Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ In Your Radiant Season กำแพงน้ำแข็งที่ขังพวกเขาไว้ จะถูกละลายด้วยความรัก

In Your Radiant Season กำแพงน้ำแข็งที่ขังพวกเขาไว้ จะถูกละลายด้วยความรัก

ภาพจาก FB: MBC 드라마

สองเดือนของปี 2569 ผ่านไปไวอย่างกับโกหก หลายปีที่ผ่านมาเคยรู้สึกมาตลอดว่าเดือนมกราคมมันช่างยาวนานเหลือเกิน แต่ปีนี้กลับไม่รู้สึกแบบนั้น เอาจริงนี่ไม่รู้ตัวเลยว่าเดือนมกราคมหมดไปตอนไหน และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าก็คือ ตอนนี้กุมภาพันธ์ก็กำลังจะโบกมือลาแล้วเช่นกัน เดือนสามของปีกำลังจะมาเยือน ในขณะที่ชีวิตไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยสักอย่าง 555 แก่ขึ้นแบบไม่มีคุณภาพเอาซะเลย ซีรีส์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจก็ไม่ค่อยมีอารมณ์ดู เหมือนติดบ่วงความหมดไฟยังไงไม่รู้ ถ้าเรื่องไหนมีแววไม่ถูกจริตและไม่สนุกพอที่จะรั้งไว้ นี่เปิดดูไม่จบอีพีแรกด้วยซ้ำ ไม่ให้โอกาสจนจบตอน

ภาพจาก FB: MBC 드라마

จะว่าไป ตอนนี้ก็มีซีรีส์อยู่เรื่องหนึ่งที่ให้ฟีลแบบนั้นตั้งแต่ก่อนเปิดดู มันสัมผัสได้ถึงความหน่วง ความเนิบ และความหม่นหมอง ทั้งจากชื่อเรื่อง จากเรื่องย่อ และจากที่เห็นรีวิวผ่าน ๆ ตาอยู่บ้าง ก็นะ ตอนนี้ชีวิตก็หมองหม่นพออยู่แล้ว จะดูซีรีส์ทึม ๆ อีกทำไมล่ะเนี่ย แต่อีกใจก็ตัดใจจากพระเอก “แชจงฮยอบ” ไม่ได้ รักเขา 555 เพราะตามดูผลงานเขามาหลายเรื่อง แล้วพอหายจากช่วงวู่วาม ก็เลยได้มาคุยกับตัวเองในเวอร์ชันมีสติและใจเย็น ก็พบว่าเรื่องย่อมันก็น่าสนใจดีนี่หว่า น่าจะใส่อคติเยอะไปเองจากการที่เคยดูแนว ๆ นี้แล้วไม่ชอบ ท้ายที่สุดก็เลยเปิดใจดู

ภาพจาก FB: MBC 드라마

In Your Radiant Season (ไม่ค่อยเห็นชื่อไทยจากการโปรโมต แต่เห็นในซับไทยของ Disney+ แปลว่าข้อความชื่อเรื่องภาษาเกาหลีว่า ในวันที่หัวใจส่องแสง) เป็นซีรีส์แนวโรแมนติกแบบหวานอมขมกลืน ที่เล่าเรื่องราวของคนมีแผลสองคนที่ต่างยังแบกอดีตเอาไว้ ตัวละครหลักคือ “ซงฮารัน” ดีไซเนอร์สาวผู้ดูเย็นชา เก็บตัว ไม่เปิดใจให้ใคร เพราะข้างในของเธอเต็มไปด้วยรอยร้าวจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นต่อหน้าเธอซ้ำ ๆ เธอจึงเชื่อว่าถ้าเธอไม่สนิทหรือไม่ผูกพันกับใคร ก็จะไม่มีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นอีก และ “ซอนอูชาน” แอนิเมเตอร์หนุ่มผู้มาจากสตูดิโอที่อเมริกา เขาดูอ่อนโยน โลกสดใส และเป็นมิตรกับทุกสิ่งไม่ว่าจะคน ต้นไม้ หรือน้องหมา ทั้งที่ตัวเขาเองก็มีบาดแผลทั้งทางกายและทางใจที่เกือบจะพรากชีวิตเขาไปจากโลกใบนี้ถึงสองครั้ง

