Love Phobia เรื่องของหัวใจ มันซับซ้อนเกินกว่าจะคำนวณด้วยอัลกอริทึม

ภาพจาก viu

จะบอกว่ารู้สึกว้าว! ทุกครั้งเลยนะ ที่เห็นว่าซีรีส์เกาหลีกล้าที่จะหยิบจับเอา AI ขึ้นมาเล่าในซีรีส์อย่างจริง ๆ จัง ๆ ด้วยความที่ทุกวันนี้ AI มันไม่ใช่เรื่องไกลตัว อย่างนี่ก็ใช้ AI ช่วยทำงาน และให้มันแต่งนิยายให้อ่าน 555 แต่ด้วยความที่มันมีอะไรบางอย่างที่นี่ก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน ประมาณว่าถ้าทำแล้วแต่ทำไม่ถึง มันก็จะกลายเป็นซีรีส์ที่ดูจืดชืดไปเลยประมาณนั้นมั้ง เราเลยไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ๆ สำหรับคอลัมน์ชะนีติดซีรีส์ เคยเอาซีรีส์ที่เล่นประเด็นเกี่ยวกับ AI มารีวิวอยู่ ทั้ง Please Don’t Date Him, Unlock My Boss และล่าสุด No Mercy ที่ปมหลักคืออาชญากรรมก็จริง แต่ก็เป็นอีกมุมของ AI ที่น่าจะทำให้ใครหลายคนได้ตื่นรู้มากขึ้น

และล่าสุด เกาหลีเลือกที่จะหยิบเอา AI ขึ้นมาทำพล็อตความรักในยุค AI เบ่งบาน เมื่อเราอาจมีความรักที่สมบูรณ์แบบสุด ๆ จากการเดตกับ AI ใช่! ฟังไม่ผิด เดตกับ AI เพราะซีรีส์เรื่องนี้จะพาเราไปเรียนรู้ความรักนิรันดร์ที่ออกแบบได้เอง 100% ในยุคที่การแต่งงานเป็นแค่ทางเลือก และความรักไม่ใช่ค่าพื้นฐานของชีวิตอีกต่อไป เพราะความรักระหว่างคนสองคนเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองและไม่มีประสิทธิภาพอย่างมาก! นางเอกของเรื่องก็เลยจัดแอปฯ ให้มนุษย์เดตกับ AI ซะเลย เวอร์ชันแรกเดตแต่กับเสียง แต่เวอร์ชันล่าสุด จะมีตัวเป็น ๆ อยู่ด้วยทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่ใส่สมาร์ตเลนส์กับเอียร์โฟน

Love Phobia หรือชื่อไทยจากแอปฯ viu ว่า เอไอไขรัก ว่าด้วยเรื่องราวของคนสองคนที่มีมุมมองความรักไม่เหมือนกัน เธอ ผู้มีบาดแผลทางใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ มองว่าความรักเป็นข้อบกพร่องทางเทคนิค และเธอเชื่อมั่นในตรรกะมากกว่าความรู้สึก เธอจึงพัฒนาแอปพลิเคชัน “It’s YOU” ขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์เดตกับ AI ซึ่งจะเป็นความรักที่เราสามารถออกแบบได้เอง แม้ว่าภายนอกจะดูเป็นหญิงแกร่ง แต่เธอใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยวอันเงียบงัน ส่วน เขา ผู้ซึ่งใช้อารมณ์และความรู้สึกนำทางชีวิต ก็มีบาดแผลในใจลับ ๆ ที่ยังไม่เปิดเผย บาดแผลนี้บ่อนทำลายความสามารถในฐานะนักเขียนนิยายโรแมนซ์ชื่อดังของเขา ทำให้ไม่สามารถสร้างผลงานใหม่ได้เลยตลอด 3 ปี

ภาพจาก FB: Viu Thailand

มันเป็นซีรีส์ที่นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นแกนกลางในการเดินเรื่องและพัฒนาความสัมพันธ์ของคนสี่คนได้อย่างน่าสนใจ ฝั่งนางเอกและเพื่อนสาวคนสนิท เป็นผู้บริหารที่ร่วมกันก่อตั้งบริษัทพัฒนาแอปฯ เดตด้วย AI ทั้งคู่เชื่อว่า AI สามารถวิเคราะห์ความรักจากข้อมูลและตรรกะได้ เพียงแต่นางเอกจะไปในเวย์ที่ตรรกะนิยมไปเลย (ซึ่งเธอมีเหตุผล) ส่วนเพื่อนจะเป็นคนที่คอยประคองให้เกิดความสมดุลระหว่างโลกแห่งข้อมูล กับโลกแห่งความเป็นจริงที่เรื่องหัวใจและความรู้สึกยังคงเป็นเรื่องใหญ่ ที่มันอาจออกแบบไม่ได้ 100% ด้วยอัลกอริทึม และความรักที่ถูกคำนวณด้วยเทคโนโลยี อาจจะไม่สามารถแทนความรู้สึกจริง ๆ ได้ทั้งหมด

