โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถือเป็นสนามที่ปลอดภัยมากครับ เพราะที่นี่จะมีหน่วยรักษาความปลอดภัย ผลัดเวรกันตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันทุกเวลา เพื่อป้องกันสนามแห่งนี้ เนื่องจากว่าสนามนั้นเป็นพื้นที่เปิด สามารถเดินเข้ามาได้ตลอด จึงจำเป็นจะต้องมีคนคอยดู คอยระวังอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งช่วงวันหยุดอย่างปีใหม่ หรือจะเป็นคริสต์มาสก็ตาม แต่การป้องกัน และการ์ดของสนามนั้นเขามาจากไหนกันบ้าง วันนี้ผมมีเกร็ดความรู้สั้นๆมาฝากกันครับ
มีห้องปฏิบัติการอยู่ในสนาม

ห้องนี้จะมีกล้อง CCTV ที่จะมองเห็นทุกจุดในสนาม เพื่อป้องกันเหตุต่างๆ ทั้งในช่วงวันแข่ง หรือนอกวันแข่ง เพราะผมเองก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วระหว่างทำทัวร์ นั่นคือเด็กจากสองโรงเรียนทะเลาะกัน มีเรื่องชกต่อยกัน แถมวันนั้นผมยังโดนเด็กจากโรงเรียนนี้ แซวว่าหน้าเหมือน “ชินจิ คากาวะ” ด้วย…ก็ขำๆนะ แต่การที่หน่วยรักษาความปลอดภัยมีระบบตรงนี้ ก็ช่วยให้คนที่ทำงานในสนาม นักเตะ แฟนๆทั้งทีมเหย้าและเยือนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นไปหลายเท่าเลย

อันที่ตลกคือ ผมเคยออกไปเดินเล่นแถวสนามตอนดึกๆ แล้วพอมีพวกนักท่องเที่ยวพยายามจะปีนขึ้นไปถ่ายภาพกับรูปปั้น ก็มีเสียงตามสายมาเลยครับ ว่าอย่าปีนเป็นอันขาด! แปลว่าแอบดูอยู่จริงๆ (อารมณ์เหมือนดู “เอเอฟ” อย่างงั้นแหละ แอบดูกัน 24 ชั่วโมงเลย) ส่วนที่ตั้งของห้องนั้น จะอยู่ตรงมุมสนามระหว่างอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกและฝั่ง Sir Bobby Charlton Stand เพราะเราจะเอาไว้ส่องดูพฤติกรรมของทีมเยือนครับ (ทีมเหย้าด้วยแหละ แต่ปกติทีมเยือนมักจะก่อปัญหา ยิ่งถ้าเป็นแฟนบอลจากตุรกีหรือรัสเซีย ต้องดูกันตาไม่กระพิบเลยครับ)

การ์ดสนาม
ส่วนการ์ดสนามนั้น ก็จะมีให้เห็นกันทุกสนามครับ โดยพวกเขาจะใส่เสื้อสีเรืองแสง จะส้มหรือเหลืองก็ตามสภาพอากาศ (เหมือนลูกฟุตบอลนั่นแหละ) โดยทางสโมสรนั้นจะมีการวัดระดับความเสี่ยงของเกมแต่ละนัด ถ้าเจอทีมเล็กๆ ก็ไม่จำเป็นจะต้องจ้างการ์ดเยอะเกินไป แต่ถ้าเป็นเกมระดับใหญ่ หรือที่ทางสโมสรเรียกว่า “High profile” ก็จะมีการเพิ่มจำนวนหน่อยรักษาความปลอดภัย ทั้งจากฝั่งกรมตำรวจของมณฑล เกรเตอร์ เมนเชสเตอร์ และที่สโมสรจ้างเองด้วย ยกตัวอย่างเช่นเกม “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” หรือ “เกมแดงเดือด” นั้นจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณ 1500 ได้เลย
การ์ดของนักเตะ เขามาจากไหนกัน และต่างจากการ์ดสนามอย่างไร?

