อมรูปสลักมาติดไว้บนอุโมงค์ทางออกของผู้เล่น เพื่อเป็นการเตือนใจว่า พวกคุณได้มาอยู่ที่นี่ได้ ก็เพราะสองคนนี้แหละ
“101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด คือ เรื่องที่เจาะลึกของสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้เป็นเวลากว่าปีครึ่ง โดยนำเสนอเป็นประจำทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ไปจนกว่าจะครบ 101 เรื่อง
ส่วนใครที่พลาดตอนอื่นๆของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดไป สามารถเข้าไปย้อนอ่านกันได้ที่ https://tonkit360.com/tag/101-เรื่องลึกไม่ลับ

