ส่วนฝั่งพระเอกและน้องชายฝาแฝด คู่นี้มาสายมนุษย์จ๋า ๆ เลย พระเอกคือนักเขียนนิยายรักที่จำเป็นต้องเชื่อมั่นในพลังของอารมณ์และความรู้สึก เพื่อถ่ายทอดผลงานของตัวเองให้ออกมามีมิติเหมือนชีวิตจริง และเขาก็มีชื่อเสียงอย่างมากจากผลงานของตัวเองด้วย ส่วนคนน้องนี่ติดเล่นสุด เขาดูเป็นคนที่มีพลังล้นเหลือ สดใส ขี้เล่น เข้าสังคมเก่ง และมองโลกในแง่ดี เป็นพวกทำก่อนคิด และเห็นโลกบนความเป็นจริงอย่างที่มันเป็น ซึ่งเขาคือตัวละครที่สร้างและคอยเบรกอารมณ์ดราม่าของพี่ชายได้ดี

นักเขียนควรได้รับการยอมรับจากงานเขียน แม้จะไม่แสดงตัวก็ตาม

มาอีกแล้วครับคุณผู้ชม! ซีรีส์ที่ทั้งพระเอกและนางเอกล้วนแล้วแต่มีปมหนัก! ปมลับ ๆ ที่ทั้งคู่ซ่อนเอาไว้ภายใต้ชื่อเสียงจากหน้าที่การงาน จริง ๆ เหมือนว่าซีรีส์เรื่องนี้น่าจะขายปมในใจของนางเอกมากกว่าพระเอกซะอีกนะ แต่ด้วยความที่ซีรีส์เปิดประเด็นเรื่องปมของพระเอกขึ้นมาก่อนตั้งแต่ช่วงต้นอีพีแรก (ส่วนปมของนางเอก ซีรีส์ flashback กลับไปเล่าในช่วงอีพี 2) ก็เลยจะขอพูดถึงปมของพระเอกก่อนละกัน ถึงจะยังไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรไปมากกว่านั้น แต่ก็ดูจะหนักไม่ใช่เล่น เพราะมันทำให้นักเขียนนิยายขายดีไม่สามารถเขียนหนังสือได้อีกเลยมานานถึง 3 ปี!

คือพระเอกเนี่ย เป็นนักเขียนนิยายรักโรแมนติกชื่อดัง ภายนอกเขามีภาพลักษณ์สุภาพ อบอุ่น และโรแมนติก ที่สำคัญรูปลักษณ์ของเขายังหล่อเหลายังกับไอดอล นั่นจึงเป็นสาเหตุให้น้องชายฝาแฝดของเขา ซึ่งปัจจุบันนั่งเป็นผู้จัดการบริษัทเอเจนซี่ที่เขาเปิดขึ้นมาดูแลตัวเอง และทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัว ต้องปั้นเขาให้กลายเป็นเซเลบที่โด่งดังแทนอย่างไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อเขาเขียนงานใหม่ไม่ได้มานานถึง 3 ปีแล้ว แถมยังค่อนข้างเก็บตัวอีก ทว่าบริษัทต้องใช้เงิน และพนักงานคนอื่น ๆ ยังคงต้องไปต่อ นี่จึงเป็นหนทางเดียวที่เขาจะทำรายได้ให้กับตัวเอง

ภาพจาก FB: Viu Thailand

สถานการณ์ในเวลานี้ที่นักเขียนดันเขียนงานไม่ได้ ต้องอาศัยผลงานเก่าสมัยเดบิวต์และตัวตนที่น้องชายปั้นให้กลายเป็นเซเลบเพื่อหาเงิน ก็ทำให้เขาไม่ค่อยจะปลื้มเท่าไรแล้ว ล่าสุดที่เขาจับได้อีกว่าแฟนสาวของตัวเองเผชิญกับปัญหาความสัมพันธ์จนถึงขั้นต้องหันหน้าไปพึ่งพา AI เพื่อแก้เหงา เส้นความอดทนของเขาก็ขาดผึง เขาบอกเลิกแฟนสาวทันที แต่นั่นก็ทำให้เขาโดนเธอจี้ใจดำเกี่ยวกับปมบางอย่างของเขาที่ทำให้เขาเขียนงานไม่ได้ จนต้องหากินกับอดีตที่รุ่งโรจน์ของตัวเอง เขาตัดสินใจที่จะกลับไปเขียนงาน และทำให้ทุกคนยอมรับเขาในฐานะนักเขียน ไม่ใช่ในฐานะเซเลบ แต่น้องชายตัวดีก็ดันก่อเรื่องใหญ่เข้าเสียก่อน นั่นทำให้เขาต้องก้าวเข้าไปเกี่ยวข้องกับนางเอกอย่างเลี่ยงไม่ได้

