หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่บอกกับเราว่า “ฤดูร้อน” ในเมืองไทยนั้นไม่ธรรมดา คืออุณหภูมิของน้ำประปาจากก๊อกในตอนกลางวัน ตั้งแต่ช่วงสาย ๆ ไปจนถึงบ่ายแก่ ๆ ใครที่เคยประสบชะตากรรมนี้ จะต้องมีสะดุ้งจนกรีดร้องกันแน่ ๆ ทันทีที่น้ำสัมผัสกับผิวหนัง เพราะน้ำที่ไหลออกมานั้น บางช่วงร้อนชนิดที่รู้สึกว่ามันลวกผิวจนปวดแสบปวดร้อนไปหมด นั่นทำให้บางคนคิดมุกตลกว่าน้ำประปามันร้อนขนาดที่ชงกาแฟได้ บางคนถึงขนาดจะไปรองน้ำก๊อกมาต้มมาม่ากินซะแล้วด้วยซ้ำ หรือบางคนทนไม่ไหว คิดมุกขอความช่วยเหลือจากชาวเน็ตด้วยกัน ว่าโปรฯ น้ำอุ่น (ร้อน/เดือด) ฟรีจากท่อประปาที่บ้าน สามารถแจ้งขอยกเลิกได้ที่ไหน?
อย่างไรก็ตาม โปรฯ น้ำอุ่นจากท่อประปานั้น ไม่ใช่บริการของการประปา แต่เป็นบริการจากแสงแดด! หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเรากำลังใช้ “เครื่องทำน้ำอุ่นพลังงานแสงอาทิตย์” กันอยู่นั่นเอง!
แต่เชื่อว่าหลายคนทราบดีอยู่แล้วว่าน้ำร้อน ๆ ที่ไหลออกมาจากก๊อกน้ำหรือฝักบัวในตอนกลางวันนั้นเป็นผลจากสภาพแวดล้อม มันเกิดจากการที่ท่อน้ำประปาหรือถังพักน้ำของหอพัก/คอนโด ถูกแสงแดดแผดเผาช่วงกลางวันนานหลายชั่วโมงจนน้ำข้างในร้อน จึงมีคนที่คิดมุกขบขันขึ้นมาประชดประชันแดดที่แรงและร้อนจนน้ำค้างในท่อร้อนตามชนิดที่เปิดออกมาแทบลวกผิวหนังจนสุกมากกว่า ที่สำคัญ อีกเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ก็คือ ท่อ PVC สีฟ้าเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสะสมความร้อนเมื่อสัมผัสแดดโดยตรง! แต่ที่ต้องเป็นสีฟ้า ก็เพราะในประเทศไทยกำหนดสีท่อสีฟ้าไว้เพื่อให้แยกแยะได้ง่าย ว่านี่เป็น “ท่อน้ำดื่ม/น้ำใช้” ตามมาตรฐาน มอก.17 เพื่อความปลอดภัย ไม่ให้สับสนกับท่อร้อยสายไฟ (สีเหลือง/ขาว) หรือท่อน้ำทิ้ง (สีเทา) ทว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สีมาตรฐานนี้ดันไปถูกใจรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์เข้าพอดี!
วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว ทำไมน้ำถึงร้อนได้ขนาดนั้น!
