Home Work & Living Living ระวัง! “ซีรีส์สั้นแนวตั้ง” ใจไม่แข็งอย่าดู ไถยาว ๆ ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอน

ระวัง! “ซีรีส์สั้นแนวตั้ง” ใจไม่แข็งอย่าดู ไถยาว ๆ ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ซีรีส์สั้นแนวตั้ง” เป็นคอนเทนต์ความบันเทิงที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี และกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มชาวเน็ตทั่วโลก ด้วยความน่าสนใจก็คือ “สั้น” และ “ดูได้ในแนวตั้ง (ตามแนวของโทรศัพท์)” ทว่าสิ่งที่น่าจับตามองมากกว่านั้นก็คือ มันเป็นคอนเทนต์ที่ถ้าเราเห็นผ่านฟีดแล้วแวะกดดูสักตอน เราจะพบว่าเรา “หยุดตัวเองไม่ได้” และยินดีจะไปกันต่อแบบไม่ต้องหลับต้องนอนก็ยังไหว! รู้ตัวอีกทีก็คือลากยาวยันจบเรื่อง

ในยุคที่สมาร์ตโฟนกลายเป็นหน้าจอหลักที่ผู้คนใช้เสพความบันเทิง การไถโซเชียลมีเดียดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย เราอาจไปสะดุดเข้ากับโพสต์วิดีโอที่เป็นคลิปละครสั้น ๆ ความยาวประมาณ 1-2 นาที ซึ่งเป็นคลิปที่มีการจ่ายค่าโฆษณาโดยแอปพลิเคชันสำหรับดูซีรีส์ คลิปละครสั้น ๆ ที่ว่าใช้รูปแบบการถ่ายทำที่ออกแบบมาเพื่อการรับชมผ่านจอมือถือและแท็บเล็ตโดยเฉพาะ เป็นตอนสั้น ๆ เดินเรื่องกระชับ เน้นนำเสนอพล็อตเรื่องที่เข้มข้น เร้าอารมณ์ และมีรสชาติจัดจ้านเข้ากับผู้คนในปัจจุบันที่ชอบเสพดราม่าจากสังคมออนไลน์ นั่นทำให้เราสามารถเปิดดูมันได้เพลิน ๆ ไถดูต่อได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกว่ามันนาน แถมยังเปิดดูผ่านมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา ดูจบได้ง่ายมาก ตอบโจทย์ผู้บริโภคสื่อยุคดิจิทัลที่ชอบอะไรที่มันเร็ว เข้าใจง่าย และเข้าถึงอารมณ์ได้ทันที

…แต่ความง่ายนี่เอง ที่ทำให้ซีรีส์สั้นแนวตั้งกลายเป็น “กับดักรูปแบบใหม่” ของผู้บริโภคสื่อ

ซีรีส์สั้นแนวตั้ง คืออะไร

Vertical Short Dramas หรือ Micro Drama หรือที่หลายคนเรียกว่า “ซีรีส์สั้นแนวตั้ง” เป็นคอนเทนต์วิดีโอที่มาในรูปแบบของละครตอนสั้น ๆ ที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อหนึ่งตอน และที่เรียกว่าแนวตั้ง ก็เพราะมันถูกออกแบบมาให้รับชมผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นมุมกล้อง จังหวะการตัดต่อ และพล็อตเรื่องที่สั้น กระชับ จบไว แตกต่างจากซีรีส์ทั่วไปที่ออกแบบมาให้ใช้จอแนวนอน นั่นทำให้เราสามารถรับชมซีรีส์สั้นแนวตั้งได้อย่างง่ายดายแม้กำลังจับโทรศัพท์มือถือในท่าปกติ ไม่ต้องตะแคงจอดูแบบซีรีส์ทั่วไป