ปมปัญหาของพระเอก ซีรีส์อาจจะยังไม่ได้แตะถึงอะไรมากมาย ทำแค่จั่วหัวมาฝากไว้ให้คนดูเก็บไปคิดเฉย ๆ แต่ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะใช่เรื่องเล็ก เพราะในอีพีแรก ถ้าลองสังเกตดู จะเห็นว่าเขาดูไม่ค่อยพอใจกับงานแจกลายเซ็นงานฉลองตีพิมพ์ซ้ำผลงานเดบิวต์ของตัวเองสักเท่าไร แถมยังทำหน้าเบื่อโลก เอือมระอาแบบสุด ๆ เมื่อเจอแฟนคลับที่เอาแต่คลั่งไคล้รูปลักษณ์ภายนอกของเขา หรือยอมเสียเงินเปย์หนังสือที่ตีพิมพ์ซ้ำหลายสิบเล่มเพื่อที่จะได้สิทธิ์เข้ามาเยินยอความหล่อของเขาแบบใกล้ชิด มันเป็นภาพของคนที่ต้องอดทนทำ ๆ ไปให้จบเพราะมันทำเงิน ทว่าสีหน้าเขากลับเปลี่ยนไป ดวงตาเปล่งประกายอย่างปิดไม่มิด เมื่อเจอแฟนคลับคนหนึ่งที่ถามถึง “ผลงานใหม่” ของเขา

ภาพจาก FB: Viu Thailand

เธอคนนี้เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับหนังสือเล่มเก่าที่น่าจะถูกเปิดอ่านซ้ำ ๆ จนหนังสือมันบวมเพื่อให้เขาเซ็น ขอบหนังสือเต็มไปด้วย Post-it page markers หลากสี ที่แปะคั่นหน้าที่ตัวเองอ่านแล้วชอบเอาไว้ เธอเรียกเขาว่า “คุณนักเขียน” ต่างจากผู้หญิงคนอื่นเรียกเขาว่าอปป้า เธอถามเขาว่าผลงานใหม่ของเขาจะออกเมื่อไร พร้อมกับสารภาพว่าเธอชอบอ่านหนังสือของเขามาก เธออ่านมันบ่อยมากจนจำได้หมดว่าหน้าไหน บรรทัดไหน มีเนื้อหาว่ายังไง นี่จึงเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวจาก 2 อีพี ที่เราจะเห็นพระเอกยิ้มออกมา ยิ้มแบบที่ยิ้มจริง ๆ ยิ้มจนออกที่ดวงตา ไม่ใช่การยิ้มแห้ง ๆ หรือยิ้มเฝื่อน ๆ และจะเห็นเลยว่าเขาดูภาคภูมิใจในตัวเองแค่ไหน

ถ้าเขาเป็นคนที่รักการเขียนและรักงานเขียนของตัวเองจนภาคภูมิใจได้ขนาดนั้นที่มีคนเห็นคุณค่าของผลงานของเขามากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก ไม่ชอบที่ตัวเองต้องมาขายหล่อไปวัน ๆ แลกเงิน และอยากกลับไปเขียนหนังสือใหม่อีกครั้งเพื่อให้ตัวเองได้รับการยอมรับจากผลงานงานเขียน แล้วอะไรที่ทำให้เขาเขียนหนังสือไม่ได้อีกเลยตลอด 3 ปีล่ะ?