ภาพจาก FB: MBC 드라마

โลกที่คนสองคนขังตัวเองไว้ในฤดูหนาวแห่งความเจ็บปวด คนหนึ่งเคยอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บ แต่ก็ได้ทำลายกำแพงน้ำแข็งและออกมาใช้ชีวิตในฤดูร้อนที่อบอุ่นได้สำเร็จ เขารอดตายเพราะผู้หญิงคนเดิมทั้งสองครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน หญิงสาวที่เคยสดใสอยู่ดี ๆ กลับสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขังตัวเองไว้นานถึง 7 ปี และไม่ยอมให้ใครผ่านกำแพงนั้นเข้าไป ก็ได้พบกับตัวแปรใหม่ที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน เขาเป็นปริศนาสำหรับเธอ แต่เธอคือคนที่ชุบชีวิตเขาขึ้นมาใหม่ เขาจึงตั้งใจว่าต่อจากนี้ชีวิตของเขาจะอุทิศให้กับการนำความสุขกลับคืนมาให้เธอ ให้เธอกลับมายิ้มแย้มอย่างสดใส เลิกจองจำตัวเองไว้เบื้องหลังความกลัว

เรื่องร้าย ๆ มันไม่เตือนก่อนหรอกนะ คนเราเจ็บตัวได้ในชั่วพริบตา

ก่อนอื่นต้องชื่นชมคนเขียนบทนะ ไอ้การเปิดเรื่องอีพีแรกด้วยการแกงคนดูจนเครื่องหมายอิหยังวะผุดขึ้นเต็มหัวแบบนี้ เจตนาคืออยากปั่นหัวคนดูแน่ ๆ ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ 555 แล้วมันก็ได้ผลมากซะด้วย เพราะพอดูอีพีแรกจบ ความสงสัยมันทำให้ต้องเปิดอีพี 2 ดูต่อเลยทันที (ใครที่ดูแบบเรียลไทม์ก็เหนื่อยหน่อยนะ เหนื่อยรอ แต่นี่ดู 3 อีพีรวด มาเหนื่อยรออีพี 4 แทน) ปริศนาในอีพีแรกที่ทำให้คนดูเอ๋อมากที่สุด ก็คือบุคลิกของพระเอกและนางเอกในช่วง 7 ปีที่แล้วกับปัจจุบันนี่แหละ สองคนนี้เปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน และเปลี่ยนเหมือนสลับตัวกันด้วย ในช่วงเปิดเรื่อง เกริ่นคร่าว ๆ ถึงเหตุการณ์เมื่อ 7 ปีที่แล้ว นางเอกนี่คือเป็นผู้หญิงที่สดใสมาก มากแบบมาก ๆ เลยด้วย ในขณะที่พระเอกคือคนที่มีบุคลิกแบบพร้อมจะทำให้ตัวเองหายไปจากโลกนี้ตลอดเวลา เหมือนซากศพที่ยังหายใจ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

แต่แล้วมันก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ในขณะที่นางเอกกำลังจะทำเซอร์ไพรส์แฟนที่เรียนอยู่เมืองนอกด้วยการบินไปหาในช่วงวันหยุด ขณะเดียวกัน พระเอกที่ได้รับข้อความจากนางเอกว่ากำลังจะมาหา เขาก็วิ่งหน้าตั้งมาที่ห้องแล็บ แล้วมันก็ดันเกิดอุบัติเหตุระเบิดขึ้นกับห้องแล็บของมหาวิทยาลัยขึ้นพอดี นางเอกได้รับข่าวร้ายว่าแฟนของตัวเองตายในที่เกิดเหตุ และภาพพระเอกที่โดนระเบิดอย่างแรงจนแน่นิ่งไป จากนั้นภาพก็ตัดมาที่กรุงโซลในอีก 7 ปีต่อมา นางเอกกลายเป็นหญิงสาวที่รอบตัวเต็มไปด้วยรังสีของความหม่นหมอง หน้าตาอมทุกข์ สายตาเศร้าสร้อยอยู่ตลอดเวลา แต่…พระเอกที่เราเห็นว่าแน่นิ่งไป เขายังไม่ตาย ทว่าร่างกายก็ไม่เหมือนเดิม ดูเหมือนเขาจะมีปัญหาทางการได้ยินกับหูข้างหนึ่ง ที่สำคัญ บุคลิกของเขาเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน มันเกิดอะไรกับเขาหลังอุบัติเหตุระเบิด

