Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ The Judge Returns โอกาสครั้งที่สอง คือการแก้ผิดให้เป็นถูก

The Judge Returns โอกาสครั้งที่สอง คือการแก้ผิดให้เป็นถูก

ภาพจาก FB: MBC 드라마

เพิ่งสังเกตเหมือนกันนะว่าช่วงนี้เกาหลีปล่อยซีรีส์แนวกฎหมายออกมาแบบไม่พักเลย นับตั้งแต่คอลัมน์ส่งท้ายปี 2025 จบที่เรื่อง Pro Bono ที่ยังออนแอร์อยู่ ส่วนคอลัมน์เปิดศักราชเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คือ IDOL I ที่ก็เพิ่งออนแอร์ไปได้ 6 ตอน และซีรีส์ใหม่ในสัปดาห์นี้ เราเดินเล่นในศาลกันมา 3 สัปดาห์ติดแล้ว จริง ๆ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีซีรีส์เข้าใหม่หลายเรื่อง แต่ละเรื่องมีแนวแตกต่างกัน แต่เพราะยังอินกับกฎหมายอยู่ ก็เลยเลือก The Judge Returns (ชื่อไทย คืนบัลลังก์พิพากษา ซับไทยที่ HBO Max) จะได้ไม่หลุด theme

The Judge Returns เป็นซีรีส์แนวแฟนตาซี กฎหมาย พ่วงด้วยการแก้แค้น ซีรีส์เปิดเรื่องมาในปี 2035 ให้ถือว่าเป็นช่วงเวลาปัจจุบันในเรื่อง เล่าเรื่องราวของ “ผู้พิพากษาอีฮันยอง” ผู้ที่เคยยอมก้มหัวให้กับอำนาจและเงินตรา ยอมกลืนกินอุดมการณ์ของตัวเองเพื่อเป็นหุ่นเชิดให้กับบริษัทกฎหมายขนาดใหญ่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เขากระทำการทุจริตต่อหน้าที่การงานของตัวเองอย่างไม่อายฟ้าอายดิน ยอมรับสินบนและตัดสินคดีตามใบสั่งเพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง จนมาถึงวันหนึ่ง วันที่เขาเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองสูญเสียอะไรไปบ้างจากการเลือกเดินเส้นทางนี้ เขาจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาต้องหยุด ทว่าวงการสีดำเขาแล้วออกไม่ได้ วิธีเดียวที่จะออกคือต้องออกไปแบบไม่มีลมหายใจ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ใช่! ทันทีที่เขาเลือกหันหลังให้กับพ่อตาซึ่งเป็นซีอีโอบริษัทกฎหมายชื่อดัง ผู้อยู่เบื้องหลังการรอดคดีของเหล่าผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย และเป็นเงาที่ชักใยเขาในทุก ๆ คดี ขอหย่าเมีย ปฏิเสธที่จะเป็นผู้พิพากษาที่ประพฤติมิชอบ กลับมาตัดสินคดีด้วยความถูกต้องยุติธรรม และลาออกมาเปิดสำนักงานทนายความของตัวเอง เขาก็ถูกสั่งเก็บทันที แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ลมหายใจสุดท้ายที่เขาสำนึกผิดกับทุกอย่างที่ตัวเองเคยทำและยอมรับผิด ทำให้เขาที่จริง ๆ ควรจะต้องตายกลับไม่ตาย และได้รับโอกาสกลับมาแก้ไขทุกอย่างที่ตัวเองเคยผิดพลาดในชีวิตที่สอง ซึ่งเป็นการย้อนเวลากลับไปอดีตเมื่อ 10 ปีที่แล้ว พร้อมกับความทรงจำเดิม ก่อนที่การเลือกเดินทางผิดจะเริ่มต้นขึ้น