แล้วคลิปสั้น ๆ ดูได้ง่ายผ่านหน้าจอแนวตั้ง และใช้เวลาดูต่อตอนเพียง 1-2 นาที ทำไมถึงสะกดคนดูได้อยู่หมัด? คำตอบคือ เพราะจุดเด่นคือการเดินเรื่องเร็ว กระชับ จังหวะการเล่าเรื่องที่ตรึงคนดูไว้ได้ตั้งแต่ช่วงไม่กี่วินาทีแรก เน้นฉากดึงอารมณ์ร่วมตั้งแต่ต้นจนจบคลิป และยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ทำให้คนดูติดจนหยุดดูไม่ได้ โดยเฉพาะการตัดจบตอนแบบ “ตัดฉับ” ที่ทำให้อารมณ์สะดุด สร้างความกระหายใคร่รู้เรื่องราวต่อจากนี้ว่าจะเป็นอย่างไร ทว่าเราก็สามารถเลื่อนเพื่อรับชมตอนต่อไปได้เลย โดยไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้หรือสัปดาห์หน้าแบบละครหรือซีรีส์ทั่วไป ตรงนี้แหละคือหมัดเด็ดที่ทำให้หลายคนเต็มใจที่จะไถดูตอนต่อไปชนิดที่ไม่ได้นับว่าเลื่อนดูไปกี่ตอนแล้ว และใช้เวลาไปนานแค่ไหน

ปัจจุบัน เราสามารถรับชมซีรีส์สั้นแนวตั้งได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หลายช่องทาง โดยเฉพาะแอปฯ วิดีโอและโซเชียลมีเดียที่รองรับคลิปแนวตั้ง แอปฯ วิดีโอสตรีมมิง หรือแอปฯ ดูซีรีส์บนมือถือ อย่าง iQIYI, WeTV, YouTube, TikTok และแพลตฟอร์มเฉพาะทางอย่าง ReelShort, FlickReels, Melolo, DramaBox, DramaWave หรือ FlexTV รวมถึงแพลตฟอร์มวิดีโอบางแพลตฟอร์มที่จะมีการรวบรวมซีรีส์สั้นให้เป็นตอนยาวคลิปเดียวแบบเปิดดูต่อเนื่องได้ ยิ่งทำให้ผู้ชมเข้าถึงได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องเปิดทีวีหรือดูผ่านจอขนาดใหญ่

หมัดเด็ดที่ทำให้ซีรีส์สั้นแนวตั้งตกคนดูได้อยู่หมัด ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาที

“จากที่แค่เห็นคลิปผ่าน ๆ ตอนไถโซเชียลมีเดีย นำไปสู่การถามหาชื่อเรื่อง และไปค้นหาเรื่องเต็มมาไถดูจนจบ!” ถ้าคุณรู้สึกคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้ บอกเลยว่าคุณตกเป็นเหยื่อ “ซีรีส์สั้นแนวตั้ง” เข้าซะแล้ว! แต่ข่าวดีก็คือ ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกที่ตกหลุมพราง ผู้คนส่วนใหญ่ที่กำลังติดซีรีส์สั้นแนวตั้งแบบงอมแงม ก็มีจุดเริ่มต้นแบบนี้เช่นกัน และมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรด้วย จากคลิปสั้น ๆ ที่คุณเลื่อนเจอตอนไถโซเชียลมีเดีย (ซึ่งอาจเป็นคลิปที่ตัดต่อมาในลักษณะสปอยล์เนื้อหาสำคัญของเรื่อง หรืออาจเป็นคลิปที่หยิบตอนใดตอนหนึ่งของเรื่องมา) หากคุณหยุดดูจนจบคลิปในระยะเวลาไม่กี่นาที คุณจะมีคำถามในหัวว่า “นี่ซีรีส์เรื่องอะไร” และ “จะหาดูต่อได้ที่ไหน”

แล้วทำไมการหยุดดูคลิปซีรีส์สั้นแนวตั้งจนจบคลิปในช่วงเวลาสั้น ๆ ถึงทำให้คุณยินดีที่จะไปหาดูต่อ…และอาจไถดูยาว ๆ จนจบเรื่อง

