เตรียมตัวต้อนรับ “Taxi OK” ปลอดภัย อุ่นใจ มีอะไรเพิ่มมาบ้าง?

คงเคยเห็นผ่านโซเชียลกันไปบ้างแล้วกับ “แท็กซี่พันธุ์ใหม่” แบบคูลๆ ที่ถูกยกระดับด้วยการเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวก และสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้โดยสาร โดยจะมีผลต่อแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นก่อนที่แท็กซี่จะทยอยเปลี่ยนแปลงนั้น เรามาทำความรู้จักกันดีกว่า ว่ามีอะไรเพิ่ม มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

ป้าย “ว่าง” สีเขียวสว่างสดใส

จากป้ายว่างสีแดงสู่ป้ายว่างสีเขียวสดใส มองเห็นง่ายไม่แพ้กัน ในจุดนี้ก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี เพราะบางทีเรายังแอบสับสนระหว่าง “ป้ายว่างสีแดง” กับ “ไฟเบรค” อยู่บ่อยๆ

GPS Tracking

เครื่องมือติดตามที่สามารถระบุตำแหน่งของรถและเชื่อมต่อกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถแท็กซี่ของกรมการขนส่งทางบก และสังกัดของแท็กซี่คันนั้นๆ แบบ Real-Time  ยังมีอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับแท็กซี่ และใบอนุญาตขับขี่ในรถอีกด้วย

เปลี่ยน! โป๊ะไฟบนหลังคาแบบใหม่

จากป้าย TAXI-METER แบบเดิม สู่ป้าย Taxi ที่มีคำว่า APP และ GPS ติดอยู่ด้วย ซึ่งน่าจะรองรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นได้มากขึ้นในอนาคต

แอปพลิเคชั่น “Taxi OK”

ของมันต้องมี! แอปพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ที่คนกรุงจะไม่ต้องประสบปัญหาเรียกแล้วไม่ไปอีกต่อไป ให้เราคิดภาพแบบเดียวกับการเรียกใช้ Grab หรือ Uber ที่เราจะเจอปัญหาการกดยกเลิกให้เห็นน้อยมาก (เมื่อเทียบกับการโบกแท็กซี่แบบปกติ) ซึ่งการเรียกผ่านแอปฯ Taxi OK จะมีค่าบริการเพิ่ม 20 บาทจากราคาค่าโดยสาร

หน้าตาแอปพลิเคชั่น Taxi OK ตอนนี้เริ่มมีพี่ๆ แท็กซี่ให้บริการเยอะขึ้นแล้ว!

แอบแว๊บไปดูรูปร่างของแอปฯ แล้วก็ถือว่าใช้ง่ายอยู่เหมือนกัน มีให้เลือกทั้งทั้งแท็กซี่ธรรมดา และแท็กซี่แบบ VIP ที่ว่ากันว่าคันใหญ่ หรูหรา นั่งสบาย

กล้องบันทึกภาพภายในรถแบบ Snap Shot

ให้ผู้โดยสารได้อุ่นใจเมื่อมีกล้องจับภาพนิ่งภายในรถ เผื่อเวลามีอะไรเกิดขึ้นก็สามารถใช้ภาพที่กล้องถ่ายไว้มาเป็นหลักฐานได้! สร้างความอุ่นใจให้ผู้โดยสารขึ้นอีกสเต็ป

ปุ่ม SOS ขอความช่วยเหลือแบบฉุกเฉิน

บางคนที่ได้ขึ้นรถแท็กซี่สายพันธุ์ใหม่นี้แล้วก็ถ่ายรูปมาลงด้วยความตื่นเต้น กับปุ่ม SOS สีแดงสะดุดตาที่มีไว้เพื่อกดปุ่มขอความช่วยเหลือเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ แต่ระวัง! กดเล่นๆ เพราะอยากลอง มีค่าปรับ!

แต่ก็ยังมีสิ่งที่เป็นช่องโหว่อยู่นะ..

คนที่ขึ้นแท็กซี่บ่อยๆ คงเคยประสบปัญหา “คนขับแท็กซี่ทอนเงินไม่ครบ” แทบจะทุกคน ซึ่งสิ่งที่เพิ่มและเปลี่ยนในแท็กซี่สายพันธุ์ใหม่นี้เท่าที่ดูก็ยังไม่มีข้อไหนที่ตอบโจทย์การทอนเงินให้ครบของคนขับแท็กซี่ได้ ถึงแม้จะได้รับการตรวจสอบมิเตอร์ที่ได้มาตรฐานขึ้นแล้ว แต่ว่าการทอนเงินนี่ขึ้นอยู่กับ “ใจ” คนขับล้วนๆ

สิ่งที่กรมการขนส่งทางบกได้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ถือเป็นไอเดียที่ดีเลยทีเดียว เพราะเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าไปขนาดนี้แล้ว เราก็ควรใช้มันให้เป็นประโยชน์และสร้างความสะดวกสบายได้มากขึ้น  แถมอุปกรณ์ต่างๆ ที่เพิ่มมาก็สร้างความอุ่นใจให้กับผู้โดยสารได้ไม่น้อย  ขนาดว่ายังไม่เคยได้ขึ้นก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ และการเปลี่ยนแปลงนี้ก็หวังว่าจะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่าง แท็กซี กับ Uber หรือ Grab เพราะตอนนี้จะเรียกว่า “เท่าเทียมกัน” แล้วก็ว่าได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook กรมการขนส่งทางบก