ภาพจาก FB: MBC 드라마

เมื่อฟื้นจากความตาย เขากลับมายังปี 2025 จุดเริ่มต้นในชีวิตที่สองของเขา คือคดีแรกที่เขาได้เป็นผู้พิพากษาเดี่ยว คดีนี้เป็นคดีที่ทำให้เขายังนอนฝันร้ายมาจนถึงปัจจุบัน และในเมื่อเขาย้อนเวลามาจากอนาคต เขาจึงรู้แล้วว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า ชีวิตเขาเป็นยังไงเมื่อเลือกเดินเส้นทางผิด ดังนั้น เขาต้องเลือกเดินเส้นทางใหม่ เส้นทางที่ถูกต้อง และลงมือแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมดที่อาจจะนำพาเขาไปสู่จุดจบแบบเดิม เขาจึงต้องเริ่มลงทัณฑ์คนชั่วด้วยกฎหมายอย่างสาสม ไม่ยอมให้มีใครเดือดร้อนจากคดีที่เขาตัดสินด้วยความอยุติธรรมอีกเป็นครั้งที่ 2 รวมถึงต้องล้างบางองค์กรกฎหมายองค์กรใหญ่ เบื้องหลังความชั่วร้ายและความอยุติธรรมทั้งปวงในเกาหลีด้วย

ภายนอก เขาเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม แต่ภายใต้ครุยผู้พิพากษา เขาเป็นเพียงอาชญากรที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อผลประโยชน์

ภาพจาก FB: MBC 드라마

นี่เป็นประโยคที่อธิบายถึงชีวิตแรกก่อนขิตของ “ผู้พิพากษาอีฮันยอง” ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์เลยทีเดียว ในชีวิตแรกซึ่งเป็นชีวิตปกติของเขาก่อนที่จะย้อนเวลากลับมา เขาคือคนเดียวที่ชาวบ้านตาดำ ๆ หวังฝากชีวิตที่โดนรังแกจากคนที่มีอำนาจ มีเงิน มีอิทธิพล เพื่อช่วยคืนความยุติธรรมให้พวกเขาด้วยอำนาจของกฎหมาย แต่แล้วความหวังของคนเหล่านั้นกลับดับวูบและมืดสนิท เมื่อผู้พิพากษาที่จริง ๆ แล้วต้องยึดมั่นในความยุติธรรมและกฎหมายอย่างสูงสุด กลับใช้อำนาจในทางที่ผิดและเป็นคนที่ยอมก้มหัวให้กับอำนาจและเงินเสียเอง สิ่งที่เขาทำคือพลิกผิดเป็นถูก เพิกเฉยให้กับชีวิตที่น่าสงสารของคนที่ไม่มีอำนาจ ไม่มีเงิน ไม่มีเสียง และชีวิตย่อยยับซ้ำสองเพราะถูก (ผู้ใช้) กฎหมายเมิน

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ถึงอย่างนั้น จะบอกว่าเขาเป็นคนเลวโดยเนื้อแท้มันก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว แต่จะบอกว่าเป็นคนดีก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะสุดท้ายเขาก็เลือกเองว่าจะเดินเส้นทางนี้เอง ทว่าในอีพีแรก คนดูอย่างเราจะเห็นได้ชัดเลยว่าตัวตนที่แท้จริงของเขานั้นไม่ได้เป็นคนเลวบริสุทธ์ชนิดที่หาดีไม่ได้เลยขนาดนั้น ความคิดหลายอย่างในหัวของเขามันขัดแย้งกับสิ่งที่เขายอมทำ นั่นทำให้เราพอจะอนุมานได้ว่าตัวเขาเองไม่ได้อยากที่จะทำผิดด้วยแรงขับแบบคนเลวเต็มร้อย ซึ่งมันก็คงมีเบื้องหลังบางอย่างในช่วงเวลา 10 ปีนี่แหละว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงเลือกที่จะใช้ชีวิตเป็นเบี้ยล่างของบริษัทกฎหมาย โดยการเข้าไปเป็นลูกเขยของซีอีโอบริษัท

ภาพจาก FB: MBC 드라마

แต่สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้ถ่ายทอดให้เราเห็นชัด ๆ ก็คือ โลกของกระบวนการยุติธรรมที่เราคิดว่ามันน่าจะเป็นจุดที่ยุติธรรมที่สุดแล้วในขอบเขตของการใช้กฎหมายเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาลงโทษคนผิด แต่แท้จริงมันก็เป็นแค่โลกอีกโลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงิน และการคอร์รัปบัน ไม่ต่างจากวงการอื่นเลย ที่ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี และก็ไม่ได้แปลว่าผู้พิพากษา ซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในการพิจารณาพิพากษาคดีจะยืนอยู่ฝั่งที่ถูกต้องเสมอไป ในโลกทุนนิยม ถ้าพูดกันแบบโลกไม่สวย ใคร ๆ ก็รู้ว่า “เงิน” มีอำนาจมากที่สุด เงินสามารถซื้อคนดีที่หวั่นไหวต่อกิเลสได้ถ้ามันมากพอ นั่นแปลว่าเงินมีอำนาจเหนือผู้พิพากษา ผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดในกระบวนการยุติธรรมได้ด้วยเช่นกัน