อาจมีคนบอกว่าสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเป็นของปลอม แต่ของปลอมที่เหมือนจริง ก็จำเป็นสำหรับบางคนเหมือนกันค่ะ

ทีนี้ลองมาดูที่ปมของนางเอกกันบ้าง เปิดเรื่องมาตอนแรก ซีรีส์อาจจะทำให้คนดูงง ๆ กับชีวิตของเธอนิดหน่อย แต่ตั้งแต่กลางตอนเป็นต้นไป เราจะเริ่มจับจุดได้แล้วว่าภายใต้ความเก่ง มั่นใจ เย็นชา และเด็ดขาดของเธอนั้น เธอมีชีวิตที่โดดเดี่ยวแค่ไหน โดยซีรีส์จะค่อย ๆ เฉลยที่มาที่ไปของปมในใจเธอในอีพีที่ 2 เรื่องราวที่ทำให้เธอมีบาดแผลทางใจจนตกอยู่ในภาวะกลัวความรัก ซึ่งบอกเลยว่าหน่วงสุด ๆ อดีตทำให้เธอมองว่าความรักเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ แถมยังเปราะบางและไม่สมบูรณ์แบบ นั่นทำให้เธอกลายเป็นคนเย็นชาและไม่คบหาใคร ยกเว้นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เธอยอมให้เป็นครอบครัว เพื่อนคนนี้คือคนที่ขุดเธอขึ้นมาจากหลุมที่เธอฝังกลบตัวเอง

นางเอกเป็น CEO ของบริษัทพัฒนาแอปฯ เดตด้วยเอไอ “It’s YOU” เธอคือคนที่เป็นขั้วตรงข้ามกับพระเอกอย่างสิ้นเชิง ถ้าพระเอกเป็นพวกที่ใช้ความรู้สึกนำทางเสมอ อารมณ์มาเต็ม เธอก็คือคนประเภทที่ใช้ตรรกะและปิดบังความรู้สึกเอาไว้ลึกมาก ๆ จนใคร ๆ ก็มองว่าเธอเย็นชา เลือดเย็น เวลาที่เธอทำงาน เธอจะแยกอารมณ์ออกจากชีวิตทำงานได้แทบจะ 100% เหมือนหุ่นยนต์ที่ไม่มีความรู้สึก แต่มีเพียงแค่เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนคนสำคัญของเธอเท่านั้นที่รู้ว่าเบื้องหลังชีวิตของเธอเป็นอย่างไร เธอเจออะไรมา และมักจะช่วยกันเธอออกจากผู้คน เมื่อเห็นว่า “เวลา” ของเธอใกล้จะหมดลง เพราะจุดอ่อนของเธอก็คือ ไม่สามารถอยู่ใกล้คนจำนวนมากได้นานเกินกว่าหนึ่งชั่วโมง!

ภาพจาก FB: Viu Thailand

แม้ว่าภายนอกเธอจะดูเป็นคนแข็ง ๆ แบบนั้น แต่คนดูจะสังเกตได้เลยว่าคาแรกเตอร์ของเธอเต็มไปด้วยความขัดแย้งในตัวเอง ถึงจะรักษาบุคลิกให้ดูสง่างาม เก็บสีหน้าให้ดูบึ้งตึงไม่แสดงอารมณ์ได้ แต่สายตาเธอฉายแววอ่อนไหวอยู่ตลอดเวลา มันคืออาการของคนที่พยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อซ่อนงำความอ่อนแอ แถมยังต้องรักษาภาพลักษณ์ของผู้นำที่แข็งแกร่งเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือด้วย และสิ่งที่ทำให้คนดูเซอร์ไพรส์มากที่สุด ก็คือสิ่งที่เธอซ่อนไว้ที่บ้านของเธอ ในอีพีแรกมันอาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ยังปล่อยวางไม่ได้ แต่พอได้ดูอีพีที่ 2 แล้วปริศนามาทันที ว่าทำไมเธอถึงยังทำแบบนี้

สิ่งที่เธอซ่อนเอาไว้ที่บ้านก็คือ แบบจำลอง “แม่” ของเธอที่สร้างจาก AI นั่นเอง ช่วงแรกนี่คิดว่าเธอคุยกับแม่จริง ๆ จนตอนหลังซีรีส์เฉลยว่านี่เป็น AI ที่เธอสร้างขึ้นให้เหมือนกับใช้ชีวิตอยู่กับแม่ในบ้าน ซึ่งมันจะไม่แปลกเลยในเมื่อเธอมีความรู้ด้านเทคโนโลยี เธอเก่ง และเธอคิดถึงแม่ที่จากไปจนยังไม่สามารถปล่อยวางจากความสูญเสียได้ เธอก็เลยสร้างแม่ขึ้นมา แม่เธอที่อยู่ที่บ้านในเวลานี้อาจจะเป็นของปลอมที่ใครหลายคนไม่ยอมรับ แต่ของปลอมที่เหมือนจริงขนาดนั้นอาจจะจำเป็นสำหรับจิตใจของเธอก็ได้ ในอีพีแรกซีรีส์บอกเราแค่นี้ ก็เป็นอันเข้าใจได้ว่าเธอคิดถึงแม่ที่จากไปแล้ว และยังต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมือนมีแม่อยู่ข้างตัวตลอดเวลา