  • พล็อตน้ำเน่าชวนหงุดหงิด แต่หยุดดูไม่ได้! เพราะมีอารมณ์ร่วม

ก่อนอื่น ต้องยอมรับว่าผู้คนในสังคมไทยค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับ “ละครน้ำเน่า” กันเป็นอย่างดี หลายคนเติบโตมากับละครน้ำเน่าหลังข่าวที่ที่บ้านเปิดทิ้งไว้ตอนนั่งกินข้าวเย็นหรือตอนทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว มันเป็นเหมือนอะไรที่ฝังอยู่ใน DNA ไปแล้ว พอไถมาเจอคลิปละครสั้น ๆ ที่เล่าเรื่องราวในแบบที่เราคุ้นเคย เราก็มักที่จะหยุดดูโดยอัตโนมัติ แม้ว่าเนื้อเรื่องมันจะน่ารำคาญ มันชวนหงุดหงิด บางทีก็หาความสมเหตุสมผลไม่ได้ด้วย รู้แค่ว่ามันสนุกดี และก็รู้สึกว่ามันถูกจริตอย่างน่าประหลาด ซึ่งถ้าถามว่าดูต่อจนจบคลิปไหม ตอบเลยว่าดู! และมักจะหยุดดูไม่ได้ด้วย

นี่แหละคือหมัดฮุกของซีรีส์สั้นแนวตั้งที่ใช้ตกคนดูได้อย่างอยู่หมัดในระยะเวลาไม่กี่นาที เนื้อหาส่วนใหญ่ของซีรีส์สั้นแนวตั้งมักใช้พล็อตที่ “น้ำเน่าเกินจริงแต่ชวนให้ติด (ใจ)” ดูเว่อร์ ดูเกินจริงสุด ๆ แต่มันคือพล็อตสูตรสำเร็จแบบละครไทยสมัยก่อนที่ถูกใจคนดูมาก เราจะสังเกตเห็นว่าพล็อตส่วนใหญ่ของซีรีส์สั้นแนวตั้งนั้นจะวนเวียนอยู่กับความรู้สึกพื้นฐานของมนุษย์ อย่างรัก โลภ โกรธ หลง จากนั้นก็สร้างอารมณ์ให้เราผูกพันกับตัวละคร เร้าอารม์ให้เรามีอารมณ์ร่วม เกิดเป็นแรงดึงดูดที่รุนแรงกว่าเดิม พล็อตแบบนี้มันย่อยง่าย ไม่ซับซ้อน มีรสชาติที่เข้ากับผู้คนในปัจจุบันที่ชอบเสพดราม่าจากสังคมออนไลน์ ไม่ต้องใช้สมาธิวิเคราะห์ แค่ปล่อยจอยดูไปเรื่อย ๆ จนรู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปเป็นสิบ ๆ ตอนแล้ว

เนื้อเรื่องที่มักจะเจอก็คือ การแก้แค้นของตัวเอกที่โดนรังแกแล้วพลิกกลับมาเหนือกว่า การทะลุมิติกลับชาติมาเกิด ความรักที่ถูกกีดกัน การแต่งงานปลอม ๆ กับคนที่เกลียดแต่ดันรักกันจริง ฉันเป็นประธานบริษัทปลอมตัวมา ทายาทตระกูลหมื่นล้านที่หายสาบสูญกลับคืนสู่ครอบครัว พระเอกที่ไม่ค่อยฉลาดหลงตัวร้ายจนโงหัวไม่ขึ้น พระเอกเย็นชาที่สุดท้ายแพ้ใจนางเอก ตัวเอกจอมเผด็จการรวยล้นฟ้าแต่หารักแท้ไม่เจอ ระหว่างทางก็ดำเนินเรื่องแบบเน้นอารมณ์จัด ๆ เลิฟซีนดุเดือด ตบจูบเน้น ๆ ยิ่งถ้าการเล่าเรื่องในตอนต้นเน้นกระทำตัวละครเอกให้น่าสงสารมากเท่าไร พอคดีพลิกมันก็ยิ่งสาแก่ใจคนดูสะใจมากขึ้นเท่านั้น ความสะใจที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างดูนี่แหละที่ทำให้คนดูไปไหนไม่ได้