ในเชิงวิทยาศาสตร์ การที่น้ำประปาที่ร้อนจัดเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่ทำงานร่วมกัน
1. การแผ่รังสีความร้อน เมื่อแสงแดดกระทบกับท่อ PVC หรือถังพักน้ำโดยตรง
2. การนำความร้อน ตัววัสดุท่อ (โดยเฉพาะท่อ PVC สีฟ้าที่โดนแดดโดยตรง จะทำหน้าที่คล้าย “เครื่องทำน้ำอุ่น”) หรือวัสดุถังพักน้ำจะดูดซับความร้อนและส่งผ่านไปยังน้ำที่หยุดนิ่งอยู่ในท่อหรือถัง ซึ่งสีฟ้าของท่อนั้นดูดกลืนความร้อนได้ดี โดยมีคำอธิบายที่น่าสนใจอยู่ 3 ส่วนหลัก ๆ
- ค่าการดูดกลืนรังสีดวงอาทิตย์ ในทางฟิสิกส์ สีที่เราเห็นเกิดจากการที่วัตถุนั้นสะท้อนแสงสีนั้นออกมาและดูดกลืนสีอื่น ๆ ในสเปกตรัมไว้ ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่าง สีฟ้า กับ สีขาว สีขาวจะสะท้อนรังสีจากดวงอาทิตย์กลับออกไปได้มากกว่า ในขณะที่สีฟ้าที่มีความเข้มแบบท่อประปาไทย จะดูดกลืนพลังงานแสงอาทิตย์ไว้มากกว่าสีขาวอย่างชัดเจน ทำให้พลังงานส่วนหนึ่งถูกแปลงเป็นความร้อนและสะสมอยู่ในเนื้อพลาสติก มากกว่าจะสะท้อนออกไป
- พลังงานอินฟราเรด แสงแดดประกอบด้วยรังสีหลายชนิด แต่ตัวการที่ทำให้เรารู้สึกร้อน คือ รังสีอินฟราเรด (IR) ซึ่งท่อ PVC สีฟ้าไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติสะท้อนรังสีอินฟราเรดทิ้งไปเหมือนสีทาบ้านรุ่นใหม่ ๆ เมื่อท่อ PVC โดนแดดจัด ๆ พลังงานความร้อนจะแทรกซึมผ่านผนังท่อที่มีความหนาเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เข้าสู่โมเลกุลของน้ำที่อยู่ข้างในได้อย่างรวดเร็วตามกฎการนำความร้อน
- คุณสมบัติทางเคมีของเม็ดสี เม็ดสีที่ใช้ผสมในท่อ PVC สีฟ้า ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม Phthalocyanine Blue ซึ่งมีความสามารถในการทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี แต่ในแง่ของอุณหภูมิ มันไม่มีคุณสมบัติในการระบายความร้อนออกสู่บรรยากาศได้เร็วพอเมื่อเทียบกับปริมาณความร้อนที่รับเข้ามาตลอดทั้งวัน
3. น้ำที่ค้างอยู่ในท่อ ท่อ PVC ไม่ใช่ผู้ร้าย แต่น้ำที่ “ค้างนิ่ง” ต่างหากคือตัวแปรสำคัญ ปกติแล้ว ท่อ PVC มีค่าการนำความร้อนค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อมันมีพื้นที่ผิวสัมผัสกับแสงแดดเป็นแนวยาวตลอดทั้งวัน ทำให้น้ำที่ค้างอยู่ในท่อมีพื้นที่ผิวสัมผัสแดดมากตามไปด้วย และจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามสมการ Q = mcΔT ซึ่งแดดช่วงกลางวันของเมืองไทยก็ให้พลังงานความร้อนสูง ส่งผลให้น้ำในท่อ PVC หรือถังพักน้ำที่ตากแดดจัด ๆ ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ในกรุงเทพฯ นั้น จะมีอุณหภูมิประมาณ 40-45°C ซึ่งเป็นอุณหภูมิปกติของท่อที่โดนแดดเลียมานานหลายชั่วโมง อุณหภูมิประมาณนี้อาจจะร้อนกว่าน้ำในสระว่ายน้ำนิดหน่อย อย่างไรก็ดี น้ำที่เราเปิดใช้อาจมีอุณหภูมิสูงได้ถึง 50-55°C เลยก็ได้ ในกรณีที่ใช้ท่อสีเข้มหรือถังเหล็กโดนแดดจัด ๆ ต่อเนื่องแบบไม่มีอะไรกันแดด อุณหภูมิขนาดนี้มันร้อนเกินกว่าที่ผิวหนังมนุษย์จะสัมผัสได้โดยตรงอย่างปลอดภัย
สรุปง่าย ๆ คือ ท่อ + แดด + เวลา = เครื่องทำน้ำอุ่น (ร้อน) แบบไม่ต้องเสียค่าไฟ!
