Home Inspiration My Dear มีเดีย “AI Slop” ขยะบนแพลตฟอร์ม

“AI Slop” ขยะบนแพลตฟอร์ม

ช่วงนี้ผู้ที่ใช้ Facebook หรือ Instagram รู้สึกกันบ้างไหมคะว่าบนหน้าฟีดของคุณ เนื้อหาหรือข่าวที่ใช้ AI เขียนหรือภาพและคลิปสั้นที่ถูกสร้างขึ้นด้วย AI จะปรากฏจากหน้าฟีดของคุณน้อยลง หรือคนที่เข้าไปเช็กประวัติการทำงานของตนเองใน LinkedIn จะเห็นเนื้อหาประเภทสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นภาษาของ AI ลดน้อยลง

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะบรรดาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเริ่มตระหนักถึงเนื้อหาขยะหรือที่เรียกว่า “AI Slop” คือคอนเทนต์ที่ถูกสร้างแบบรวดเร็ว ซ้ำรูปแบบ และไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้ ซึ่งล้วนเป็นการผลิตจากจาก AI ซึ่งเนื้อหาในลักษณะดังกล่าวได้เข้ามาทำลายระบบนิเวศและความน่าเชื่อถือบนแพลตฟอร์ม

ซึ่งการตอบโต้จาก Facebook และ Instagram ต่อ AI Slop คือการใช้กฎการเปิดเผย AI Content อย่างเข้มงวด โดยภาพ เสียง หรือวิดีโอที่สร้างหรือดัดแปลงอย่างสมจริงด้วย AI จะต้องติดป้ายกำกับ เช่น “AI Info” นอกจากนี้ อัลกอริทึมของ Meta ยังเริ่มลดการมองเห็นของคอนเทนต์ที่ไม่มีความเป็นต้นฉบับ เป็นลักษณะ copy-paste หรือสร้างจำนวนมากด้วย AI แบบ mass production เพจที่ใช้ AI ปั่นคอนเทนต์โดยไม่มีคุณค่าเพิ่มเติม มีแนวโน้มถูกลด Reach อย่างหนักเช่นกัน

ขณะที่แพลฟอร์มสำหรับคนทำงานอย่าง LinkedIn เมื่อวันพุธที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ลอร่า ลอเรนเซตติ VP Global ฝ่ายเนื้อหาของ LinkedIn ได้ออกมาเปิดเผยมาตรการของแพลตฟอร์มที่จะลดการมองเห็นคอนเทนต์ที่ถูกมองว่าเป็น AI-generated content ซึ่งไม่มีมุมมองหรือประสบการณ์จริงจากผู้ใช้งาน โดยเฉพาะโพสต์แนวสร้างแรงบันดาลใจ, แนวคิดผู้นำ หรือคอมเมนต์ที่ดูเหมือนสร้างแบบอัตโนมัติและซ้ำ ๆ กัน

ซึ่งแนวคิดดังกล่าว ลอร่า ได้อธิบายว่า LinkedIn ไม่ได้แบนการใช้ AI-generated text โดยตรง แต่ต้องการเตือนผู้ใช้งานว่า การใช้ AI ทำงานมากเกินไป อาจทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ใช้งาน LinkedIn และแนะนำให้ผู้ใช้แก้ไขและเติมมุมมองส่วนตัวลงไปในเนื้อหาที่ AI ช่วยร่าง รวมถึงควรเปิดเผยอย่างชัดเจนหากคอนเทนต์ถูกสร้างด้วย AI ทั้งหมด เพราะหากโพสต์มีลักษณะ robotic หรือ generic มากเกินไป Reach อาจลดลงอย่างมาก

จะเห็นว่าแพลตฟอร์มในโซเชียลมีเดียไม่ได้ห้ามใช้ AI แต่ต้องการให้เหล่า Content Creator ทั้งหลายใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำงานมากกว่าจะให้ AI ทำงานให้ทั้งหมด และเหนืออื่นใด ทำให้เราได้เห็นว่าคอนเทนต์ที่ระบบจะให้ความสำคัญมากขึ้นในอนาคตคือเนื้อหาที่เกิดจากประสบการณ์จริง เป็นมุมมองเฉพาะตัว และมีความเป็นมนุษย์ มากกว่าคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้นแบบอัตโนมัติเพื่อหวัง Engagement เพียงอย่างเดียว

มาถึงบรรทัดนี้ คงพอเห็นภาพกันชัดขึ้นแล้วนะคะว่าทำไมช่วงนี้ เนื้อหาบนฟีดที่เมื่อก่อนเต็มไปด้วยภาษา AI หรือภาพที่ถูกสร้างโดย AI ถึงหายไปจากหน้าฟีด และระบบได้ดันเอาเนื้อหาที่ทำมาจากคนจริง ๆ ขึ้นมาแทน… แต่ประมาทไม่ได้นะคะ เพราะเนื้อหาที่สร้างจากประสบการณ์จริงนั้น อาจเป็นคลิปสั้นที่มีสคริปต์และมีการถ่ายทำตัดต่อระดับโปร โดยมีตัวแสดงเป็นคนสู้ชีวิต ที่คุณอาจรู้สึกสงสารจนกดสั่งของที่เขานำมาขาย หรือเข้าไปซื้อของในตะกร้าที่เขาปักเอาไว้ก็ได้ค่ะ เพราะการตลาดยุคนี้ จริงคือลวง ลวงคือจริง ส่งผลให้ภาพลวงตาเต็มสื่อและโซเชียลไปหมด

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