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ความบ้าบอที่สุด คือการที่ซีรีส์ตัดจบอีพีแรกไปด้วยปริศนาที่ทำให้คนดูงงหัวแตก นั่นก็คือ “นางเอกไม่รู้จักพระเอก แต่พระเอกจำนางเอกได้” เอ้า! อิหยังวะ ตลอดอีพี 1 พวกหล่อนเป็นแฟนกันไม่ใช่เรอะ แล้วปฏิกิริยานางเอกตอนกลับมาเจอพระเอกอีกครั้งนี่คือไม่รู้จักที่แปลว่าไม่รู้จักจริง ๆ อะ แววตาคือมองคนแปลกหน้าเลย ไม่มีอิ๊อ๊ะว่าคุ้นหน้าคุ้นตาหรือคุ้นเคยอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น จะว่าความจำเสื่อมก็ดูจะไม่ใช่อีก เพราะมันยังมีกลิ่นอายความโศกเศร้าและความเจ็บปวดของการสูญเสียแฟนไปอย่างกะทันหันอยู่เลย ไหนจะกำแพงน้ำแข็งที่นางใช้กันตัวเองออกจากทุกคน มันแปลได้ว่านางยังไม่ลืมเรื่องเมื่อ 7 ปีก่อน แต่นางกลับจำพระเอกไม่ได้ กลับกัน พระเอกดันจำนางเอกได้ และพระเอกมีความทรงจำที่เจ็บปวดบางอย่างที่เกาหลี และเมื่อเผชิญหน้ากันตรง ๆ เขากลับแสดงอาการหวาดกลัวออกมา

ภาพจาก FB: MBC 드라마

อย่างไรก็ตาม ปมดังกล่าว ซีรีส์มาเฉลยในอีพีที่ 2 สปอยล์แบบน่าด่าก็คือ พระเอกกับนางเอกไม่ได้เป็นแฟนกัน และในทางปฏิบัติ สองคนนี้ก็ไม่เคยทำความรู้จักกันมาก่อน จนกระทั่งมาเจอกันในการร่วมโปรเจกต์งานกันนี่แหละ แต่รายละเอียดที่ว่าพระเอกรู้จักนางเอกได้ไง อันนี้อยากให้ไปดูเอง จากนี้จะขอพูดถึงปมของนางเอก การสูญเสียเมื่อ 7 ปีก่อนไม่ใช่เรื่องเดียวที่ทำให้นางกลายเป็นคนที่ขังตัวเองไว้ในฤดูหนาวที่แสนเจ็บปวด แต่มันเป็นฝันร้ายที่เกิดขึ้น “ซ้ำ” กับคนที่เธอรัก นั่นจึงทำให้เธอไม่กล้าที่จะเปิดใจสนิทสนมกับใครอีก เธอกลัวและกังวลใจ ว่าตัวเองจะต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เลวร้ายว่าอาจมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับคนที่เธอรัก “อีกครั้ง”

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ที่บอกว่าเหตุการณ์สูญเสียแฟนไม่ใช่ครั้งแรก เพราะมันเป็นครั้งที่ทำให้เธอกลัว จากการที่มันซ้ำรอย ในวัยเด็ก เธอเคยสูญเสียพ่อและแม่ไปต่อหน้าต่อตาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ (และเกือบจะสูญเสียน้องสาวคนเล็กที่นั่งรถไปกับพ่อแม่ด้วย) ในตอนนั้นเธอเติบโตขึ้นมาอย่างดีกับผู้เป็นยาย และน้องสาวอีก 2 คน ใช้ชีวิตเป็นคนสดใสปกติ แต่เมื่อเธอเจอเหตุการณ์ร้ายแรงกับแฟนหนุ่มแบบต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง มันเจ็บปวดเกินไปหากเธอต้องเจอกับเรื่องแบบนี้อีกครั้งและอีกครั้ง แค่ลำพังกับคนในครอบครัวที่เธอยังปล่อยวางจากความกลัวไม่ได้ เธอก็กังวลใจมากพอแล้ว เธอเลยไม่เปิดรับคนอื่นเข้ามาเป็นตัวแปรใหม่ที่จะทำให้ชีวิตเธอมีปัญหา ในวินาทีที่เธอรู้ว่าน้องสาวคนกลางแอบตามเธอเรื่องที่มีสตอล์กเกอร์ตามเธออยู่ เธอก็โมโหจนฟิวส์ขาดแบบที่เห็น เธอคงรับไม่ไหวถ้าเกิดเรื่องร้ายขึ้นอีกครั้ง