มิติด้านคุณภาพน้ำร้อนจากก๊อกหรือฝักบัว ต่อสุขภาพและสุขอนามัย
น้ำที่ร้อนเกินไปจากท่อประปาไม่ได้แค่ลวกผิว แต่มีผลกระทบที่ลึกกว่านั้น
- การระเหยของคลอรีน
ในน้ำประปามีคลอรีน ซึ่งถูกเติมไว้เพื่อฆ่าเชื้อโรคและรักษาความสะอาดของน้ำตลอดเส้นทางการจ่ายน้ำ โดยทั่วไปคลอรีนจะระเหยอยู่ตลอดเวลาแม้ในอุณหภูมิห้องปกติ (25-30°C) ทว่าความเร็วในการระเหยจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงบ่าย ๆ ที่อุณหภูมิของน้ำอาจสูงได้ถึง 40-50°C จะทำให้คลอรีนระเหยเร็วกว่าปกติเมื่อเทียบกับอุณหภูมิน้ำปกติ เนื่องจากคลอรีนในน้ำประปามักอยู่ในรูปของก๊าซที่ละลายน้ำ หรือสารประกอบไฮโปคลอไรต์ ซึ่งมีความดันไอสูง เมื่อโมเลกุลของน้ำได้รับพลังงานความร้อนมากขึ้น โมเลกุลของก๊าซคลอรีนในน้ำก็จะเคลื่อนที่เร็วขึ้นและหลุดออกจากพันธะของน้ำได้ง่ายขึ้น ยิ่งน้ำไหลผ่านฝักบัวเป็นละอองฝอย คลอรีนจะระเหยออกสู่อากาศได้แทบจะทันที
ดังนั้น การที่คลอรีนในน้ำประปาระเหยได้ง่ายขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อโรคในน้ำลดลงได้บ้าง หากน้ำค้างในระบบนาน ทว่าหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าน้ำประปาที่ร้อนขนาดลวกผิวได้นั้นช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ (ร้อน = ฆ่าเชื้อ) โดยในความเป็นจริง น้ำร้อนจากท่อไม่ได้ช่วยฆ่าเชื้อ แม้ว่ามันจะร้อนขนาดที่ทำให้เรารู้สึกว่าผิวโดนลวก แต่มันไม่ร้อนมากพอที่จะฆ่าเชื้อโรคได้แบบเดียวกันกับที่เอาน้ำไปต้มจนถึงจุดเดือด ทำนองเดียวกันกับหม้อน้ำร้อนลวกช้อนส้อมตามศูนย์อาหาร ที่อาจไม่ได้ฆ่าเชื้อโรค แต่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคมากกว่า
- การสะสมของแบคทีเรีย
อุณหภูมิอุ่น ๆ (ประมาณ 25-45°C) เป็นสภาวะที่เหมาะสมต่อการเติบโตของแบคทีเรียบางชนิดและตะไคร่น้ำภายในถังพักน้ำหรือท่อ โดยเฉพาะในระบบน้ำที่ดูแลไม่ดี หรือมีการสะสมของน้ำเป็นเวลานาน เช่น
-
- Legionella pneumophila เป็นแบคทีเรียที่เจริญเติบโตได้ดีในความร้อนปานกลาง มักอาศัยอยู่ในระบบท่อน้ำและถังพักน้ำที่มีอุณหภูมิระหว่าง 20-45°C หากเราสูดดมละอองน้ำที่มีเชื้อนี้เข้าไป (เช่น ตอนอาบน้ำด้วยฝักบัว) อาจทำให้เกิดโรคเลจิโอนแนร์ (โรคปอดอักเสบรุนแรง) ได้
- Pseudomonas aeruginosa แบคทีเรียตัวนี้ชอบน้ำนิ่งและอุ่น มักสร้างชั้นเมือกเคลือบอยู่ตามผนังท่อหรือก้นถัง ถ้าใครผิวแพ้ง่ายหรือมีแผล แล้วใช้น้ำอุ่นที่มีเชื้อนี้สะสมอยู่ อาจเกิดอาการผื่นคันหรือผิวอักเสบได้
- Mycobacterium avium complex (MAC) แบคทีเรียกลุ่มนี้ทนทานต่อคลอรีนสูง และชอบความร้อนในระดับน้ำอุ่นท่อประปาบ้านเรา
- Cyanobacteria (สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน) คือแบคทีเรียที่สังเคราะห์แสงได้ มักพบในถังพักน้ำที่ฝาปิดไม่สนิทและโดนแสงแดดส่องถึง น้ำอุ่น ๆ จะทำให้มันขยายตัวเป็น Algal Bloom จนทำให้น้ำมีกลิ่นเหม็นเขียว
- Green Algae (สาหร่ายสีเขียว) พบได้บ่อยตามถังพักน้ำพลาสติกสีอ่อนที่แสงทะลุผ่านได้ อุณหภูมิ 25-35°C
