รวม 5 หนังฮิตต้องดูใน “วันฮัลโลวีน”

เทศกาลวันฮัลโลวีน หรือวันปล่อยผี ที่จะเฉลิมฉลองกันในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ในหลายๆประเทศจากตำนานที่เชื่อว่าเป็นวันที่มิติคนตายและคนเป็นจะเชื่อมโยงกัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไป วันฮัลโลวีนก็เป็นเพียงการแต่งตัวเป็นภูติผีหรือชุดแฟนซีต่างๆ พร้อมการมีฟักทองแกะสลักหน้าตาแปลกๆ เป็นโคมไฟตกแต่งตามบ้านและสถานที่ต่างๆ

ไปจนถึงการเล่น Trick or Treat (หลอกหรือเลี้ยง) กิจกรรมที่เด็กๆจะไปร้องขอ “ขนมสำหรับวิญญาณ” โดยเชื่อว่ายิ่งได้ขนมมากเท่าไหร่ วิญญาณผู้บริจาคก็จะได้รับผลบุญทำให้มีโอกาสขึ้นสวรรค์ได้มากเท่านั้น

Tonkit 360 ก็ไม่พลาดที่จะจัดเตรียมหนังน่าดูสำหรับคืนวันอัลโลวีน

 1.ชัตเตอร์กดติดวิญญาณ

ภาพจาก : http://gth.co.th/category/films-and-series/

ภาพยนตร์แนวลึกลับกระตุกขวัญ เข้าฉายในปี 2547 กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล และ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ

“ที่เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ธรรม์ (อนันดา เอเวอริ่งแฮม) ช่างภาพหนุ่มวัย 25 ปี กับ เจน (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) แฟนสาวของเขาขับรถชนร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเต็มแรง เมื่อตั้งสติได้ ธรรม์ตัดสินใจบอกให้เจนขับหนีจากที่เกิดเหตุ หลังจากเหตุการณ์นั้นทำให้เกิดเรื่องราวประหลาดๆขึ้น”

นำแสดงโดยนักแสดงมากฝีมือ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม , ณัฐฐาวีรนุช ทองมี และ อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์ และสามารถทำรายได้ถึง 107.1 ล้านบาท

Tonkit360 : ให้คะแนน 8/10

2.ลัดดาแลนด์

ภาพจาก : http://gth.co.th/category/films-and-series/

ภาพยนตร์สยองขวัญสัญชาติไทย เข้าฉายในปี 2554 กำกับโดย โสภณ ศักดาพิศิษฏ์

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวที่เพิ่งจะเข้าไปอาศัยในหมู่บ้านจัดสรรในจังหวัดเชียงใหม่ชื่อว่า “ลัดดาแลนด์” และในช่วงที่เพิ่งย้ายเข้าไปนั่นเองก็เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นในหมู่บ้าน และได้เกิดเหตุการณ์หลอนๆ ขึ้นเพราะวิญญาณของสาวพม่าที่โดนฆ่าตายทำให้คนในหมู่บ้านต่างประกาศขายและพากันย้ายออกเพราะทนความเฮี้ยนไม่ไหว แต่ “ธีร์” หัวหน้าครอบครัวที่มีปัญหาทางด้านการเงินจนไม่สามารถย้ายออกได้ ทำให้ตัวเองและครอบครัวต้องเจอเรื่องราวสยองขวัญแบบคาดไม่ถึงตามมาหลอกหลอนไม่รู้จบ!

คุณค่าของภาพยนต์เรื่องนี้คือไม่ได้ให้ผู้ชมแค่ความน่ากลัวขนหัวลุกเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวซาบซึ้งในแง่มุมของครอบครัวให้ได้ปาดน้ำตากันอีกด้วย ซึ่ง “ก้อง สหรัถ” และ “ป๊อก ปิยธิดา” ก็ทำผลงานไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ลัดดาแลนด์ทำรายได้ไปถึง 117 ล้านบาท

Tonkit360 : ให้คะแนน 7/10

3.Scream (หวีดสุดขีด)