เราไม่รู้หรอกว่าจะตายเมื่อไหร่ เพราะงั้น จงใช้ชีวิตแบบที่จะไม่นึกเสียดาย

ในขณะที่นางเอกเป็นฝ่ายที่ต้องรับมือกับการสูญเสียต่อหน้าต่อตาอยู่เสมอ พระเอกกลับเป็นคนที่เคยไปยืนอยู่ตรงขอบหน้าผาของความเป็นกับความตายมาแล้วถึงสองครั้ง ชีวิตของพระเอกก่อนที่จะรู้จักกับนางเอกนี่ก็ย่ำแย่สุด ตรงข้ามกับนางเอกที่เติบโตมาอย่างดีทั้งที่สูญเสียพ่อแม่ไปเลยด้วยซ้ำ ชีวิตในวัยเด็กของเขาเรียกได้ว่าโคตรน่าสงสารสำหรับเด็กคนหนึ่งเลย แม่ลากกระเป๋าออกจากบ้าน โตมากับพ่อที่ไม่ยอมให้เขาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักซึ่งก็คืองานศิลปะและการวาดรูป พ่อเก็บอุปกรณ์วาดรูปของเขาทิ้งทั้งหมด พอรู้ว่าเขาแอบไปสมัครเรียนวาดรูป พ่อก็เอาเขาไปทิ้งให้เรียนที่ต่างประเทศ และบังคับให้เรียนสายวิทยาศาสตร์ เด็กเอเชียที่โตขึ้นมาในอเมริกา ถูกเพื่อนบูลลี่ พ่อก็บังคับ แถมยังต้องมาเอาตัวรอดอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เข้าใจหรือยังว่าทำไมพระเอกถึงกลายเป็นซากศพที่ยังหายใจ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

การเจอพ่อที่ไม่เคยคิดจะไปเยี่ยมลูกดี ๆ ในงานสัมมนาวิชาการของมหาวิทยาลัยโดยบังเอิญ ทำให้เขาต้องเปิดห้องต้อนรับพ่อโดยไม่ได้เตรียมการอะไรล่วงหน้า พ่อจับได้ว่าเขายังคงวาดรูปอยู่ ที่สำคัญคือเขายังเก็บภาพวาดแม่เอาไว้ด้วย นั่นทำให้พ่อของเขาโมโหอย่างรุนแรงและพยายามจะทำลายทุกอย่างที่ลูกรัก พระเอกในตอนนั้นคือคนที่ไม่สามารถหาเหตุผลที่ตัวเองจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกแล้วจริง ๆ เขาตัดสินใจที่จะจบทุกอย่าง แต่แล้วกลับมีข้อความของนางเอกส่งหาเขาแบบรัว ๆ รัวจนหนวกหู ขึ้นมาขัดจังหวะเขาในเวลานั้นพอดี เขาเสียสมาธิกับสิ่งที่กำลังจะทำตรงหน้า และจำต้องมาอ่านข้อความนี่นางเอกส่งให้อ่าน เธอทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และการขัดจังหวะในตอนนั้นก็มอบโอกาสให้เขาได้มีชีวิตใหม่

การรอดตายในครั้งแรก นางเอกคือคนที่ฉุดเขากลับขึ้นมาจากขอบเหว ข้อความสัพเพเหระที่เธอส่งคุยกับแฟนอย่างปกติ กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขายิ้มได้ เธอทำให้เขารู้จักกับโลกที่กว้างใหญ่ ทั้งที่ติดอยู่ในโลกใบจิ๋วมาตลอดชีวิต ส่วนครั้งที่สอง ก็เกิดขึ้นในวันที่เกิดอุบัติเหตุระเบิดในห้องแล็บนั่นเอง พระเอกที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไปโดนแรงระเบิดอัดกระแทกออกมา เขาเลยไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ช่วงเวลาที่เขานอนเป็นผักอยู่ ICU ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งก็ฉายขึ้นในหัวเขา และปลุกให้เขาตื่นขึ้นด้วยคำว่า “ฉันรักนาย ชาน” แม้ว่าในตอนแรกเขาจะจำไม่ได้ว่าเธอเป็นใคร และพยายามหาคำตอบด้วยการกลับมารักษาตัวที่เกาหลี แต่ในที่สุดเขาก็จำได้ว่าเธอคือใคร และเธอทำให้เขารอดพ้นจากเงื้อมมือของมัจุราชเป็นครั้งที่ 2 แล้ว