- Biofilm (ไบโอฟิล์ม) เกิดขึ้นเมื่อน้ำนิ่งและอุ่น สิ่งมีชีวิตในน้ำจะช่วยกันสร้าง Biofilm (ไบโอฟิล์ม) หรือคราบเมือกเหนียว ๆ เกาะติดผนังท่อและถัง ทำหน้าที่เป็นเกาะกำบังให้เชื้อโรคตัวอื่น ๆ
- การหลุดลอกของสารเคมี
แม้ท่อ PVC จะทนความร้อนได้ระดับหนึ่ง แต่แสงแดดและอุณหภูมิที่สูงเกินไปคือศัตรูตัวฉกาจของพลาสติก การตากแดดจัดนาน ๆ อาจทำให้วัสดุอย่าง Microplastics หรือสารเคลือบเสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยผลกระทบจากการเสื่อมสภาพของท่อ PVC อาจแบ่งได้เป็น
-
- ท่อเป็นฝุ่น เมื่อท่อ PVC สีฟ้าโดนรังสี UV จากแสงแดดนาน ๆ จะเกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่า Photodegradation คือการที่แสงแดดเข้าไปทำลายพันธะเคมีของโพลิเมอร์ ดังที่เราจะเห็นว่าผิวท่อด้านนอกเริ่มเปลี่ยนสีกลายเป็นสีซีดและมีลักษณะเป็นฝุ่นสีขาวเกาะอยู่ ปัญหาก็คือ ฝุ่นเหล่านี้คืออนุภาคพลาสติกที่เสื่อมสภาพ ซึ่งหากเป็นท่อที่เดินภายนอกอาจจะดูเหมือนแค่ความสวยงามลดลง แต่ถ้ากระบวนการนี้เกิดขึ้นนาน ๆ ท่อจะเปราะและแตกหักง่าย
- การหลุดลอกของสารเติมแต่ง พลาสติก PVC ไม่ได้มีแค่โพลิเมอร์เท่านั้น แต่มีการใส่สารเติมแต่งเพื่อให้คงรูปและทนทาน เช่น สารกันความร้อน หรือเม็ดสี เมื่อท่อร้อนจัด สารเคมีเหล่านี้จะเคลื่อนที่จากเนื้อพลาสติกออกมาปนเปื้อนในน้ำได้ง่ายขึ้น สิ่งที่น่ากังวลก็คือ ในท่อรุ่นเก่าหรือท่อที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีการใช้สารประกอบของตะกั่วหรือดีบุกเป็นสารกันความร้อน ยิ่งถ้าท่อมีความเสื่อมสภาพมาก มีความเป็นไปได้ที่สารเหล่านี้จะหลุดลอกออกมาปนเปื้อนในน้ำ และเรานำน้ำนั้นมาใช้อุปโภคบริโภคต่อเนื่อง จะเป็นอันตรายต่อระบบประสาทและร่างกายในระยะยาวได้
- ไมโครพลาสติก แม้จะยังเป็นงานวิจัยที่กำลังศึกษาอยู่ แต่ก็เป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่กำลังถูกจับตามอง ปัญหาก็คือ เมื่อท่อด้านในเริ่มกรอบหรือเสื่อมสภาพจากความร้อนสะสม แรงดันน้ำที่ไหลผ่านอาจทำให้เกิดการหลุดออกของอนุภาคพลาสติกขนาดเล็ก (ไมโครพลาสติก) ออกมา ซึ่งจริง ๆ เราอาจจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยไมโครพลาสติกเหล่านี้จะปนมากับน้ำที่เรารองใส่ถังหรือน้ำที่ใช้อาบ ก็สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการดื่ม หรือสัมผัสกับกับผิวหนังระหว่างการใช้น้ำ
- กลิ่นพลาสติก หลายคนคงเคยเปิดน้ำที่ค้างท่อนาน ๆ แล้วได้กลิ่นเหมือนพลาสติกไหม้ กลิ่นนี้เกิดจากสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ที่ทำปฏิกิริยากับความร้อนแล้วระเหยออกมาจากเนื้อท่อ ปัญหาคือ นอกจากจะทำให้น้ำเสียรสชาติแล้ว การสูดดมหรือใช้น้ำที่มีสารระเหยเหล่านี้ต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจหรือดวงตา
- ผลจากการอาบน้ำร้อน
การอาบน้ำร้อน (จัด) ช่วงหน้าร้อน อันตรายกว่าที่คิด หลัก ๆ คือ ทำให้ ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เพราะการอาบน้ำที่ร้อนเกินไปในช่วงที่อากาศแห้งจะทำให้เกราะป้องกันผิวพัง ผิวแห้งกร้าน และระคายเคืองง่าย หรืออาจเกิด Heat Shock จากการที่อุณหภูมิร่างกายที่เปลี่ยนฉับพลัน เมื่อร้อนจัดมาเจอน้ำร้อนจัด อาจทำให้หน้ามืดหรือวิงเวียนศีรษะได้
