ไหนๆก็จะวันเด็กกันแล้ว Tonkit360 จะขอนำเสนอหนังหลายๆเรื่อง ที่ทั้งสนุก เหมาะกับการนั่งดูกับเด็กๆ หรือลูกๆที่บ้าน แถมบางเรื่องยังมีเนื้อหาสอนใจดีๆ หรือข้อคิดที่น่านำไปใช้ในชีวิตด้วยนะ ถ้าอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ก็ตามมาดูกันเลย!
Home Alone (1990)
เรียกได้ว่าเป็นหนังที่ดูเมื่อไหร่ก็สนุกตลอด หนังเรื่องนี้ที่มีชื่อภาษาไทยว่า “โดดเดี่ยวผู้น่ารัก” นั้นเป็นหนังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับเด็กน้อยเควิน (เล่นโดยแม็คคัลลี่ คัลกิน) ที่โดนพ่อ-แม่ทิ้งไว้ทีบ้านด้วยความบังเอิญ (เอ่อ แต่บังเอิญแบบนี้มาหลายภาคแล้วนะ) ความเป็นอิสระของเขานั้นจะเป็นอย่างไร และจะฮาแค่ไหน ขอรับประกันเลยว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเป็น “หนังครอบครัว” ที่เอามาดูแล้วคงสนุกกันทั้งบ้านแน่นอน
แถมมีบทเรียนด้วยนะ ว่าถ้าจะไปเที่ยวไหน ก็อย่า “ลืม” ลูกตัวเองด้วยล่ะ และถ้าชอบภาคแรก ก็ต้องดูภาค 2 กันต่อเลย เด็ดไม่แพ้กัน
Toy Story (1995)
ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ สำหรับหนังอนิเมชั่นเกี่ยวกับ “ของเล่น” ที่มีชีวิตเรื่องนี้ ซึ่งเนื้อหาเรื่องก็คือการตามติดชีวิตของ “ของเล่น” ของเด็กน้อยนาม “แอนดี้” ที่มีทั้งตุ๊กตาคาวบอย (ให้เสียงโดย ทอม แฮงค์ส) และไดโนเสาร์ และอื่นๆอีกมากมายจนนับไม่ถ้วย แต่แล้วพวกเขาก็ต้องพบกับของเล่นชิ้นใหม่ (ให้เสียงโดย ทิม อัลเลน) ที่อาจจะยังไม่ทราบว่า “ตัวเองคือของเล่น”
เรื่องนี้เป็นหนังที่สนุกมาก แถมมีหลายภาคด้วย เราขอแนะนำให้ดูภาคแรกกันก่อน แล้วก็ไล่ดูภาค 2 และ 3 ตามกัน รับรองว่าถูกใจทุกคนแน่นอน
The Parent Trap (1998)
อันนี้ถือเป็นหนังสนุกๆ เกี่ยวกับฝาแฝด 2 คน (เล่นโดยลินด์ซีย์ โลแฮน) ที่ต้องแยกกันอยู่เพราะพ่อ-แม่หย่ากัน แต่ทั้งสองคนนี้กลับได้เจอกันระหว่างไปเข้าค่ายช่วงหน้าร้อน เลยวางแผนว่าจะ “สลับตัว” แกล้งพ่อแม่กัน เพราะคนหนึ่งต้องอยู่กับพ่อ และอีกคนอยู่กับแม่ นอกจากจะดูว่าพวกเขาจะแยกฝาแฝดทั้งสองนี้ออกหรือไม่ เด็กน้อยทั้งสองก็อยากจะให้พ่อ-แม่ของเขากลับมาคืนดีด้วยกัน แผนนี้จะสำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่ดูก็ไม่รู้แน่นอน Tonkit360 ขอการันตีว่า เรื่องนี้สนุกแน่นอน
Finding Nemo (2003)