  • เนื้อเรื่องสั้น เข้าใจง่าย ตัดจบตอนแบบต้องถามหาตอนต่อไป

หลายคนอาจไม่รู้ว่าเบื้องหลังของซีรีส์สั้นแนวตั้งนั้น ซ่อนหลุมพรางของความรู้สึก “อีกนิดเดียว” เอาไว้ ด้วยความที่แต่ละตอนมั้นสั้นมาก ๆ ประมาณ 1-2 นาที แต่จริง ๆ จำนวนตอนยันจบเรื่องอาจยาวเป็นหลักร้อยตอน ถึงอย่างนั้นในความรู้สึกของคนดู เราจะไม่รับรู้ว่าจริง ๆ มันก็เป็นซีรีส์ที่ยาวอยู่พอสมควร สมองจะบอกกับเราว่า “อีกสักตอนน่า แค่นาทีเดียวเอง” และไม่ทันได้ระวังเหมือนการดูซีรีส์ทั่ว ๆ ไป เราจึงเริ่ม “ไถดูอีกตอน” ไปเรื่อย ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สะสมไปเรื่อย ๆ จากหนึ่งนาทีกลายเป็นหนึ่งชั่วโมง และกลายเป็นสองชั่วโมงได้ง่าย ๆ โดยที่เราอาจไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ มันคือกับดักที่ทำให้เราเสียเวลาไปหลายชั่วโมงโดยไม่ตั้งใจ

เพราะโครงสร้างของซีรีส์สั้นแนวตั้งนั้นถูกออกแบบมาให้เนื้อเรื่องเดินเร็วมาก กระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งไว และจบตอนแบบค้างคา ชนิดที่ว่าทำให้ผู้ชม “อยากดูตอนต่อไปทันที” และเมื่อเจอระบบเล่นอัตโนมัติ เราก็จะเผลอไถต่อโดยไม่รู้ตัว จากที่ตั้งใจจะดูแค่ไม่กี่ตอน กลายเป็นครึ่งชั่วโมงหรือเป็นชั่วโมงโดยไม่ทันได้สังเกตเวลา

ที่สำคัญก็คือ ความสั้น 1-2 นาที มันตอบโจทย์พฤติกรรมของคนยุคโซเชียลมีเดีย ที่จำนวนมากเป็นกลุ่มผู้ใช้ที่ชอบเสพคอนเทนต์ที่เร็ว เข้าใจง่าย และเข้าถึงอารมณ์ได้ในทันที รวมถึงพฤติกรรมของคนยุคดิจิทัลที่ไม่ชอบอะไรที่มันยืดเยื้อและยาวเกินไป แบบซีรีส์ทั่วไปที่ต้องมานั่งรอตอนต่อไปข้ามสัปดาห์ เราสามารถดูตอนต่อไปได้เรื่อย ๆ เท่าที่เราอยากดู บวกกับคนส่วนใหญ่ไม่ทันได้ระวังว่าจริง ๆ มันเป็นซีรีส์ที่มีความยาวหลายสิบตอนหรืออาจยาวได้เป็นร้อยตอน ยิ่งถ้า “โดนตก” จากเนื้อเรื่องไปแล้ว เราก็ไม่ได้สนใจแล้วล่ะว่ามันจะใช้เวลานานแค่ไหน ถึงอย่างนั้น หากลองมาคำนวณดูดี ๆ ระยะเวลาที่ใช้ดูซีรีส์สั้นแนวตั้ง 1 เรื่อง ก็อาจจะเท่ากับการนั่งดูภาพยนตร์ 1 เรื่องเท่านั้นเอง