การ์ดของนักเตะเนี่ย จะไม่เหมือนกันการ์ดในสนามนะครับ การ์ดในสนามจะเป็นคนที่ทำงานแบบ part-time ซะเป็นส่วนใหญ่ บางทีก็จะมีไกด์ทัวร์ที่จะมาเป็นการ์ดสนามด้วย ซึ่งจากที่ผมลองสังเกตดู การ์ดสนามนั้นจะมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในสนาม ซึ่งปกติก็จะไม่ค่อยมีอะไรมาก และคอยแนะนำทางให้กับผู้ชมว่า ที่นั่งตัวเองอยู่ตรงไหนเป็นต้น แต่พวกเขาถือเป็นคนสำคัญนะครับ เพราะถ้ามีแฟนบอลที่เมา หรือพยายามจะก่อความวุ่นวาย พวกเขาก็จะเป็นด่านแรกที่จะต้องจัดการ ก่อนที่จะมอบหน้าที่ต่อให้กับตำรวจที่ประจำอยู่ที่สนามในวันแข่ง
ส่วนการ์ดของนักเตะนั้น บางทีก็ไม่ใช่คนอังกฤษนะ เพราะการ์ดที่ผมเคยมีโอกาสได้คุยด้วย เขาเป็นคนโปแลนด์ เพราะเคยขึ้นเครื่องบินแล้วเจอกัน และเขาก็บอกผมว่า บางทีก็ต้องเดินทางไปกับนักเตะตลอด เช่นต้องไปทัวร์ปรีซีซั่นที่เอเชีย หรือแอฟริกาใต้ บางทีก็ไม่ได้พัก แต่เงินก็ค่อนข้างดี แถมยังได้วีซ่าอยู่ในอังกฤษที่มีทางสโมสรเป็นสปอนเซอร์ด้วยนะ ที่รู้ว่าเงินดีเนี่ย ก็เพราะว่าเขาเคยมาถามผมว่า ถ้าอยากจะมาประเทศไทย นายช่วยแนะนำโรงแรมระดับ 5 ดาวดีๆให้หน่อยสิ…เจอแบบนี้ผมก็ไปไม่เป็นเหมือนกันนะ
การ์ดเหล่านี้ จะมีทั้งพวกที่จะเดินทางไปกับทีม และของตัวนักเตะเอง ซึ่งทางสโมสรจะจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยเข้ามาจัดการตรงนี้ พวกเขาทำงานแบบมืออาชีพมาก ตัวใหญ่ น่ากลัว แต่ถ้าเข้าไปถามคำถาม หรือคุยอะไรเรื่อยเปี่อย ก็คุยดีครับ งานก็คืองาน เล่นก็คือเล่นครับ
เป็นไกด์ก็ต้อง “เทรนด์” นะ
ส่วนในหน้าที่ไกด์ เราก็ต้องรู้จักเรื่องความปลอดภัย และทางหนีที่ไล่พอประมาณครับ โดยก่อนที่จะได้เข้ามาทำงาน ส่วนตัวผมก็จะได้รับการฝึกฝน และเข้าคอร์สจากเจ้าหน้าที่ของสโมสร เรื่องทั้งการสังเกตเหตุการณ์ และการรายงานเหตุการณ์ต่างๆผ่านทางวิทยุสื่อสาร และยังได้รับการสอนเรื่องประตูหนีไฟ ทางหนีทีไล่ในสนามไว้ด้วยครับ (จะบอกเลยว่า สนามแห่งนี้…อย่างกับเขาวงกต) และต่อให้ฝึกฝนมาแล้ว สมัยตอนทำงานใหม่ๆ ผมยังเคยเดินหลงในสนามเลย และยังเคยโดนล็อกออกจากสนามด้วยจนโดนทั้งเจ้านายและเพื่อนๆแซวกันจนเข็ดเลยครับ แต่หลังๆก็ไม่มีแล้วนะ สบายใจได้
ทางไหน ทีไล่ มีครบ แม้แต่ทางให้รถดับเพลิงเข้าสนามก็ยังมี แต่อันนี้เดี๋ยวจะค่อยมาเล่ากันในตอนต่อไปนะครับ ติดตามกันได้เลย (รู้ทางหนีทีไล่แล้ว ก็อย่าไปแอบซ่อนในห้องน้ำเหมือนที่เคยมีข่าวนะ…)
“101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด คือ เรื่องที่เจาะลึกของสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้เป็นเวลากว่าปีครึ่ง โดยนำเสนอเป็นประจำทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ไปจนกว่าจะครบ 101 เรื่อง
ส่วนใครที่พลาดตอนอื่นๆของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดไป สามารถเข้าไปย้อนอ่านกันได้ที่ https://tonkit360.com/tag/101-เรื่องลึกไม่ลับ

