โปรฯ น้ำอุ่นฟรี ขอยกเลิกจากต้นทางไม่ได้ แต่เราแก้ปัญหาด้วยตัวเองที่ปลายทางได้
เพราะโปรฯ น้ำอุ่นฟรีไม่ได้มาจากการประปา แต่มาจาก “แดด” และ “ท่อ/ถัง” ที่ทำหน้าที่ร่วมกันจนเป็นเครื่องทำน้ำอุ่นประสิทธิภาพสูง เราจึงไม่สามารถขอยกเลิกโปรฯ ได้ ทว่าก็มีแนวทางในการแก้ปัญหาอยู่เหมือนกัน โดยสามารถทำได้ดังนี้
การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สำหรับคนที่อยู่ห้องเช่า/บ้านเช่า/หอพัก/คอนโด กลุ่มนี้จะไม่สามารถไปวุ่นวายอะไรกับท่อน้ำประปาหรือถังพักน้ำได้ (แต่อาจลองแจ้งกับทางผู้ให้เช่าหรือทางโครงการดูก่อนก็ได้ ว่าสามารถแก้ไขอะไรได้หรือไม่)
- เปิดน้ำทิ้งไล่ความร้อน เพราะน้ำที่ร้อนที่สุดคือน้ำที่ “ค้างอยู่ในท่อ” ซึ่งโดนแดดเลียมาทั้งวัน หากจะอาบน้ำในช่วงกลางวัน ให้เปิดน้ำค้างในท่อทิ้งไปก่อนสัก 1-2 นาที เพื่อให้น้ำใหม่ที่เย็นกว่าจากถังพักหรือท่อใต้ดินไหลมาแทนที่ เราจะได้อาบน้ำในอุณหภูมิปกติ ไม่ต้องสะดุ้งจนตัวโยนเพราะโดนน้ำลวกตัว แต่ถ้ากลัวจะสิ้นเปลืองน้ำ ก็สามารถนำภาชนะอะไรก็ได้มารองน้ำไว้ เพื่อเอาน้ำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น
- รองน้ำใส่ถังน้ำพักไว้ วิธีนี้อาจดูเป็นการกลับคืนสู่สามัญไปสักหน่อย คือการใช้ถังน้ำใบใหญ่รองน้ำทิ้งไว้ตอนกลางคืนหรือตอนเช้า (ที่แดดยังไม่ร้อน) เพื่อใช้อาบในตอนกลางวัน น้ำจะคายความร้อนออกสู่บรรยากาศและปรับอุณหภูมิให้เข้ากับห้องน้ำที่เย็นกว่า และน้ำที่พักไว้แบบนี้จะให้ความรู้สึกเย็นชื่นใจกว่าน้ำที่เปิดจากฝักบัวโดยตรงอีกด้วย
การแก้ปัญหาระดับเริ่มต้น สำหรับคนที่สามารถวุ่นวายกับท่อน้ำประปาหรือถังพักน้ำได้
- ใช้ฉนวนกันความร้อนหุ้มท่อน้ำ เช่น ท่อโฟมหรือเทปฟอยล์ นำมาหุ้มท่อประปาในส่วนที่ตากแดด จะช่วยลดอุณหภูมิน้ำในท่อลงได้หลายองศา เพราะฉนวนจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้รังสีอินฟราเรดเข้าถึงเนื้อพลาสติก
- เปลี่ยนสีท่อ เพราะตามหลักฟิสิกส์ สีเข้มดูดความร้อน สีอ่อนสะท้อนความร้อน (หลักการเดียวกันกับใส่เสื้อผ้าสีดำทำให้ร้อน) และท่อ PVC สีฟ้าก็ดูดซับความร้อนเก่งมาก การเปลี่ยนสีท่อด้วยการทาสีขาวทับท่อ PVC ส่วนที่ตากแดด จะช่วยสะท้อนรังสีความร้อนออกไปได้มากกว่าสีฟ้าเข้ม ๆ ของท่อปกติ ลดการนำความร้อนเข้าสู่ท่อได้ดี
การแก้ปัญหาระดับยั่งยืน สำหรับคนที่มีบ้านเป็นของตัวเอง สามารถตัดสินใจปรับปรุง ซ่อมแซม หรือต่อเติมอะไรในบ้านได้ตามสะดวก
- กันแดดให้ถังพักน้ำ ถังพักน้ำที่ตั้งกลางแดด น้ำจะอมความร้อน แนะนำให้ย้ายเข้าที่ร่มหรือทำลงทุนทำหลังคาบังแดดให้ถังน้ำ อย่างการทำระแนงไม้ หรือหลังคาผ้าใบกันแดด (อย่าลืมเว้นระยะให้มีอากาศถ่ายเท)
- ย้ายท่อน้ำประปาลงใต้ดิน นี่คือแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เราจะได้อาบน้ำอุณหภูมิปกติตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะอาบตอนไหนก็ตาม
เพียงเท่านี้ เราก็สามารถยกเลิก “โปรฯ น้ำอุ่น (ร้อน)” ได้ด้วยตัวเอง!






