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ถ้าทุกสิ่งสามารถแพ้ให้กับเงินได้ ความยุติธรรมในโลกของความเป็นจริงก็ไม่ต่างกัน และก็เป็นอีกระบบที่เปราะบางมาก ๆ ต่ออำนาจและเงินตรา อย่าลืมว่าผู้พิพากษาเองก็เป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่งที่ชีวิตต้องกินต้องใช้เหมือนกับคนทุกคน และผู้พิพากษาไม่ใช่พระอรหันต์ที่ละกิเลสได้ มีอารมณ์รักโลภโกรธหลงเป็นปกติ ดังนั้น ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าภายใต้ชุดครุยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาจะเป็นคนดีตลอดไป จะเป็นคนดีที่ไม่พ่ายต่อระบบ ไม่พ่ายต่อกิเลสที่แสนเย้ายวน และจะเป็นคนดีที่ยืนหยัดต่อต้านความไม่ถูกต้องด้วยความกล้าหาญแม้ว่าชีวิตตัวเองจะพังพินาศ โลกนี้คนดีอยู่ยากนะ นี่เลยเชื่อว่ามันต้องมีสักเหตุผลแหละ ที่ทำให้พระเอกกลายเป็นอาชญากร ที่ใช้กฎหมายฆ่าผู้บริสุทธิ์

ฉันเป็นคนบาปที่เสียเวลาชีวิตไปกับการเลือกทางผิด แปลว่าชีวิตนี้คือช่วงรอลงอาญา สำหรับจำเลยอีฮันยอง ฉันต้องเริ่มแก้ผิดให้เป็นถูก

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ถือว่าเป็นซีรีส์สำหรับต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ 555 เพราะพระเอกของเราได้มีโอกาสกลับไปเป็นเด็ก (ลง 10 ปี) อีกครั้ง ในสมัยที่เพิ่งเริ่มทำงานแรก ๆ เพื่อที่จะใช้ชีวิตที่สองอย่างมีคุณค่า และใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์อีกครั้งแบบที่เป็นคนที่ดีที่สุด โดยที่เขาตระหนักรู้ดีว่าโอกาสที่ได้กลับมาแก้ไขอดีตที่ตัวเองเคยทำผิดพลาด มันเป็นช่วงรอลงอาญาสำหรับคนบาปอย่างเขา ที่เคยสมรู้ร่วมคิดกับปีศาจทำลายชีวิตคนอื่น เขารู้แล้วว่าเขาทำผิด เขาเป็นฆาตกร เขาเสียเวลาเป็นทศวรรษในการเดินทางผิด และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ของที่จะแก้ผิดให้เป็นถูก

ภาพจาก FB: MBC 드라마

นี่อาจเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ชัดเจนก็ได้นะว่าพระเอกไม่ใช่คนเลวโดนสันดาน ไม่ใช่พวกที่หาดีไม่ได้ เพราะคนประเภทนั้นจะไม่มีวันคิดได้ว่าต้องหยุดสิ่งที่ทำอยู่ จะไม่สำนึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำ และจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันผิดตรงไหน ทว่าพระเอกนั้นรู้ตัวตั้งแต่ก่อนตายแล้วว่าเขาต้องหยุดชีวิตตัวเองในวงจรอุบาทว์นั้น แต่มันก็สายเกินไปสำหรับคนที่เลือกเดินทางสายดำสนิทแบบนี้ เอาจริงแอบหงุดหงิดนิดหน่อยนะที่เขาไร้เดียงสาเกินไปที่คิดว่าเข้าไปในวงจรแบบนี้แล้วมันจะถอนตัวออกมาใช้ชีวิตเป็นคนดี ๆ ได้ง่าย ๆ แต่ก็นั่นแหละ เพราะมันไม่ง่าย เพราะเขาถูกสั่งเก็บ และเพราะเขาได้เผชิญหน้ากับความตายมาแล้ว เขาถึงได้รู้ว่าเส้นทางนี้มันเลวร้ายแค่ไหน และเขาต้องล้างบางมัน!