ภาพจาก : http://www.imdb.com/

ภาพยนตร์ฆาตกรรมต่อเนื่องวัยรุ่น เข้าฉายในปี พ.ศ. 2539 กำกับโดย เวส คราเวน

“เรื่องราวฆาตกรใส่หน้ากากฆ่าวัยรุ่นไปสองคน ทำให้เมืองวู๊ดส์เบอโรว์ตกอยู่ในความหวาดผวา เพราะฆาตกรอาจเป็นใครก็ได้ แล้วมันยังลงมือซ้ำอีก แต่ครั้งนี้เหยื่อสามารถรอดชีวิตได้ และเหยื่อคนนั้นก็คือ ซิดนี่ย์ เพรสค็อตต์ สาวน้อยที่เมื่อปีก่อนเธอเพิ่งเสียแม่ไป เนื่องจากแม่ของเธอถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม”

นำแสดงโดย ดรูว ไบรธ์ แบร์รี่มอร์ (เคสซี่ย์), เนฟ แคมป์เบิล (ซิดนีย์), สกีต อุลริช (บิลลี่), แมทธิว ลิลลาร์ด (สตู), โรส แม็กโกแวน(ทาทั่ม)

จากความสำเร็จของ Scream ทำให้ภาคต่อตามมาอีก 4 ภาค  สามารถทำรายได้ถึงประมาณ 173ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Tonkit360 : ให้คะแนน 8/10

4. A Nightmare on Elm Street (Freddy Krueger นิ้วเขมือบ)

ภาพจาก : http://www.imdb.com/

ภาพยนตร์แนวเชือดอารมณ์กระตุกขวัญ เข้าฉายใน พ.ศ.2527 กำกับโดย  เวส คราเวน

“กับเรื่องราวของวัยรุ่น 4 คนอันประกอบไปด้วย แนนซี ทอมพ์สัน , ทีน่า เกรย์ , เกลน แลนท์ซ และ ร๊อด เลน ที่เริ่มฝันร้ายถึงชายแปลกหน้าผู้มีกรงเล็บเหล็กใส่เสื้อลายทางสีแดง-เขียว นามว่าเฟรดดี้ ครูเกอร์ เฟรดดี้สามารถฆ่าคนได้ในฝัน และมันได้ฆ่าพวกเขาไปทีละคน ทำให้แนนซี่ต้องหาทางลุกขึ้นมาต่อกรกับมันเอง เพราะไม่มีใครเชื่อว่ามันมีอยู่จริง แล้วใครล่ะจะหยุดมันได้”

จากภาคแรกทำให้มีภาคต่อมาถึง 6 ภาคเลยทีเดียว  นำแสดงโดย โรเบิร์ต อิงก์ลันด์(เฟรดดี้ ครูเกอร์),จอห์นนี่ เดปป์(เกล็น แลนซ์),เฮเทอร์ แลงเจกนแคมป์(แนนซี่ ทอมพ์สัน) สามารถทำรายได้ถึง  115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Tonkit360 : ให้คะแนน 8/10 

5.Paranormal Activity (เรียลลิตี้ ขนหัวลุก)

ภาพจาก : http://www.imdb.com/

ภาพยนตร์เรียลลิตี้ขนหัวลุกสยองขวัญสัญชาติอเมริกัน เข้าฉายในปี พ.ศ. 2550 กำกับและเขียนบทโดย ออเร็น เพลี่ 

“โดยในเรื่องนี้ต้องการจะนำเสนอว่า แม้แต่กิจกรรมธรรมดา เช่น การนอนหลับในบ้านพักส่วนตัว ก็มีเรื่องน่าสยองขวัญเกิดขึ้นได้ ซึ่งมีจำนวน 5 ภาค แต่ละภาคตัวละครมีความเชื่อมโยงต่างกันไป”

หนังใช้ทุนสร้างเพียง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น แต่สามารถทำรายได้ถึง 193 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Tonkit360 : ให้คะแนน 6/10 

 

Tip : ถ้าหากสาวๆหนุ่มๆที่อยากดูแต่ไม่กล้าดูคนเดียวก็อย่าลืมชวนคนรู้ใจมาให้ซบไหล่เผื่อจะได้คลายความกลัวลงไปได้บ้าง  #ดูอย่างไรไม่ให้เสียเที่ยว  คริคริ..