ภาพจาก FB: MBC 드라마

เพราะเขาเคยทั้งคิดที่จะจบชีวิตตัวเองด้วยความสิ้นหวัง และเคยเกือบถูกพรากชีวิตไปหลังจากที่เริ่มรอคอยวันพรุ่งนี้ เขาเลยเป็นคนหนึ่งที่รู้ดีที่สุดว่าชีวิตนี้มันไม่แน่ไม่นอน เขาตายได้ทุกเมื่อไม่ว่าจะตัดสินใจที่จะตายเองหรือตายด้วยอุบัติเหตุก็ตาม เขาสักข้อความสั้น ๆ ไว้ที่หน้าอกเพื่อเตือนสติตัวเองว่า Memento mori มันเป็นวลีภาษาละตินที่แปลว่า “จงจำไว้ว่าเจ้าจะต้องตาย” เพื่อให้เห็นคุณค่าของเวลา ชีวิตมันสั้น จงมีสติในการใช้ชีวิต และให้ความสำคัญกับสิ่งที่เปี่ยมด้วยความหมายในปัจจุบัน นั่นทำให้เขาที่ผ่านจากความตายมาได้ 2 ครั้ง 2 ครา พยายามที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่แบบที่จะไม่นึกเสียดาย และการที่เขาได้มาเจอกับนางเอก ก็คือสิ่งที่เขาจะต้องทำเพื่อไม่ให้รู้สึกเสียดาย มันคือการนำความสุขที่หายไปกลับคืนมาให้เธอ

บอกตามตรงนะว่าทุกวันนี้นี่ก็ถือคติแบบนี้อยู่เหมือนกัน ส่วนตัวไม่ได้ใช้ชีวิตโลดโผนจนต้องพบเจอกับเหตุการณ์เสี่ยงตายอะไรขนาดนั้น แต่ยิ่งโต ยิ่งอายุเยอะขึ้น มันก็ยิ่งเห็นความสูญเสียเกิดขึ้นบ่อย ๆ คนที่ไม่รู้จัก คนรู้จัก ญาติห่าง ๆ คนใกล้ตัว ล่าสุดเริ่มมาถึงเพื่อนวัยเดียวกันที่จากไปด้วยโรคร้ายไม่ก็อุบัติเหตุ มองเผิน ๆ เหมือนว่าตัวเองอายุยังน้อย ยังใช้ชีวิตได้อีกนาน มันยังดูห่างไกลจากคำว่าแก่ตายมาก ๆ แต่คนเราไม่ได้ตายเพราะแก่ตายอย่างเดียวนี่นา และความตายมันก็อยู่ใกล้เรามากกว่าที่คิดด้วย ช่วงนี้ก็เลยตัดสินใจทำอะไรห่าม ๆ ทำเรื่องบ้าระห่ำอยู่บ่อยครั้ง (แต่ไม่เดือดร้อนใครนะ) เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่เนี่ยแหละ ไม่อยากตายไปแล้วต้องไปเล่าให้ท่านยมฟังด้วยความเสียใจว่าหนูยังไม่ได้ทำนั่นทำนี่เลยดันตายซะก่อน อย่างน้อยก็ลดจำนวนเรื่องที่จะบ่นใส่ท่านได้แหละ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ก่อนเปิด In Your Radiant Season อีพีแรกดู ยอมรับเลยนะว่ามู้ดของเรื่องมันชวนให้รู้สึกว่าหรือนี่จะเป็นซีรีส์ที่ต้องใช้ความอดทนดูอีกแล้ววะ ไม่ได้หมายความว่ามันไม่สนุกนะ แต่จริตส่วนตัวไม่ชอบดูอะไรที่มันเดินเรื่องแบบเนิบนาบ ยิ่งถ้าพล็อตเรื่องชวนให้อึดอัด ความสัมพันธ์ของพระเอกนางเอกพาหน่วงแบบนี้ ใครไหวก็มาตรงนี้ ส่วนฉันจะไปตรงนู้น มันไม่ใช่ทาง แต่พอเปิดดูจริง ๆ มันก็ไม่แย่นี่หว่า ยังมีตัวละครสายฮาคนอื่นที่ทำให้เรื่องมันไม่ขมปี๋ เลิฟไลน์มีหลายเส้น ตัวพระเอกอย่าง “แชจงฮยอบ” เขาก็ถนัดคาแรกเตอร์ที่เบรกความดราม่าอยู่แล้วด้วย ส่วนนางเอก “อีซองคยอง” รายนี้ก็เคยเล่นรอมคอม เพราะงั้นถ้าเธอคิดจะโบ๊ะบ๊ะหน้าตายทั้งที่ดราม่า นี่ก็เชื่อว่าเธอเอาอยู่ สุดท้ายมันเลยเป็นซีรีส์ที่มีความฟีลกู้ดอยู่นิด ๆ ท่ามกลางความหน่วง แค่ต้องรอให้ปมคลี่คลายก่อน❄