  • พลังของอัลกอริทึม แวะดูคลิปเดียว! ไถเจอแบบอันลิมิต

ในยุคโซเชียลมีเดียแบบนี้ คงไม่มีใครที่ไม่เคยเจอพลังของอัลกอริทึมเล่นงาน! และบอกเลยว่าเบื้องหลังความนิยมของซีรีส์สั้นแนวตั้ง ก็มีพลังของอัลกอริทึมที่คอยผลักดันให้เราเห็นมันขึ้นฟีดอย่างต่อเนื่องซะด้วย หากเราเผลอแวะดูจนจบคลิปแค่คลิปเดียว ระบบก็จะแนะนำคลิปใหม่ที่มีแนวเนื้อหาคล้าย ๆ กันมาให้เราเห็นอย่างต่อเนื่องแบบอันลิมิต ไถเจอ ๆ ไม่ก็วนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมให้เราเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วใครมันจะปฏิเสธลง! จนกลายเป็นพฤติกรรม “ไถต่อไม่หยุด” ตอบสนองความต้องการของสมองที่ไม่ชอบให้อะไรมันค้างคา

แต่…เรามักจะสะดุดนิดหน่อยตรงที่ถ้าหากอยากดูต่อ ก็ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อเข้าไปรับชม ส่วนใหญ่ก็จะมีการเรียกเก็บเงินสำหรับการรับชมละครในตอนต่อไป ทว่าราคามักไม่แรง ทำให้หลายคนยอมจ่ายเพื่อให้สมองได้เสพสิ่งที่ยังค้างคาต่อเนื่อง การจ่ายเงินก็มีหลายรูปแบบ โดยอาจเป็นการจ่ายต่อตอน จ่ายแบบเหมารายเดือน ล็อกอินทุกวันเพื่อสะสมเหรียญไว้ใช้ปลดล็อกตอนต่อไป หรือยอมทนดูโฆษณาเพื่อรับชมฟรีก็มี

  • พระเอก-พระรอง-นางเอก แค่เห็นหน้าก็ถามหา (ชื่อ) เรื่อง

อีกสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลอย่างมากต่อการจิ้มและไถดูซีรีส์สั้นแนวตั้งต่อไปแบบไม่สิ้นสุดก็คือ ความหล่อความสวยของพระเอก พระรอง นางเอก นั่นเอง เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าความสวยความหล่อของนักแสดงเป็นสิ่งแรกที่ทำให้คนเราสะดุดเวลาดูละคร ยิ่งเมื่อรวมกับพล็อตเรื่องที่ชวนให้ติดแล้วด้วยล่ะก็ หลายคนยินดีที่จะไปต่อแบบไม่คิดที่จะห้ามตัวเองเลยด้วยซ้ำ แค่เห็นหน้านักแสดงก็เริ่มตามหาแล้วว่านี่มันเรื่องอะไร ดูได้ที่ไหน ไม่แน่ว่าหลายคนอาจจะเริ่มอยากรู้จักชื่อของนักแสดงด้วยว่ามีผลงานเรื่องอื่นอีกหรือเปล่า

ซีรีส์สั้นแนวตั้ง ส่วนใหญ่จะใช้นักแสดงที่เราไม่รู้จักหรือไม่คุ้นหน้า ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์จีนหรือฝั่งยุโรปก็ตาม (ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะในความเป็นจริงหลายคนไม่ได้คลุกคลีอยู่กับวงการบันเทิง แค่โดนตกจากคลิปสั้นคลิปเดียวที่ได้ดูตอนไถโซเชียลมีเดีย) หลายคนแสดงได้ดีและสมบทบาทมาก ในขณะที่การแสดงของหลายคนก็ทำให้เราดูออกว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่หรือนักแสดงสมัครเล่น ถึงอย่างนั้นก็พอจะมองข้ามข้อด้อยข้อนี้ไปได้ ด้วยความที่เข้าใจว่าซีรีส์สั้นแบบนี้มักจะใช้โปรดักชันต้นทุนต่ำ นักแสดงจะไม่ใช่เบอร์ใหญ่ (แต่หลายคนแจ้งเกิดจากซีรีส์สั้นแนวตั้งและเป็นนักแสดงที่เล่นเฉพาะซีรีส์สั้นเท่านั้น) และเราโฟกัสกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้นจนอยากรู้ตอนจบมากกว่าทักษะการแสดงของนักแสดง

