เราอาจจะเคยได้ยินแฟนบอลบางส่วนกล่าวตำหนิสโมสร ว่าเป็นสโมสรนานาชาติและไม่ยอมเหลียวแลคนท้องถิ่นกันเลย จากประสบการณ์ของผมแล้ว ถ้าไม่มองเรื่องธุรกิจเป็นหลัก ก็ถือว่าแมนยูก็เป็นแหล่งหางานที่ดีที่หนึ่งสำหรับคนที่อยู่ในแถบเมืองแมนเชสเตอร์เลยนะ เพราะมักจะมีการเปิดรับสมัคร หาเจ้าหน้าที่ part-time เพิ่มอยู่ตลอด นับว่าเป็นรายได้เสริมที่ดีทางหนี่งเลย และสำหรับคนที่วางแผนจะไปเรียน นอกจากจะเป็นประสบการณ์ระดับโลกที่หากันได้ไม่ง่ายแล้ว ยังช่วยให้คุณฝึกภาษาอังกฤษ และการใช้ชีวิตแบบ “คนทำงาน” ไปด้วย
แต่ละเกม มีคนทำงานเยอะขนาดไหน?

ในเกมนัดนึง จะมีเจ้าหน้าที่เช่นการ์ดสนาม เด็กเสิร์ฟ ทั้งในห้องวีไอพีและตามบาร์รอบสนาม เจ้าหน้าที่รอบนอกที่จะคอยแนะนำทางให้กับแฟนๆ รวมแล้วจะมีถึง 3500 คนด้วยกัน นับว่ามีงานมาให้สมัครกันตลอดแน่นอน ถ้าเป็นวันทำงานปกติที่ไม่มีแข่ง ก็จะมีเจ้าหน้าที่ทำงานในสนามอย่างน้อย 600-700 คน แถมงานที่นี่เขาค่อนข้างจะสบายๆ หากเราเป็นนักเรียน เราก็สามารถจะเลือกวันทำงานตามใจเราได้เลย เพราะเขาจะขอตารางวันของเราทุกเดือน เพื่อจัดคิวงานให้ หากเราติดสอบ มีงานที่มหาลัยส่ง หรืออยากจะไปเที่ยวไหน เราก็ขีดกำกับแต่ละวันไปได้สบายๆ ถือว่ายืดหยุ่นมาก เพราะเขาจะจ่ายเป็นชั่วโมง จึงไม่ค่อยส่งผลเท่าไหร่นัก แต่อย่าหายไปนานล่ะ หายไปนาน แล้วเขาอาจจะไม่เรียกกลับมาทำอีก โดยถ้าผมกลับไทย ผมก็จะแจ้งสโมสรไว้ และอีเมลหาเป็นครั้งคราว ไม่ให้เขาลืมว่าเรายังอยู่นะ และพอกลับไปถึงอังกฤษก็รีบแจ้งเลยว่าพร้อมทำงานละ
โดยปกติสำหรับผมแล้ว ก็จะเลือกทำงานอาทิตย์ละ 2-3 วัน และเรียนวันละ 3-4 วัน เพื่อให้เหลือหนึ่งวันไว้สำหรับพักผ่อน แต่หากมีอาทิตย์ไหนที่ผมว่าง หรือสโมสรขอให้เข้ามารับสปอนเซอร์ ผมก็มักจะตอบตกลงหากไม่มีธุระอื่นจริง ต้องรู้จักแบ่งเวลาการเรียน เล่น เที่ยว และทำงานครับ ให้มันพอดีๆ เพระาบางทีตารางเรียนก็มีปรับไปตามสัปดาห์ครับ ก็แค่โทรแจ้งสโมสร (แต่ที่แมนฯยูเนี่ย ชอบใช้ Voicemail กันจัง อันนี้ก็แปลกไปอีก)
เขามีรับสมัครกันเยอะนะ เหมือนอยากได้คนมาทำด้วยซ้ำ

แต่เรื่องที่อาจจะเซอร์ไพรส์ใครหลายๆคน คือเรื่องที่ว่า การทำงานกับสโมสรฟุตบอลในอังกฤษนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แต่ขอเน้นว่าอันนี้ผมหมายถึงแค่ตำแหน่งอย่างพวกไกด์ทัวร์ การ์ดสนาม หรือพนักงานในช็อปต่างๆนะครับ ตำแหน่งการทำงานแบบเต็มเวลาเนี่ย หายากมาก เพราะไม่ใช่แค่ตำแหน่งน้อย แต่เรื่องของเวิร์คเพอร์มิต และวีซ่าถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และใหญ่มาก ซึ่งสโมสรต่างๆเขาก็ไม่อยากจะเข้ามาลงทุนในสิ่งที่ไม่จำเป็น (ถ้าเป็นคนที่ต้องขอเวิร์คเพอร์มิต ทางสโมสรจะต้องยอมเป็นผู้สนับสนุนให้…ซึ่งรายละเอียดเรื่องตรงนี้ค่อนข้างซับซ้อนและยืดยาวมาก)

ส่วนตัวผมแล้ว ผมก็รู้จักนักเรียน ทั้งไทย (เพื่อนสมัยตั้งแต่เด็กของผมเลยล่ะ) และอังกฤษ รวมถึงชาติอื่นๆมากมายหลายคนที่ทำงานร่วมกับสโมสรฟุตบอล ทั้งที่แมนฯยู, เชลซี, แมนฯซิตี้, เวสต์ แฮม, คริสตัล พาเลส, และ สเปอร์ส เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากจะทำงานที่อังกฤษในเวลาว่าง บอกเลยว่าการหางานเหล่าน้ีไม่ยากเกินไปหรอก แค่ต้องรวบรวมความกล้า เขียนใบสมัคร เรียนรู้เรื่องสโมสรสักหน่อย แล้วก็ไปสอบสัมภาษณ์ครับ แต่อย่าลืมตรวจให้ดีว่า วีซ่าที่มีนั้นทำงานได้หรือเปล่า และทำได้กี่ชั่วโมงด้วย เรื่องนี้เขาซีเรียสมากนะครับ ส่วนถ้าไปทำแล้วก็ต้องทำเต็มที่ อย่าลืมว่านี่คือองกรณ์ระดับโลกเลยนะครับ ถ้าเขาอยากจะไล่ใครออก เขาก็ทำได้เลย เพราะมีคนมากมายที่อยากจะมาสมัครงานนี้อยู่แล้ว อันนี้ผมพูดจากประสบการณ์ส่วนตัวเลย เพราะเคยเห็นมากับตาแล้ว
ถ้าใครมีโอกาสไปเรียน และอยากจะหางานทำกับสโมสรต่างๆ ผมขอเป็นกำลังใจให้ และผมเชื่อว่าประสบการณ์ทำงานกับสโมสรแบบนี้ คุณจะจำไปไม่มีวันลืมเลย
“101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด คือ เรื่องที่เจาะลึกของสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้เป็นเวลากว่าปีครึ่ง โดยนำเสนอเป็นประจำทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ไปจนกว่าจะครบ 101 เรื่อง
ส่วนใครที่พลาดตอนอื่นๆของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดไป สามารถเข้าไปย้อนอ่านกันได้ที่ https://tonkit360.com/tag/101-เรื่องลึกไม่ลับ

