ภาพจาก FB: MBC 드라마

อย่างไรก็ตาม การที่เขาได้กลับมามีชีวิตที่สองอีกครั้ง ซึ่งเป็นการตัดสินโทษรอลงอาญา ทำให้เขาต้องย้อนกลับไปเผชิญหน้ากับความผิดพลาดของตัวเองในอดีตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาคือผู้พิพากษาที่เคยเลือกเดินทางผิด และตัดสินคดีด้วยความอยุติธรรมจนทำให้คนบริสุทธิ์ต้องตกนรกทั้งเป็นมาตั้งเท่าไร ส่วนคนทำผิดยังคงลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมแบบไร้มลทินมัวหมอง มันจะทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับการตัดสินใจที่ผ่านมาของตัวเอง เมื่อถึงจุดที่ลูปเวลาในตอนนั้นวนกลับมาอีกครั้ง และเขาต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าโอกาสใหม่ที่เขาได้รับ เขาจะเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้หรือไม่ ถ้าทำได้ เขาจะเปลี่ยนทั้งชะตาชีวิตของตัวเองและระบบยุติธรรมที่บิดเบี้ยว ให้เป็นไปตามทำนองคลองธรรม

ภาพจาก FB: MBC 드라마

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจก็คือ การที่ชวนให้คนดูอย่างเราตั้งคำถาม ว่าจริง ๆ แล้วความยุติธรรม ใครเป็นคนที่มีสิทธิ์ตัดสิน ในเมื่อตามกฎหมาย ผู้พิพากษาคือผู้ที่ชี้ขาดทุกอย่างว่าอะไรผิดอะไรถูก แล้วในกรณีแบบในซีรีส์ ที่ผู้พิพากษากลายเป็นเบี้ยล่างของอำนาจและเงินตราไปแล้วแบบนี้ เราจะเชื่อมั่นในความยุติธรรมได้อย่างไร ไม่เพียงเท่านั้น ถ้าตอนหลังซีรีส์เฉลยปมที่เป็นจุดหันเหที่ทำให้เขาต้องเลือกว่าจะเป็นผู้พิพากษาที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ของความถูกต้อง ยุติธรรม และกฎหมาย กับการเป็นผู้พิพากษาทุจริตที่หันหลังให้อุดมการณ์ ตัดสินชะตาชีวิตผู้คนตามคำบงการของอำนาจมืด มันคือการเลือกระหว่างความถูกต้องกับความอยู่รอดจริง ๆ ตามสูตรสำเร็จ มันจะทำให้เขาดูเลวน้อยลงไหม

ภาพจาก FB: MBC 드라마

นาทีนี้ต้องบอกว่า The Judge Returns เป็นซีรีส์อีกเรื่องที่เริ่มทำให้ติดซะแล้ว มันเป็นซีรีส์ที่ไม่ได้เล่าเรื่องยาวเป็นเส้นตรง แต่มันมีเคสย่อย ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วมันต้องมีสักเคสนั่นแหละที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เขาต้องเข้าไปพัวพันกับอำนาจมืด เริ่มโดนหย่อนเบ็ดซื้อตัวหรือข่มขู่ให้กลายมาเป็นผู้พิพากษาทุจริต และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ออกสตาร์ตได้ดี ในเกาหลีเรตติ้งก็ไม่เลว ในไทยก็เริ่มมีคนพูดถึงและไล่ป้ายยาอยู่ สมกับเป็นซีรีส์คัมแบ็กของตัวพ่ออย่างเฮีย “จีซอง” ที่มีแม่ยกในไทยตามอยู่ไม่น้อย ดูเหมือนจะเห็นผลงานแกอยู่บ่อย ๆ แต่จริง ๆ แกหายหน้าไปจากจอประมาณปีกว่าแล้ว แล้วเรื่องนี้แกก็เล่นดีมากจริง ๆ อย่างกับคนละคน มาตามต่อว่าแกจะพลิกชะตาชีวิตยังไง ⚖