ภาพจาก FB: Viu Thailand

แต่ค่ะแต่…พอดูอีพี 2 ในหัวมีแต่คำว่าอิหยังวะเต็มไปหมด เพราะถ้านี่เจอเรื่องแบบที่เธอเจอ คงจะไม่มีวันสร้างแม่กลับขึ้นมาอีกเด็ดขาดเลย และอาจจะไม่ให้อภัยแม่เลยก็ได้ (ก็นะ! เราก็ยังไม่รู้เรื่องเต็ม ๆ ทั้งหมด แต่บอกได้เท่าที่ซีรีส์เฉลยออกมา) ขอไม่สปอยล์ละกันว่าความสัมพันธ์ของเธอกับแม่ในวันสุดท้ายก่อนที่แม่จะจากไปเป็นยังไง แต่บอกได้คำเดียวว่า อห! ที่ไม่ได้แปลว่า โอ้โห! ที่สำคัญ แม่กับพ่อของเธอจากไปวันเดียวกันแต่คนละสาเหตุ การจากไปของแม่ที่ทิ้งข้อกังขาไว้ให้ลูกสาวมากมาย ทั้งเรื่องที่แม่จะเล่าให้ฟัง บุคคลปริศนาที่จากไปพร้อมกับแม่ ภาพสุดท้ายก่อนที่แม่จะหมดลม พ่อที่จากไปอย่างเดียวดาย และคำนินทาจากผู้คน กักขังเธอเอาไว้ในความทรงจำที่เจ็บปวด

หรือจริง ๆ เธอจะสร้างแม่ขึ้นมาเพราะยังตัดใจปล่อยวางจากความจริงที่ยังไม่รู้ และไม่อาจยืนยันได้เองว่าจริง ๆ แม่จะบอกอะไรกับเธอ และเบื้องหลังการสร้างแอปฯ เดตด้วย AI ที่จะมอบความรักที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงให้กับผู้คน เพื่อทำให้ความรักของใครต่อใครกลายเป็นสิ่งนิรันดร์อยู่เหนือกาลเวลาและสถานที่ ก็อาจจะมาจากปมเรื่องแม่ของเธอเช่นกัน

แม้ว่าพล็อตเรื่องมันจะดูล้ำ ที่ดึงเอา AI เข้ามาเป็นตัวชูโรงในเรื่อง แต่จริง ๆ Love Phobia คือซีรีส์ที่เล่นกับความรู้สึกของมนุษย์ล้วน ๆ ไม่ว่าจเป็นตัวนางเอกที่พยายามทำตัวเป็นคนไร้อารมณ์เพื่อซ่อนความเจ็บปวด และเลือกที่จะใช้ AI มาเป็นเครื่องมือบำบัดอารมณ์และความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้อย่างความรักให้กับผู้คน และพระเอกซึ่งเป็นสายอารมณ์นิยมจ๋า ๆ และอาจเรียกได้ว่าเขาคือเหยื่อคนหนึ่งที่เสียคนรักไปเพราะแอปฯ AI ของนางเอกก็ว่าได้ ทำให้เขาเกลียดชังอะไรที่เป็น AI โดยเฉพาะเรื่องที่ AI เข้ามาเบียดบังความรู้สึก แต่เมื่อทั้งคู่ต้องมาร่วมโปรเจกต์ Smart AI Romance ด้วยกัน เพราะเกิดวิกฤติครั้งใหญ่บีบบังคับ มันทำให้พวกเขาต้องเรียนรู้โลกที่ตรรกะมาบรรจบกับอารมณ์

สำหรับคู่นี้ มันคือการปะทะกันระหว่างความเย็นชาของ AI ที่สร้างจากระบบตรรกะ กับความร้อนแรงจากหัวใจของมนุษย์ที่ AI ไม่อาจเลียนแบบได้ ความรู้สึกลึกซึ้งแบบนี้มีแค่มนุษย์เท่านั้นที่มอบให้กันได้ คนสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่มีบาดแผลทางใจซ่อนอยู่ จะต้องพยายามเข้าใจบาดแผลที่ซ่อนอยู่ของกันและกัน รวมถึงต้องเดินหน้าพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริง คือสิ่งเดียวที่ระบบอัลกอริทึมไม่สามารถคาดเดาได้เลย แล้วเราจะกล้าก้าวข้ามความกลัว เสี่ยงที่จะรักใครสักคนด้วยหัวใจตัวเองดูไหม 💓