เป็นหนังฮิตของเด็กอีกหนึ่งเรื่องเลยก็ว่าได้ ซึ่งนอกจากจะมีเนื้อเรื่องที่สนุกแล้ว สาระความรู้ก็มีนะ โดยเรื่องจะเล่าเกี่ยวพ่อและแม่ปลาอย่าง “มาร์ลิน” (ให้เสียงโดยอัลเบิร์ต บรุ๊คส์) และ “ดอรี่” (ให้เสียงโดย เอ็ลเลน ดิเจนเนอเรส) ที่ตามหาลูกปลาของพวกเขาอย่าง “นีโม่” (อเล็กซานเดอร์ โกลด์) จนสุดท้ายแล้วมีคติสอนใจว่า คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องเข้าใจว่า คงไม่สามารถตามปกป้องลูกตัวเองได้ตลอด และต้องเชื่อใจให้ลูก “ป้องกัน” ตัวเองได้ รวมถึงเรื่องที่ว่า เด็กอาจจะต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด เพื่อเป็นบทเรียนไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก
School of Rock (2003)
ความเชื่อที่ว่า “ผู้ใหญ่เก่งกว่าเด็ก” นั้นน่าจะถูกท้าทายด้วยหนังเรื่องนี้ เพราะนี่คือหนังที่มีแต่ “ดาราเด็ก” ยกแก๊ง โดยจะเล่าเรื่องราวของนักเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ได้ “ครูชดเชย” (แสดงโดยแจ็ค แบล็ค) มาสอน แต่เขาคนนี้ไม่ใช่ “ครู” นะ แต่เป็น “ร็อกเกอร์” ผู้ไม่เอาอ่าวในชีวิตเลย จุดจบและ ความฮาของหนังเรื่องนี้จะขนาดไหน ก็ต้องลองไปหาชมกัน แต่ถ้าหนังไม่ดีจริง ก็คงไม่มีใครเอาไปทำเป็นละครเพลงหรอกนะ
แต่ประโยคที่เราจะฝากกับหนังเรื่องนี้ ก็คือประโยคที่ตัวละครหลักไปแย่ง (แย่งอะไรมา ก็อย่าลืมให้เครดิตกันด้วยล่ะ) มาจากเนื้อเพลงของวิทนีย์ ฮิวส์ตันมา ก็คือ “เด็กคืออนาคตของพวกเรา เราต้องสอนเขาให้เขานำพาเราไป”
Wreck-It Ralph (2012)
หนังการ์ตูนสนุกๆ กราฟิคสวยๆเรื่องนี้ นอกจากเราจะได้ชมตัวการ์ตูนดังๆ ไม่ว่าจะเป็น บาวเซอร์, โซนิก, หรือขนมต่างๆเช่น โอรีโอ (อันนี้ฮามาก แต่มาเร็วมาก จับตาดูให้ดี) แล้ว เรื่องราวของหนังเรื่องนี้ก็สอนให้เรา หรือเด็กๆได้เข้าใจว่า เราไม่ควรจะตัดสินคนจากภายนอก เช่นตัวละครหลักอย่างราล์ฟ (ให้เสียงโดย จอห์น ซี ไรล์ลีย์) เป็นต้น แม้ว่าในเกมเขาอาจจะต้องเล่นบทตัวร้าย แต่ในโลกจริงนั้นเขาก็เป็นคนที่มีจิตใจดี ดีกว่าตัวละครหลักบางตัวอีก (บอกแค่นี้แหละ) ถ้าอยากจะรู้ว่าเรื่องราวของราล์ฟ และโลกของร้านเกมนั้นเป็นอย่างไร Tonkit360 ขอแนะนำให้ไปหาหนังเรื่องนี้ดูกัน
ฝากไว้ด้วยนะว่า Ralph Breaks the Internet: Wreck it Ralph 2 นั้นก็มีกำหนดฉายปีนี้ในช่วงพฤศจิกายนนี้ ดูภาคแรกไปก่อน แล้วรอภาคสองก็ได้นะ






