  • พากย์ไทย ที่แม้จะชวนหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่มันก็ดูได้

ต้องยอมรับว่าหากเป็นซีรีส์ต่างประเทศ ต่อให้ถูกป้ายยามาว่าสนุกแค่ไหน แต่ถ้าไม่มี “พากย์ไทย” หลายคนพร้อมที่จะปฏิเสธโดยอัตโนมัติ เพราะมันเสียเวลาที่จะต้องมานั่งดูแบบจดจ่อคอยอ่านซับไตเติลภาษาไทย บางคนอ่านไม่ทัน บางคนสายตาไม่ดี จนรู้สึกว่าการอ่านซับภาษาไทยมันลำบากจนเกินไป บางคนก็ขี้เกียจอ่าน แต่ถ้ามีพากย์ไทย จะทำให้ซีรีส์เรื่องนั้นเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และทำให้หลายคนเปิดใจดู ซึ่งนี่เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ซีรีส์สั้นแนวตั้งกลายเป็นที่นิยม คือการแปลและการพากย์ที่มันช่วยให้เราเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม อินตามได้มากกว่าเดิม สามารถดูได้ทุกที่ ทุกเวลา เปิดทิ้งไว้แล้วทำอย่างอื่นไปด้วยก็ยังดูได้ เข้าใจเรื่องผ่านเสียง โดยไม่ต้องมานั่งจ้องอ่านซับภาษาไทย

เมื่อก่อน ตอนที่ซีรีส์สั้นแนวตั้งยังไม่เติบโตขนาดนี้ เราอาจเจอซีรีส์ที่เป็นงานแปลและงานพากย์แบบใช้ AI ที่พากย์ผิดพากย์ถูก ใช้ภาษางง ๆ ผิดไวยากรณ์ ผิดบริบทที่คนใช้กันในชีวิตประจำวัน หรือบางทีก็เป็นการแปลแบบชวนเกาหัว ตามมาด้วยคำถามว่าอิหยังวะ แต่ด้วยความที่เนื้อเรื่องมันน่าสนใจมากกว่า หลายคนก็มองข้าม ขอแค่ให้พอเข้าใจเรื่องก็พอ ทว่าในเวลานี้ อุตสาหกรรมซีรีส์สั้นแนวตั้งเติบโตอย่างก้าวกระโดด แพลตฟอร์มต่าง ๆ หันมาลงทุนด้านเสียงพากย์คุณภาพสูง ใช้การแปลแบบมืออาชีพ ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ เข้ากับยุคสมัยและอารมณ์ของเรื่อง แถมยังเปลี่ยนชื่อของตัวละครให้จำง่าย เข้าถึงง่าย จนเสมือนได้ดูละครไทยเรื่องหนึ่ง

จึงพูดได้ว่าการพากย์ไทย กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ชมทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงซีรีส์สั้นแนวตั้งได้มากขึ้น ไม่ว่าต้นกำเนิดของซีรีส์จะเป็นซีรีส์จีนหรือซีรีส์ฝรั่งก็ตาม ขยายฐานผู้ชมให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมที่ไม่คุ้นเคยกับการอ่านซับ หรือกลุ่มผู้ชมที่ไม่เคยสนใจซีรีส์หรือละครจากต่างประเทศมาก่อน ทำให้เวลานี้ “ซีรีส์สั้นแนวตั้ง” กลายเป็นคอนเทนต์ความบันเทิงจากต่างประเทศที่ทำให้คนไทยรู้สึกมีอารมณ์ร่วม เหมือนกำลังนั่งดูละครไทยได้มากที่สุดในเวลานี้